“เอกนัฏ” ฟาดบริษัทไหนไม่พอใจการประเมินตามมาตรฐานไทย กรุณาเก็บของไปขายที่อื่น ฉุนตัวแทน “ซิน เคอ หยวน” กร่างต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ระบุนี่คืออาการโรคศูนย์เหรียญ

วันที่ 3 เมษายน 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐทีวี ยืนยัน เป็นเรื่องไร้สาระที่ผู้บริหารของบริษัทซิน เคอ หยวน ต่อรองขอส่งเหล็กไปตรวจกับสถาบันยานยนต์คู่ขนานกับสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย โดยนายเอกนัฏระบุว่าผลตรวจโดยสถาบันเหล็กมีการรับรองตามกฎหมายไทย ไม่ว่าจะส่งตรวจที่ไหนต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพราะฉะนั้น “เมื่อผลตรวจออกมาแล้วว่า ตก ก็คือตก ไม่มีตกแล้วไปซ่อมต่อ”

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ตอนผลิตใหม่ ๆ เหล็กได้มาตรฐาน แต่พอผ่านไประยะหนึ่งคุณภาพลดลง นายเอกนัฏกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ตนถึงต้องไล่จับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ มอก. ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ เหล็ก ยาง อย่างซิน เคอ หยวน ได้ มอก. ตั้งแต่ปี 2561 ถึงมี มอก. แต่ถ้าผลิตของด้อยคุณภาพก็ต้องถูกจับ ถูกปิด

ลั่นตรวจสอบอย่างโปร่งใส

สำหรับเคสนี้สังคมรับรู้ดีว่าตั้งแต่วันแรก ตนเป็นคนนำทีมไปเก็บตัวอย่างที่ไซต์ก่อสร้างตึกถล่มท่ามกลางสื่อมวลชน มีการอัดคลิปวิดีโอยืนยัน มีการยืนยันว่าเหล็กทั้งหมดได้สุ่มเก็บออกมาจากพื้นที่ ตอนที่เข้าไปเก็บ ตนยังไม่รู้เลยว่าเป็นยี่ห้ออะไรบ้าง “ทำไมผมเห็นเหล็กแล้ว ผมอึ้ง เพราะมาจาก SKY ซึ่งเป็นโรงงานที่ถูกระงับไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 แล้ว” จากนั้นจึงได้ส่ง น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงาน รมว.อุตสาหกรรม ไปดูที่โรงงานเมื่อวาน (2 เมษายน) ว่าของที่ถูกอายัดไว้ยังอยู่ครบหรือไม่ ส่วนวันนี้ (3 เมษายน) ก็ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะฉะนั้นทุกอย่างทำโดยเปิดเผย ตอนที่ส่งเหล็กไปตรวจ ก็ได้เชิญตัวแทนจากสภาวิศวกรรมสถานและ สวทช. ไปด้วย ตอนตรวจก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่ต้นรายการจนท้ายรายการ ผมต้องการให้ความจริงปรากฏสู่สาธารณะ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์การตรวจทำอย่างโปร่งใสแน่นอน

...

ไล่เก็บของไปขายที่อื่น

นายเอกนัฏยืนยันว่า สำหรับประเทศไทย เรามีเกณฑ์เดียว มีมาตรฐานเดียวที่ตรวจโดยสถาบันที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมายไทย เพราะฉะนั้นถ้าไม่พอใจการประเมินหรือเกณฑ์ตามมาตรฐานไทยก็เก็บของไปขายที่อื่น

ชี้อาการโรคศูนย์เหรียญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงเขากล้าต่อต้านหน่วยงานราชการไทย นายเอกนัฏระบุว่า เรากำลังสู้กับธุรกิจศูนย์เหรียญ เพราะลักษณะทุนศูนย์เหรียญจะมีการผลิตสินค้าที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จะเกิดอาการใหม่คืออาการด้อยคุณภาพ เพราะพยายามลดต้นทุนทุกอย่าง หากเป็นสายไฟก็เสี่ยงสายไฟไหม้ หากเป็นอาคารบ้านเรือนก็อาจพังถล่มได้ หากเป็นยาง อาจมีผลทำให้เบรกไม่อยู่ก็ได้ นี่คืออาการของโรคศูนย์เหรียญ ซึ่งมันมีการขับเคลื่อนกันเป็นขบวนการ ภาพใหญ่มีการลักลอบนำเอาสินค้าเถื่อนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต หนีภาษี ขายของด้อยคุณภาพ มีการส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้นทุนเดียวที่ธุรกิจเหล่านี้มีคือการหลบหลีกใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ทำผิดกฎหมายโดยที่ไม่ถูกจับ ก็เป็นไปได้ที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต้นทุนเดียวของคนพวกนี้พูดง่าย ๆ ก็คือการจ่ายใต้โต๊ะ ทำให้เขามีความมั่นใจว่าคนที่เขาดีลไว้ ใหญ่โตพอที่จะปกป้องเขาได้

ลั่น “ผมไม่กลัว”

นายเอกนัฏยืนยันว่า “ผมไม่มีทางยอม ผมไม่กลัว ผมจะใช้กฎหมายทุกฉบับที่มี ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ เมื่อวานเห็นพฤติกรรมแล้ว ต่อหน้าสื่อเลย น.ส.ฐิติภัสร์ ถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย พูดง่าย ๆ เหมือนถือป้ายทอง ถือดาบอาญาสิทธิของ รมว.อุตสาหกรรมไป เหมือน รมต. ไปเอง แต่ดูสิ สิ่งที่เขาพูดกับเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานที่ผมเป็นคนแต่งตั้งเอง ยังท้าทายเจ้าหน้าที่ ท้าทายกฎหมายไทย แบบนี้ขอถามว่าประโยชน์กับประเทศไทยคืออะไร”

ต่อข้อถามว่าเมื่อขบวนการธุรกิจศูนย์เหรียญใหญ่โตขนาดนี้ ลำพังกระทรวงอุตสาหกรรมจะรับมือได้แค่ไหน นายเอกนัฏกล่าวว่า จริง ๆ ได้พยายามทำเรื่องนี้มาตลอด 6 เดือน เมื่อเกิดเหตุตึกถล่ม ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ช่วยสั่งการเจ้าหน้าที่ให้อำนวยความสะดวกกับเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมในการเก็บตัวอย่างหลักฐานเหล็กในที่เกิดเหตุ และได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีหน้าที่ส่งผลการตรวจสอบมาตรฐานวัสดุ ไม่ได้เก็บครั้งเดียว เที่ยวต่อไปก็ต้องมีการชี้เป้าไปเก็บในจุดสุ่มเสี่ยงที่อาคารถล่มลงมาให้ครบทุกวัสดุ “มั่นใจว่าหากวันนี้เราร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราต้องยืนให้ได้ สู้กับสิ่งเหล่านั้น ผมมั่นใจว่าเราสามารถดำเนินการได้”