อนุกรรมาธิการปราบคอลเซ็นเตอร์ แถลงผลการปราบปรามได้ผลน่าพอใจ แจงยอดหลอกประชาชนลดลง 20% แต่ยังวางใจไม่ได้ แนะธนาคารหาระบบ AI มาช่วยคัดกรองการโอนเงินผิดปกติ
วันที่ 14 มีนาคม 2568 นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า ในกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาบัญชีม้าว่า กมธ.เชิญธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และตัวแทนธนาคารพาณิชย์ เข้าร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า โดย ธปท. และสมาคมธนาคารไทยรายงานว่า ลดความเสียหายลงไปได้มาก จนถึงขั้นไม่มีเลยในรอบเดือนที่ผ่านมา
ส่วนการหลอกให้โอนเงินด้วยการข่มขู่แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ทางธนาคารอยู่ระหว่างหาวิธีในการรับมืออยู่ แม้จะเป็นการโอนเงินโดยสมัครใจจากการหลงเชื่อถูกหลอกก็ตาม ที่ผ่านมาสมาคมธนาคารไทยให้ข้อมูลว่า ลดความเสียหายลงร้อยละ 20 ในรอบเดือนที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก
ประธานอนุกรรมาธิการฯ บอกด้วยว่า ยังมีปัญหาอีกหลายอย่างแม้จะมีการระงับลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเป็นบัญชีม้าได้บ้าง แต่จะมีบัญชีบุคคลที่ไม่ได้ใช้งาน ที่มีคนมาติดต่อขอซื้อไปเป็นบัญชีม้า ซึ่งเรียกว่า "ม้านอน" เป็นเป้าหมายใหม่ หลังเข้มงวดเรื่องบัญชีม้าใหม่ สมาคมธนาคารรายงานว่าการโอนเงินผ่านบัญชีและยังคงอยู่ในระบบธนาคาร สมาคมธนาคารไทยสามารถสกัดกั้นได้ถึงร้อยละ 95 ส่วนที่น่าเป็นห่วงสุด คือการโอนไปอยู่ในคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งต้องหาทางช่วยเหลือว่าจะสามารถป้องกันได้อย่างไร โดยอนุกรรมาธิการจะเชิญบริษัทที่เกี่ยวกับคริปโตฯ มาพูดคุยต่อไป
...
ทั้งนี้ อนุกรรมาธิการเสนอให้ธนาคารอาจต้องขอซื้อระบบออนไลน์ หรือ AI เพื่อติดตามและสกัดกั้นการโอนเงินที่ผิดปกติ หรือการโอนไปยังคริปโตฯ ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย และยังมีข้อสังเกตที่ว่าธนาคารบริเวณชายแดนมีตู้ของธนาคารอยู่ราว 1-3 ตู้ แต่ธนาคารบางแห่งมีตู้ ATM อยู่ 10 ตู้ มีการเข้าออกและหมุนเวียนเงินบริเวณชายแดน เราพยายามหาหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนัน หรือการฟอกเงินด้วยหรือไม่