“ภูมิธรรม” ถาม อภิปรายนายกฯ คนเดียวจะใช้สักกี่วัน ลั่น ไม่คิดปิดปากฝ่ายค้าน สภาว่าอย่างไรรัฐบาลพร้อม เหน็บ อย่าใช้จินตนาการปมส่ง “อุยกูร์” กลับจีน หยุดพูดทำร้ายประเทศ ยัน ฝ่ายความมั่นคงดูแลเต็มที่ตลอด
วันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านเหมือนจะไม่พอใจที่รัฐบาลจะให้เวลาเพียงวันเดียว ว่า เพิ่งทำงานมาประมาณ 5 เดือน และจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวคงไม่มีอะไรให้อภิปรายมาก ไม่เช่นนั้นทำไมไม่อภิปรายรัฐมนตรีทุกคนเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจะเอา 5 วันก็ให้ได้ แต่นายกรัฐมนตรีคนเดียวจะเอา 3 วัน 5 วัน อย่าใช้เวทีนี้มาประลองฝีปาก ผู้สื่อข่าวถามต่อ ที่สุดแล้วจะให้อภิปรายเพียงแค่ 1 วันใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่จะตกลงกันมา 2 วัน 3 วัน หรือ 5 วัน รัฐบาลรับได้อยู่แล้ว อยู่ที่สภาฯ กำหนดรัฐบาลต้องทำตาม
เมื่อถามต่อ จะถูกสังคมมองว่าเป็นการปิดปากฝ่ายค้านในการตรวจสอบหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบกลับว่า จะปิดปากอะไร นี่ก็พูดกันไปเรื่อย อภิปรายเท่าไหร่ก็ไปตกลงกันในสภาฯ จะตกลงกี่วันรัฐบาลก็พร้อม เป็นกติกาที่สภาฯ ต้องคุยกัน ยืนยันไม่มีการปิดปาก ส่วนที่ฝ่ายค้านยังยืนยันจะพูดถึงชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นสารตั้งต้นนั้น เรื่องนี้ตนพูดหลายครั้งแล้ว หากเขาอภิปรายก็ต้องรับผิดชอบเอง
พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบการทุจริตยาในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ว่า เรื่องนี้มีการประสานงานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตั้งแต่มีข่าวก็ได้กำชับไป และตนกำกับดูแล ป.ป.ท. อยู่ด้วย ก็ให้เขาร่วมมือกัน วันนี้น่าจะแจ้งความได้ และจะให้มีการแถลงข่าว
...
ส่วนกรณีข้อพิพากษ์วิจารณ์ในการที่รัฐบาลส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีน ซึ่งอาจทำให้เกิดความรุนแรงในประเทศไทย นายภูมิธรรม ตอบว่า เรื่องนี้เราต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริง ไม่ใช่เริ่มต้นจากความเชื่อ ถ้าเชื่อว่าจะมีระเบิดมันก็จะเชื่อไปเรื่อยๆ เชื่อไปได้มากมาย ไม่เป็นผลดีกับสุขภาพ ซึ่งในแง่ความมั่นคงเรามีความระมัดระวังอยู่แล้วต่อให้มีเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เราทำเรื่องนี้ตนคิดว่าพรรคฝ่ายค้านหรือองค์กรสิทธิมนุษยชน เป็นการมองด้วยจินตนาการย้อนหลังไปเป็น 10 ปี ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเป็นเรื่องของประเทศจีนที่ต้องชี้แจง แต่วันนี้บ้านเมืองเขามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก สิ่งที่คิดว่าจะโจมตีเขาได้ก็ไม่น่าจะโจมตีได้
นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ต้องไม่ใช้ความเชื่อว่าเขาไปแล้วจะมีปัญหาเกิดขึ้น แต่ประเด็นของเรื่องนี้คือเราไปละเมิดสิทธิ์เขา ซึ่งเราก็จัดการแก้ปัญหา ขณะที่ทางการจีนได้ออกหนังสือทางการทูตที่ยืนยันได้ชัดเจน ตามหลักการความระมัดระวังการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนังสือที่รับประกันโดยสถานทูตจีนในนามรัฐบาลจีนเพื่อให้เราได้รับความมั่นใจ
