โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ถาม “วันนอร์” กังวลเกินไป หรือตั้งใจถ่วงเวลา มั่นใจ สส.มีวุฒิภาวะ รู้อะไรถูกผิด ไม่พาดพิงคนอื่นโดยไม่จำเป็น
วันที่ 10 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้พรรคฝ่ายค้านตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การที่นายวันมูหะมัดนอร์ อ้างว่าผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2563 ข้อ 176 และอาจจะมีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องได้นั้น อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน และเอาเรื่องหลายเรื่องมาปนกัน ท่านต้องเข้าใจอำนาจและหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในข้อ 9 ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2563 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 และบอกหน้าที่ 6 ข้อของประธานสภาฯ ไว้ชัดเจน
ในข้อบังคับข้อ 44 ได้ให้ความหมายของคำว่า “ญัตติ” ว่า ญัตติ (Motion) คือ ข้อเสนอใดๆ ที่มีความมุ่งหมายให้สภาลงมติหรือชี้ขาดว่าจะให้ปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ญัตติสามารถเสนอได้ทั้งเป็นหนังสือหรือด้วยวาจา จะมีผู้รับรองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุม ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับที่ 44-65 และที่สำคัญ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้เป็นไปตามข้อบังคับฯ หมวด 9 ข้อ 175-178 ในกรณีที่ท่านประธานสภา อ้างข้อบังคับฯ ข้อ 176 ที่ว่า “เมื่อประธานสภาได้รับญัตติตามข้อ 175 แล้วให้ทำการตรวจสอบ หากมีข้อ “บกพร่อง” ให้ประธานสภาแจ้งให้ผู้เสนอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ” ซึ่งในกรณีนี้ประธานสภา ไม่ได้แจ้งข้อบกพร่องที่ชัดเจนว่าผิดข้อบังคับ ข้อหนึ่งข้อใด”
...
ในส่วนที่ 2 ที่ว่าด้วย “การเสนอญัตติ” ข้อ 44-65 และหมวด 9 ข้อ 175-178 แต่กลับอ้างเรื่อง “การออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น” ซึ่งเป็นข้อบังคับในหมวด 3 การอภิปราย ซึ่งเป็นข้อบังคับฯ คนละเรื่องกัน และในข้อบังคับว่าด้วยเรื่องการยื่นญัตติ ข้อ 44-65 และข้อ 175-178 ไม่มีการระบุให้นำข้อบังคับเรื่องนี้มาบังคับใช้โดยอนุโลมแต่อย่างใด
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวต่อว่า การที่ประธานสภาฯ เกรงว่าจะมีสมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดอภิปรายโดยการออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น อันเป็นการผิดข้อบังคับฯ ข้อ 69 และเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องกันขึ้นนั้น ส่วนตัวมั่นใจว่า สส.ทุกท่านมีวุฒิภาวะ รู้ดีว่าอะไรถูกอะไรควร ไม่น่าห่วงอยู่แล้ว หากมีการกระทำผิดตามข้อบังคับข้อ 69 ก็มีแนวทางการดำเนินการตามข้อ 71-72 ซึ่งเป็นอำนาจของประธานสภาอยู่แล้ว
“ผมไม่มั่นใจว่า ประธานสภากังวลเกินไป หรือตั้งใจถ่วงเวลาให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้องเลื่อนออกไปจนหมดสมัยการประชุม หรือมีข้อตกลงอะไรลับๆ หรือไม่อย่างไร ฝากพี่น้องประชาชนช่วยจับตามอง” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเอ่ยชื่อคน บอกเพียงว่า พปชร.เตรียมอภิปรายโดยเน้นที่พยานและหลักฐานที่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีบริหารราชการที่ผิดพลาด และมั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยกมือให้อย่างแน่นอน”