“ในหลวงรัชกาลที่ 10” ทรงรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดนราธิวาส-ปัตตานี ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ “อนุทิน” รับ อส. เป็นเป้าของผู้ก่อการร้าย บอกยังไม่ลงพื้นที่ ขอให้เวลา จนท. ทำงานเต็มที่ก่อน


วันที่ 10 มีนาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงเหตุระเบิดที่ จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี ทำให้มีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. เสียชีวิตหลายคน ว่า เรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 จังหวัด ได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว ส่วนการเยียวยา ดูแลครอบครัวก็จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุพุ่งเป้าไปยัง อส. จะดูแลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วงหลังเราพยายามที่จะให้ อส. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับชาวบ้านเป็นคนคอยดูแลประชาชนและเรื่องต่างๆ ซึ่ง อส. ส่วนใหญ่มาจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เรานำมาอบรมเพื่อให้เข้ามาทำงานช่วยเฝ้าระวังในพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็น่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ อส. เป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะลงพื้นที่ไปให้กำลังใจ อส. หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอย่างเต็มที่ ขณะนี้ยังมีสถานการณ์อยู่ก็ควรให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ การที่เราจะลงพื้นที่ไปตอนนี้อาจจะช่วยได้ในแง่ของขวัญและกำลังใจ แต่ในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งหลายที่จะต้องมาดูแลคณะผู้ใหญ่จากส่วนกลางที่ลงไป คงไม่ดี แต่วันนี้จะมีการประชุมคอนเฟอเรนซ์ในพื้นที่กับผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดภาคใต้ เพื่อกำชับให้ป้องกันเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเราดูแลงานด้านฝ่ายปกครอง แต่เราต้องสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ทหาร และตำรวจ เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้

...

เมื่อถามอีกว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานถึงสาเหตุในพื้นที่หรือไม่ว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องอะไร นายอนุทิน เผยว่า ยังไม่วิเคราะห์ถึงขนาดนั้น เพียงแต่รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดก็มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ทางด้านกองทัพภาคที่ 4 ก็มีการจัดกำลังลาดตระเวนทุกพื้นที่ตลอดเวลา ซึ่งการก่อการร้ายมีการก่อเหตุเป็นจุดๆ เราก็คงต้องเตรียมความพร้อม ฝ่าย อส.เอง ก็มีการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่ง อส. ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำร้ายหรือไล่ล่าใครอยู่แล้ว

ในประเด็นคำถาม เหตุการณ์นี้หายเงียบไปนานแล้วแต่กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งน่าจะมีเหตุหรือปัจจัยอะไรหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เดี๋ยวคงต้องไปวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกัน ซึ่งเราก็รอทาง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่อาจจะสั่งการอะไรมา แต่ในส่วนของฝ่ายปกครองก็พร้อมที่จะสนับสนุน

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ชายแดนใต้ ทางกระทรวงมหาดไทยจะเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการทำยุทธศาสตร์มันครอบคลุมทุกสถานการณ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ ตอนนี้งานด้านการข่าวเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอน ทุกปีมักมีคนคิดแผลงๆ ที่จะก่อให้เกิดรุนแรงได้ ดังนั้นเราต้องเข้าไปทำความเข้าใจ และระมัดระวังให้มากที่สุด โดยครั้งนี้จะเห็นว่าผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เป็นพี่น้องมุสลิม ซึ่งทุกคนกำลังแสวงบุญกันอยู่ ดังนั้นอยากขอความร่วมมือประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามันไม่น่าจะมีผลดีหรือผลบุญใดๆ ถ้าจะมุ่งทำร้ายชีวิตมนุษย์ด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าประณามใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เราอย่าไปเพิ่มความเข้มข้นของสถานการณ์เลย เราทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนไหนที่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายเราก็ดำเนินการ และเลี่ยงการใช้ข้อความหรือถ้อยคำที่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง.