ที่ประชุมสภาฯพิจารณาวาระด่วน กรณี “โดนัลด์ ทรัมป์” ตั้งกำแพงภาษีสินค้าไทยสูงเว่อร์ 36 เปอร์เซ็นต์ กันอย่าง ยืดยาว

สส.ฝ่ายรัฐบาล และ สส.ฝ่ายค้าน ต่างลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเห็นกันน้ำลายแตกฟองจนสรุปไม่ได้ว่าจะไปทางไหนกันดี

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าความเห็นในสภาฯ มีเนื้อหากระจัดกระจายไปหลายแง่หลายมุม

แต่ไม่มีมุมไหนที่เป็นทางออกได้อย่างแท้จริง!!

1,หากจะยื่นข้อเสนอด่วนจี๋ ก็กลัวอเมริกาซึ่งถือไพ่เหนือกว่าจะยิ่งบี้เราหนักกว่าเดิม

2,หากจะยื่นข้อเสนอช้าก็กลัวประเทศคู่แข่งที่ออกตัวเร็วกว่าได้ลดกำแพงภาษีต่ำกว่าสินค้าไทย

3,หากจะเปิดประตูให้อเมริกาเพิ่มปริมาณสินค้าเกษตรเข้าเมืองไทย ก็กลัวพี่น้องเกษตรกรไทยจะเดือดร้อนกันบานตะไท

4,หากจะผนึกกำลังกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ไปเจรจาต่อรองกับอเมริกาแต่ละ ประเทศต่างก็มุ่งประโยชน์ของตัวเอง

เพราะกำแพงภาษีของกลุ่มอาเซียนสูงต่ำไม่เท่ากัน

5,หากจะหวังพึ่งองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เป็นคนกลางเจรจาให้อเมริกายอมลดกำแพงภาษีให้เกิดความเป็นธรรม

องค์การการค้าโลกวันนี้ก็เป็นยักษ์ไร้กระบอง ไม่มีน้ำอิ๊วจะไปสั่งพี่เบิ้มอเมริกาให้ปฏิบัติตาม

สรุปว่าการรับมือกำแพงภาษีอเมริกา ต้องตัวใครตัวมัน

ทุกประเทศที่เป็นคู่ค้ากับอเมริกา ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเอาเอง

ข้อสำคัญ อย่าฝันหวานว่า “ทรัมป์” จะลดภาษีสินค้าไทยกลับไปเท่าเดิม

เพราะ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นขาโหดเขี้ยวลากดิน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าประเทศ “เสือปืนไว”

รีบจองคิวเจรจาเกี้ยเซียะกับ “ทรัมป์” ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดกัน

...

เวียดนามซึ่งโดน “ทรัมป์” ตั้งกำแพงภาษีสูงถึง 46 เปอร์เซ็นต์ ส่งรองนายกฯเวียดนามบินด่วนไปเจรจากับนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลัง ของอเมริกา เมื่อวานซืน

พร้อมยื่นข้อเสนอจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอเมริกาเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์

ข้อเสนอของเวียดนามก็ไม่ได้รับการสนองตอบอย่างที่หวังกัน

เพราะ “ทรัมป์” มองว่าเวียดนามเป็นประตูหลังของจีน

ปล่อยให้สินค้าจีนสวมสิทธิ์เป็นสินค้าเวียดนามส่งไปขายอเมริกา

ทำให้เวียดนามโดน “ทรัมป์” กะซวก ภาษีถึง 46 เปอร์เซ็นต์!!

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าอเมริกากับจีนกำลังเปิดสงครามการค้ากันวินาศสันตะโร

ต่างฝ่ายต่างขึ้นภาษีตอบโต้บ้าเลือดถึง 104 เปอร์เซ็นต์

ประเทศที่ซี้ปึ้กกับจีน หรือประเทศที่มีห่วงโซ่การผลิตเกี่ยวพันกับจีนจึงเป็นเป้าหมายที่ “ทรัมป์” จ้องเล่นงาน

นี่คือประเด็นสำคัญที่ทีมไทยแลนด์ต้องเกาให้ถูกที่คัน!!

ตอนนี้รัฐบาลทั่วโลกแย่งจองคิวขอเจรจาลดกำแพงภาษีกันชุลมุนวุ่นวาย

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง “หน.ทีมไทยแลนด์” จะได้คิวเจรจาเมื่อไหร่? จะได้เจรจากับใคร? ยังไม่มีนัดหมายแน่นอน??

แต่ปัญหาใหญ่ที่กำลังตามมาคือ...การที่สินค้าจีนไม่สามารถไปขายตลาดอเมริกาได้อย่างบริดวกโยธิน

ทีนี้สินค้าจีนก็จะไหลทะลักเข้ามาท่วมตลาดไทย

เมื่อสินค้าจีนทุ่มใส่ตลาดไทย

ผู้ผลิตสินค้าไทยก็เจ๊งกันระเบิดเถิดเทิง

สรุปว่าไปซ้ายก็แย่ ไปขวาก็เยิน

มันซวยซํ้าซวยซ้อนอย่างนี้แหละโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม