ไม่ต้องกลัวถูกฟ้องกลับ “นายกฯ แพทองธาร” สั่งสอบสวน-ดำเนินคดีเหตุสะพานถล่ม ถนนพระราม 2 ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ต้องมีมาตรการชัดเจน ชี้ ความปลอดภัยประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ การสูญเสียเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก

เมื่อเวลา 12.02 น. วันที่ 17 มีนาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างถนนและเส้นทางคมนาคม ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า เช้าวันนี้เรียกประชุมกรณีการก่อสร้างทางยกระดับบนถนนพระราม 2 เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงและอุปสรรคที่ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก สร้างความหวาดกลัว และไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยทั้งในระหว่างการก่อสร้างและในอนาคต กระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนนและผู้คนที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง และยังส่งผลกระทบด้านการจราจรเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากอุบัติเหตุดังกล่าว

“รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจค่ะ ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งการดำเนินการทางกฎหมายและการเยียวยา ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนอย่างเร่งด่วน”

นายกรัฐมนตรี ระบุต่อไปว่า วันนี้ได้หารือร่วมกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงคมนาคม, อธิบดีกรมทางหลวง, อธิบดีกรมทางหลวงชนบท, อธิบดีกรมบัญชีกลาง, ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขอให้สอบสวนดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ตรวจสอบบริษัทรับเหมาทั้งรายหลักและรายย่อย ขอให้มีการดำเนินคดีทางแพ่ง รวมถึงมีการตรวจสอบที่ปรึกษาของโครงการ และดำเนินคดีทางอาญาตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

...

“ท่านรัฐมนตรีสุริยะเคยพูดไว้แล้วว่าการสร้างสะพานพระราม 2 ต้องเสร็จสิ้น แต่นั่นคือเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน การสูญเสียเช่นนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกค่ะ”

ทั้งนี้ นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการประชุม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเหตุการณ์คานเหล็กถนนพระราม 2 ในโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนองฯ ทรุดตัวทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ถึงแม้โครงการดังกล่าวไม่ได้ลงนามสัญญาในรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระทรวงคมนาคมกำหนดบทลงโทษให้ชัดเจน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นต้องการให้รับผิดชอบทางแพ่งด้วย

ในส่วนของที่ปรึกษาโครงการและผู้รับผิดชอบในวิชาชีพ จะต้องดูว่ามีการละเลยในขั้นตอนต่างๆ หรือไม่ และการควบคุมการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน และตามข้อกำหนด ตามกฎเกณฑ์หรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องรับผิดชอบทางอาญาด้วย ซึ่งจะต้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงต้องยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมกับตั้งโจทย์ว่าหากเกิดปัญหาขึ้นอีก จะมีผู้รับผิดชอบในด้านใดบ้าง

“อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดการเสียชีวิต ชีวิตของคนมันไม่ควรจะเกิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นต้องชัดเจน ในเรื่องของความรับผิดชอบต่างๆ ขอให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง” 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ต้องดูในรายละเอียดของการสอบสวนด้วยว่าเกิดขึ้นอย่างไร โดยมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนมากขึ้น หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในอนาคตไม่ต้องการให้ปล่อยผ่านแล้วเกิดความรับผิดชอบเป็นครั้งๆ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงจังกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ อีก พร้อมกับกำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด และเรื่องของความปลอดภัยของผู้สัญจร จะต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้อธิบดีกรมทางหลวงซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวดกับผู้รับเหมาก่อสร้างแล้ว ส่วนในระดับกระทรวงคมนาคม ได้เชิญผู้รับเหมามาเน้นย้ำว่าการเสียชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็ยังเกิดขึ้น ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมมีมาตรการเรื่องสมุดพกเพื่อตรวจสอบการทำงานของผู้รับเหมา และให้จดบันทึกว่ามีอุบัติเหตุและการเสียชีวิตจำนวนเท่าไหร่ โดยจะประสานกับกรมบัญชีกลาง เพื่อดูว่าจะสามารถ Blacklist ห้ามไม่ให้บริษัทที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซากมีผู้เสียชีวิตได้ร่วมการประมูลงานในช่วง 1-2 ปี เพราะหากมีมาตรการเช่นนี้ เชื่อว่าบริษัทผู้รับเหมาจะเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยสั่งการให้ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำมาบังคับใช้อย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด พร้อมกับย้ำว่าหากการกระทำมีความผิดชัดเจนตามกฎหมายระบุไว้ ไม่ต้องกลัวจะถูกฟ้องกลับ อะไรที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบันพร้อมจะรับผิดชอบและแก้ไขปัญหา ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันศึกษาและรายงานความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า.