นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้วลุยแก้ปัญหาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขอบคุณฝ่ายมั่นคง-ตร.จัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดี กำชับ 6 ข้อสั่งการเข้มข้น ก่อนกัมพูชาปล่อย 119 คนไทยกลับพรุ่งนี้ ก่อนลุยด่านบ้านคลองลึก พร้อมหนุนเครื่องคัดกรองเอ็กซเรย์

วันที่ 28 ก.พ. 2568 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม ร.12 พัน.3 รอ. อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือประเด็นการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจจะมาตรวจดูงานและติดตามจากสัปดาห์ที่แล้ว นายภูมิธรรมและนายประเสริฐมาดูพื้นที่ก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าปัญหาของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ดังนั้นต้องขอขอบคุณคณะฝ่ายความมั่นคง และตำรวจที่ช่วยกันดูแลอย่างดี ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นถูกจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีมาก และขอชื่นชมด้วย ทั้งนี้ วันนี้ตนมาเองก็จะติดตามดูว่าจากข้อสั่งการครั้งที่แล้วได้ทำอะไรไปแล้ว จะได้ติดตามผลว่าต้องมีอะไรที่ทำเพิ่มเติม หรือทางฝ่ายความมั่นคงต้องการอะไรเพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ทางฝ่ายรัฐและฝ่ายเอกชน เพื่อสื่อสารให้ประชาชนได้ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะบางคนมีความหนักใจผู้ใหญ่ที่อยู่ที่บ้านอาจจะไม่คล่องตัวกับเครื่องมือสื่อสาร กลัวจะโดนหลอกหรือไม่ ดังนั้นวันนี้เราต้องมาดูกันอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา

...

จากนั้น นายกฯรับฟังรายงานสถานการณ์ภาพรวมการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์จากผวจ.สระแก้ว ทั้งนี้ วันที่ 1 มี.ค. สถานกงสุลใหญ่ ณ จ.เสียมราฐ ได้อำนวยความสะดวกในการส่งตัวคนไทย 119 คน ที่อาศัยอยู่ในกรุงปอยเปต กลับประเทศไทย โดยจะนำส่งไปยังศูนย์คัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) จ.สระแก้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม
1.ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงาน กสทช. ติดตามเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต สัญญาณสื่อสาร รวมทั้งซิมโทรศัพท์ อย่าให้ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน และตรวจสอบสัญญาณที่ตัดไปแล้ว อย่าให้มีการติดตั้งขึ้นมาใหม่อย่างเด็ดขาด
2. ให้หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กวดขันเรื่องการเข้าออกบริเวณแนวชายแดน เฝ้าระวังการลักลอบนำคนหรืออุปกรณ์ใด ๆ เข้าออกตามแนวชายแดน โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ และต้องมีการทำงานด้านการข่าวกับคนในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องในส่วนของการจับกุมหรือการเดินทางเข้ามาของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการปราบปรามของรัฐบาล
3. ให้ทหาร ตำรวจ ศุลกากร ฝ่ายปกครอง ตรวจสอบคัดกรองด้วยความรอบคอบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด ผู้ใดเป็นเหยื่อ และต้องมีบันทึกการจับกุมอย่างชัดเจน

4. ให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่รับผิดชอบประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในกรณีที่มีการส่งกลับ ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ถูกส่งกลับแล้วจะต้องส่งตัวต่อไปยังประเทศที่สาม ขอให้มีความชัดเจนในการส่งตัวกลับไปยังประเทศปลายทางในทันที พร้อมทำบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อป้องกันการกลับเข้ามากระทำผิดซ้ำในประเทศไทยด้วย

5. ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง กองกำลังป้องกันชายแดน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพิ่มมาตรการคัดกรองและตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด การควบคุมเส้นทางการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรม เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบด่านชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา ลาว และมาเลเซีย

6. ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยดูการเข้มงวดในมาตรการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ด้านต่าง ๆ อย่าให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่จังหวัดสระแก้วเท่านั้น แต่เป็นทุกพื้นที่ที่เข้าไปดูแล พออันตรายลดลง ก็ไม่อยากให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือได้รับความลำบากเพิ่มเติม

ลุยด่านบ้านคลองลึก ขอบคุณ จนท. ทำงานเข้มเพื่อคนไทยปลอดภัย พร้อมหนุนเครื่องเอ็กซเรย์

ต่อมาเวลา 15.15 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อติดตามการดำเนินการตัดสายสัญญาณการสื่อสารบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก และการลดสัญญาณการสื่อสาร

โดยนายกฯ ได้สอบถามเรื่องระบบการตรวจสอบสัมภาระ หรือเครื่องเอ็กซเรย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่รายงานว่าปัจจุบันมีเครื่องเอ็กซเรย์เพียง 1 เครื่อง อีก 1 เครื่องเสียหากต้องซ่อมใช้งบฯ 1 ล้านบาท จึงคิดว่าซื้อเครื่องใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า อยากให้รัฐบาลสนับสนุนเครื่องเอ็กซเรย์จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 5 ล้านบาท โดยจะนำไว้ที่ขาเข้าประเทศ 2 เครื่องและขาออกประเทศ 2 เครื่อง โดยนายกฯ กล่าวว่า “เครื่องเอ็กซเรย์เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะจำเป็น แต่จะให้ทีเดียวทั้ง 4 เครื่อง คงไม่ได้ แต่จะเป็นการทยอยให้ โดยให้ทำเรื่องเสนอมาที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) จะช่วยตรวจสอบคัดกรองได้เยอะ

จากนั้น นายกฯ เดินไปยังสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา มายืนรออยู่บริเวณประตูพรมแดน เพื่อพบปะและถ่ายรูปร่วมกับนายกฯ โดยนายกฯกล่าวว่า “สวัสดี” พร้อมสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า “เข้าใจภาษาไทยกันหมดใช่หรือไม่” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบว่า ครับ นายกฯจึงกล่าวว่า “ขอบคุณที่ช่วยกัน ฝากด้วยนะจะได้ช่วยกันดูแลทั้งสองประเทศ และฝากทักทายพี่น้องประชาชนฝั่งนั้นด้วย”

ก่อนที่นายกฯและคณะ เดินไปยังด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก ซึ่งเป็นจุดตัดสายสัญญาณการสื่อสาร อยู่ตรงข้ามตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น และตึกไฮโซ ของปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อติดตามตรวจสอบการจัดการสายสัญญาณสื่อสาร พร้อมกล่าวว่า “ตัดแล้วต้องรื้อออกให้หมดไปเลยจบไปเลย เพราะประชาชนจะไม่เชื่อมั่นว่าตัดแล้วจริงๆ” นายกฯ ยังได้สอบถามการดำเนินการจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ ได้วางเวลาไว้หรือไม่” ด้านเจ้าหน้าที่ตอบว่า ภายในเดือนมี.ค.จากนั้นนายกฯกล่าวด้วยว่า “เมื่อตัดจุดนี้แล้วจะมีการตัดเพิ่มอีกใช่หรือไม่” เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยังมีบางสายที่ต้องรอการยืนยันจึงทำให้ช้าอยู่ นายกฯ จึงกล่าวว่า “หากสายไหนมีการยืนยันแล้วให้ตัดได้เลย”

ขณะเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การดำเนินงานตัดสายสัญญาณสื่อสารดังกล่าวจะไม่กระทบกับประชาชน และยังมีสายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังพาดไปฝั่งกัมพูชา ซึ่งเรายังไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนได้ เราจึงใช้วิธีตัดที่ฝั่งเรา และหลังจากนี้จะมีการจัดระเบียบเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย

ต่อมานายกฯ เดินไปดูเครื่องตัดสัญญาณสื่อสาร พร้อมฝากให้ระวังเรื่องการกระทบกับประชาชนไม่อยากให้พี่น้องคนไทยเดือดร้อนไปด้วย ให้ดูควบคู่กันไป และฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าทำเรื่องดังกล่าวเยอะ และเจ้าหน้าที่มีหลายหน้าที่ที่ต้องทำตรงนี้ ต้องฝากขอบคุณด้วย รัฐบาลขอบคุณมากจริงๆในความมั่นคงและความปลอดภัยของคนไทย

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับได้มีประชาชนมามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ และถือป้ายพร้อมข้อความระบุว่า นายกฯอุ๊งอิ๊งสู้ๆ , ชาวสระแก้วเป็นกำลังใจให้ท่านนายกแพทองธาร สู้สู้, พวกเราชาวสระแก้วยินดีต้อนรับนายกแพทองธาร ,คนสระแก้วรักนายกอุ๊งอิ๊ง และชาวสระแก้วพร้อมสนับสนุนนายกแพทองธารตลอดไป