สว.สำรองเฮ หลัง กพค. มีมติรับคดีฐานฟอกเงินเลือก สว. เป็นคดีพิเศษ มอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจ “ภูมิธรรม-ทวี” ขอบคุณยึดหลักยุติธรรม ลั่น ไม่ยอมให้ประเทศเสียหายเพราะกลุ่มแก๊งการเมือง

วันที่ 6 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มตัวแทน สว.สำรอง และผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มอบกระเช้าดอกไม้ให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานกรรมการคดีพิเศษ และคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ภายหลังที่ กคพ. มีมติเห็นชอบ 11 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง รับเป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 กรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำผิดเป็นอั้งยี่ ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก เมื่อ พ.ศ. 2567 ส่วนคดีฮั้วเลือก สว. ให้เป็นหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวน

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้สมัคร สว. เป็นตัวแทนมอบดอกไม้และกล่าวว่า ขอขอบคุณที่คณะกรรมการทั้ง 11 คน มีมติให้รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ส่วนการทำงานหลังจากนี้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ กกต. ก็จะต้องไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องฮั้วเลือก สว. ซึ่งหลังจากนี้ไปกลุ่มผู้สมัคร สว.ทุกคน ก็จะไปติดตามเรื่องนี้อย่างเข้มข้น หลังจากที่เราได้เดินหน้ารวบรวมหลักฐานต่างๆ จนนำมาสู่การรับไว้เป็นคดีพิเศษเพื่อสืบสวนสอบสวนในความผิดฟอกเงิน และในฐานะนายตำรวจเก่าก็เชื่อมั่นในการทำงานและกระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ แต่หากท้ายที่สุดผลการสอบสวนออกมาพบว่าไม่มีความผิด ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ขยับขึ้นมาเป็น สว.

...

“พวกเราก้าวข้ามคำว่าตัวสำรองจะได้เป็น ไม่ได้เป็น ขณะนี้พวกเราทราบดีว่ามีการกระทำผิดของกลุ่มแก๊งต่างๆ มันใหญ่มาก เป็นภัยต่อบ้านเมืองอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคง ถือว่าเป็นภารกิจของปวงชนชาวไทยเลยก็ว่าได้ว่าต้องดำเนินการทางกฎหมายให้เป็นจริง และดำเนินการต่อผู้กระทำผิดในเรื่องนี้ตามกฎหมาย ใครทำผิดคนนั้นต้องได้รับโทษ ส่วนผลจะบวกหรือลบในทางการเมืองต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อันนั้นเป็นเรื่องที่ท่านต้องผลการกระทำที่ตามมา ส่วนพวกผมจะมีโอกาสเป็น สว.สำรอง เป็นตัวจริงอะไรนั้น ก็ถือเป็นผลพลอยได้ ไม่ได้เป็นภารกิจหลักในการขับเคลื่อนครั้งนี้”

ทั้งนี้ หลังจากมอบดอกไม้เสร็จกลุ่มตัวแทน สว. ได้จับมือกันเฮ ส่งเสียงด้วยความดีใจพร้อมกับชู 2 นิ้ว ขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน.