ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ถนนพระราม 2 ต้องวุ่นวายจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ตลอดเวลาเริ่มตั้งแต่โครงการขยายถนนพระราม 2, โครงการก่อสร้างทางยกระดับ “ธนบุรี–ปากท่อ”, โครงการทางหลวงพิเศษ บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว, โครงการทางพิเศษพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอก ฯลฯ

เมื่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ๆ ไปมะรุมมะตุ้มอยู่บนถนนสายเดียวกัน จึงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงซ้ำซากบนถนนพระราม 2 ไม่จบไม่สิ้น อย่างที่เห็นกัน

ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุสยองโครงการก่อสร้างสะพานยกระดับพังถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ และบาดเจ็บอีก 27 ราย

เมื่อ 3 เดือนก่อนก็เพิ่งเกิดอุบัติเหตุคานเหล็กถล่มทับคนงานก่อสร้างเสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 9 ราย

ยังสรุปไม่ได้ว่าอุบัติเหตุคานเหล็กถล่มเกิดจากสาเหตุใด??

เช่นเดียวกับอุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มล่าสุด ยังต้องใช้เวลาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกหลายเดือน

“แม่ลูกจันทร์” ไม่รอผลสอบสวนให้เสียเวลา

ขออนุญาตฟันธงว่า อุบัติเหตุโครงการก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่ผ่านมาเกิดจากความประมาทส่วนบุคคล!!

ตั้งแต่การออกแบบ? การควบคุมงาน? ไปถึงคนที่คุมหน้างาน?

หรือเป็นความประมาทร่วมกันหลายบุคคล

ความประมาท หรือพูดอีกอย่างคือความเลินเล่อ หรือพูดอย่างสุภาพคือ “ความสะเพร่า” หรือพูดอย่างบ้านๆ คือ “ความชุ่ย” ทำให้เกิดอุบัติเหตุสยองบนถนนพระราม 2 ซ้ำๆซากๆมา 8 ปี!!

เพราะความชุ่ยแท้ๆ ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างน่าเศร้าใจ

และทำให้พี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนพระราม 2 ต้องพลอยเดือดร้อนอีกนับหมื่นนับแสนคน

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร สั่งฟันบริษัทรับเหมาโครงการที่ปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

...

นอกจากขึ้นบัญชีดำห้ามรับงานก่อสร้างจากทางราชการ ยังฟ้องคดีอาญา และฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าชดเชยความเสียหายอีกก้อนโต

“แม่ลูกจันทร์” มองว่านอกจาก “ความประมาท” หรือ “ความชุ่ย” ไม่ให้ความสำคัญต่อมาตรฐานความปลอดภัยเท่าที่ควร

ยังมีปัจจัยเสริมอีก 2 ประการ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในโครงการก่อสร้างถนนพระราม 2 มากผิดปกติ เมื่อเทียบกับทางสายอื่นที่มีโครงการก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมา

ปัจจัยเสริมข้อแรก...มีการซอยงานก่อสร้างมากถึง 14 สัญญา ทำให้ต้องใช้ทีมงานก่อสร้างจำนวนมาก และใช้เครื่องจักรกลจำนวนมากในจุดเดียวกัน

ย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติแน่นอน!!

ปัจจัยเสริมข้อที่สอง...มีการรับเหมาช่วง หรือซับงานหลายทอดหลายมือ

บริษัทก่อสร้างรายใหญ่ชนะประมูลไม่ทำงานเอง แต่ฟันหัวคิวไปแล้ว 20 เปอร์เซ็นต์

จากนั้นไปซับงานให้บริษัทก่อสร้างระดับกลางๆรับไปทำแทน

แล้วบริษัทก่อสร้างมือที่ 2 ยังไปซับงานต่อให้บริษัทรับเหมารายย่อยๆ มือที่ 3 อีกที

พูดง่ายๆ ได้ทำงานใหญ่ แต่กำไรเหลือนิดเดียว!!

การที่บริษัทก่อสร้างเบอร์ใหญ่ชนะประมูลแต่ไม่ทำงานเอง แต่ไปเหมาช่วง หรือไปซับงานบริษัทที่ 2 และที่ 3 ทำงานแทน

การซับงานหลายทอด เหมาช่วงต่อหลายมือ มาตรฐานย่อมลดลง

มันก็เกิดอุบัติเหตุซ้ำซากอีกน่ะซีโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม