“ภูมิธรรม” สวนฝ่ายค้านไม่เข้าใจงานบริหาร ต้องทำงานสุขุมรอบคอบ หลักฐานมัดตัวขบวนการทุจริต

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เมื่อเวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ กรณีการจับกุมเครือข่ายทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ว่า ฝ่ายค้านเขาเรียกร้องตนผ่านในไลน์ทุกวันว่าทำไมไม่จัดการเสียที ไม่เคยเห็น และตนก็ตอบไปว่าไม่เป็นไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการอยู่แล้ว เขาไม่เคยบริหารประเทศ เขาไม่เข้าใจ ซึ่งตนก็ขอบคุณเขา แต่การที่เรามีเบาะแสที่เขาบอกมา และเรากำลังสอบสวน แต่จะเรียกให้เราเปิดเผย ซึ่งถ้าเปิดเผยหลักฐานก็หายหมด ตั้งแต่ที่ฝ่ายค้านพูดมาทั้งหมด ตนได้ดำเนินการนำคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เข้ามาสอบสวน ทั้งหมดเราดำเนินการอย่างเงียบๆ เอาตามข้อเท็จจริง เรื่องอยู่ที่จังหวัดลพบุรี เราก็ส่งคนขึ้นไปสอบสวนคนตั้งหลายสิบคน เราทำอะไรเราค่อยๆ ทำ อันนี้ชัดเจนการสอบสวนมันมีหลายอย่าง หลายส่วน สอบได้เสร็จเราก็นำไปให้ศาลออกหมายจับ เมื่อวานนี้ (26 มีนาคม) ตนรู้ก่อนแล้วว่าก่อนเที่ยงจะมีการบุกทุกบ้านพร้อมกัน เข้าไปกับหมายจับ อันนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานสุขุมรอบคอบ และอิงตามข้อกฎหมาย ตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อิงตามอารมณ์ความรู้สึก เห็นคดีที่หลุดมาเยอะแล้ว ว่าโวยวายๆ ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ศาลเขาก็พิจารณาตัดสินตามหลักฐาน

ไม่หวั่นศาลรับคำร้องกลั่นแกล้ง สว.

นายภูมิธรรม ยังให้สัมภาษณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ประธานส.ว.และคณะสว. ยื่นวินิจฉัย นายภูมิธรรม และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม จากกรณีตรวจสอบกระบวนการรับฮั้วส.ว. เป็นคดีพิเศษ ว่าตนยังไม่ได้ตั้งทีมกฎหมายมาเพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้มีปัญหา เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ เป็นเรื่องของกฎหมายรอให้ศาลวินิจฉัย ตนไม่วิตกกังวลใดๆ ก็อยู่ดุลยพินิจของศาล ที่ไม่กังวล เพราะรู้ว่าเราทำอะไร ทำตามหน้าที่ที่ควรจะทำ เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศก็รู้ว่าตนทำอะไร เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องนี้มีเกมการเมืองอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า รอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทั้งหมดเป็นเรื่องที่อยู่ในสายตาประชาชนมาโดยตลอด ประชาชนรับรู้เรื่องราวต่างๆ อาจจะรับรู้มากกว่าตนอีก เมื่อถามว่าได้วิเคราะห์ว่าผลจะเป็นบวกเป็นลบหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า จริงๆ แล้วไม่ได้คิดอะไรเลย มาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเราถือว่าเราบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ของเรา ไม่มีอะไรที่กังวล เรื่องนี้เก็บไว้เลย ไปรอผลการพิจารณาซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของศาล

...