ทั้งนี้ นายภูมิธรรม กล่าวถึงกรณีประเทศที่ 3 ขอยืนยันว่าไม่มี หากใครบอกว่ามีให้มาพูดคุยกันแล้วเอาเนื้อมา ขณะที่ทางการจีนจากการพูดคุยกันแล้วเขายืนยันว่าคนเหล่านี้เป็นพลเมืองของเขา และขอรับคืน เรารอมาแล้ว 10 ปีซึ่งทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ประเทศที่ 3 แม้กระทั่งประเทศใหญ่ๆ ที่ตนคุยมาก็ไม่มีใครเอา ฉะนั้น เมื่อไม่มีประเทศที่ 3 ก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ
“หลายๆ เรื่องผมคิดว่าอย่าเอาความเชื่อส่วนตัวมาพูด และไปคำนึงถึงหลักปรัชญาบางอย่างแล้วมาทำร้ายประเทศตัวเอง ขอร้องถ้าจะทำอย่างนั้นจริงๆ ให้ทำเหมือน สส.พรรคประชาชน ที่มายื่นทุจริตยา เอารูปธรรมมาหาทางแก้ปัญหา ไม่ใช่พูดไปเรื่อยเปื่อยให้เกิดความหวาดกลัว ผมคิดว่าอยู่ที่ความจริง ถ้าความจริงเป็นแบบนี้แล้วกระบวนการทางจีนเขายอมรับ เราก็ยังสามารถไปตรวจสอบเขาได้ ในเมื่อเขาไม่กลัวให้เราไปตรวจสอบ แล้วเราจะไปกลัวว่าเขาจะไปตายได้อย่างไร ขึ้นเครื่องลงเครื่องไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย ไม่มีพันธนาการ แม้เชื่อว่าจะเป็นการจัดฉาก แต่โลกนี้ไม่ใช่โลกยุคดึกดำบรรพ์ ไม่ได้อยู่ในเกาะ
ไปดูกันได้เมืองซินเจียงเขาก็ไม่มีอะไรปิดบัง ใครอยากไปทำข่าวก็ไปเลย และทางเราหลังจากนี้ 15 วัน ก็จะมีรัฐมนตรีคนอื่นๆ ไปดู ผมก็อาจจะไปด้วย นอกจากนี้ เรายังให้สถานทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งไปดูเป็นระยะ แล้วจะเอาอย่างไรอีก หรือต้องให้บ้านเมืองนี้ถูกทำลาย ถูกวางระเบิดถึงจะสะใจ ดังนั้น เอาความจริง อย่าเอาความเชื่อไปสร้างปัญหาให้ประเทศ”
นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังเผยด้วยว่า วันนี้สิ่งที่เราทำเป็นการลดภาระของประเทศ เราควรจะดีใจ ไม่ควรตั้งคำถามว่าอาจจะทำให้เกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพราะคนเราคิดอะไรได้ร้อยแปด ระเบิดนิวเคลียร์จะลงก็คิดกันได้ คิดแล้วหวาดผวาทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น ทำแล้วสะดวกสบายใจอย่างนั้นหรือ หากฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็อภิปรายได้เลย เอาหลักฐานมาว่าเขาตายหรือถูกทำร้ายร่างกายอย่างไร อย่าใช้ความเชื่อมาอภิปราย เพราะถ้าใช้ความเชื่อมาอภิปรายเราจะไม่ตอบ
สำหรับประเด็นที่ทางการสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น แจ้งเตือนประชาชนของตนเองที่อยู่ในประเทศไทยให้ระมัดระวังเหตุความรุนแรงนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ที่แต่ละประเทศเกิดความไม่สบายใจและได้แจ้งเตือนประชาชนของเขา ซึ่งประเทศไทยก็แจ้งเตือนประชาชนของเราอยู่บ่อยๆ หากมีเหตุอะไร ดังนั้น เขาจึงมีสิทธิ์เตือนแต่ความเป็นจริงจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางนั้นเขาไม่ได้ห่วงอะไร แล้วเราจะไปห่วงอะไรแทนเขา ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงเราดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องนี้หรือไม่ ก็ไม่เคยละเว้นไม่เคยประมาท.