“กฤช ศิลปชัย” สส.ระยองพรรคประชาชน เปิดแชตอ้าง บุคคลปริศนาติดต่อเสนอ 10 ล้าน ดีลเป็นงูเห่าโหวตไว้วางใจนายกฯ ด้าน “โย พงศธร” บอกเป็นพยานให้ได้ แจ้งเลขาพรรคแล้ว คาดอังคารหน้าถกที่ประชุมพรรค
วันที่ 27 มีนาคม 2568 จากกรณี นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความและภาพแชตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 ที่ระบุถึงบทสนทนาที่มีการเสนอเงิน 10 ล้านบาท ถ้าโหวตเห็นชอบให้นายกรัฐมนตรี และยอดเงินเป็น 20 ล้านบาท ถ้าย้ายพรรค หากมา 10 คน จะมีตำแหน่งให้ และให้เงินเดือนอีก 250,000 บาท พร้อมแคปชั่นจั่วหัวระบุว่า “เมื่อผมถูกเสนอให้เป็นงูเห่า ก่อนลงมติไม่ไว้วางใจ”
นายกฤช เผยต่อไปว่า เมื่อได้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ทราบว่าเป็นของกรรมการบริหารพรรคการเมืองหนึ่ง เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์และปั๊มน้ำมัน ซึ่งพรรคนี้มีงูเห่าหลายตัว การเข้ามาหาซื้อเสียงโหวตใครๆ ก็รู้ว่าไม่ได้ต้องการเสียงสนับสนุนนายกรัฐมนตรีซึ่งเพียงพออยู่แล้ว แต่เป็นการจงใจทำให้เกิดงูเห่าเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคประชาชน และยืมมือนักการเมืองท้องถิ่นที่ต้องการส่วนแบ่งเพื่อใช้ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สังคมไทยยังมีการใช้วิธีการสกปรกเช่นนี้อยู่ เล่นกันเลอะเทอะทั้งในและนอกสภาฯ
...
“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สังคมไทยยังมีการใช้วิธีการสกปรกเช่นนี้อยู่ เล่นกันเลอะเทอะทั้งในและนอกสภาฯ การที่ผมออกมาเปิดเผยเพื่อที่จะย้ำให้เห็นว่าการเมืองไม่ใช่ของเล่นแบบที่นักการเมืองแบบเก่าใช้กัน ใช้เงินซื้อทุกอย่างเพื่อผลเข้าสู่อำนาจและแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง หากแต่การเมืองคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่สัญญากับประชาชน และเคารพต่อความไว้วางใจของประชาชน”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในโพสต์ดังกล่าวมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามหาตัวคนที่ต้องการซื้องูเห่าจำนวนมาก โดยนายกฤช โพสต์เพิ่มเติมข้อความในช่องคอมเมนต์อีกว่า “ขอแก้ไขข้อมูลนะครับ กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ผมเอ่ยถึงมีชื่อคล้ายๆ กับพรรคไทยสร้างไทย แต่ไม่ใช่พรรคไทยสร้างไทย และไม่มี สส.ในสภาฯ ครับ แต่ผู้ตั้งพรรคอาจมีความสนิทสนมกับคนที่บุรีรัมย์ ปัจจุบันพรรคนี้สิ้นสภาพพรรคไปแล้วเนื่องจากมีสมาชิกไม่ครบภายใน 4 ปี” ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงหยอกว่า “ทำไมไม่มีใครมาเสนออะไรแบบนี้ให้ฉันบ้าง เสียใจจุงงงง”
ทางด้าน นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ สส.ระยอง รองเลขาธิการพรรคประชาชน สัดส่วนภาคตะวันออก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายกฤช ออกมาแฉว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งเสนอให้เงินหลายล้านบาทแลกกับการลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ว่า ตอนที่นายกฤชมาคุยด้วย มีการปรึกษาว่ามีสายโทรศัพท์จากนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง โทรศัพท์มาแล้วแจ้งตามที่เป็นข่าวว่ามีคนต้องการให้เงินก้อนหนึ่ง เพื่อยกมือสนับสนุนนายกรัฐมนตรี หลังจากสนับสนุนแล้วถ้าจะย้ายพรรคไปอยู่กับเขา เขาจะมีเงินดูแลทั้งเงินก้อนและรายเดือน แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
“กฤชก็มาปรึกษาผมว่าจะทำอย่างไรต่อดี จึงให้ลองคุยดูก่อนให้รู้ว่าเป็น สส.พรรคไหน ฝั่งไหนกันแน่ กฤชก็เลยคุยกับเขาต่อตามที่เป็นข่าว”
เมื่อถามว่าเป็นการเตรียมแผนล่อซื้อหรือไม่ นายพงศธร ระบุว่า ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราอยากเห็น เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เราก็อยากรู้ข้อมูลว่าเป็นใครกันแน่ ที่จะมาดำเนินการแบบนี้ ส่วนที่กระแสสังคมตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น นายพงศธร ยืนยันว่าเป็นพยานได้ วันที่นายกฤชคุยกับฝั่งนั้น ตนเป็นพยานยืนยันได้ เพราะเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง นายกฤชปรึกษาตนมาตลอด จนกระทั่งมีการส่งตัวแชตข้อความในภายหลัง
ผู้สื่อข่าวถามต่อ พรรคการเมืองนั้นต้องการเสียงไปเพื่ออะไร นายพงศธร กล่าวว่า ตอนนั้นเขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไร เพียงแต่พยายามเสนอเงื่อนไขเพื่อดึงตัวไป ยอมรับว่าในส่วนของตนไม่ได้มีใครติดต่อมา ไม่มีการพูดคุยต่อรอง และในกลุ่ม สส.พรรคประชาชน ได้มีการคุยกันแล้ว โดยตนได้แจ้งข้อมูลให้กับ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ทราบไว้ก่อนแล้วด้วย ซึ่งการประชุมพรรคในวันอังคารหน้า (1 เมษายน 2568) น่าจะได้คุยกัน.