“กัณวีร์” ขอคำยืนยันจากรัฐบาล ส่งกลับผู้ลี้ภัย “อุยกูร์” จริงหรือไม่ ลั่นผิดหลักสิทธิมนุษยชน ด้าน “รังสิมันต์ โรม” ภาวนาไม่ใช่เรื่องจริง ชงเรื่องเข้ากมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐหาคำตอบ หลังหลายหน่วยงานปฏิเสธ
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเตรียมส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ว่า ข่าวลือนี้ที่ได้ยินอย่างหนาหูตั้งแต่สิ้นปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ว่าจะมีการส่งชาวอุยกูร์ 48 ชีวิต ที่ถูกกักขังในไทยมา 11 ปีให้จีน จึงอยากเห็นรัฐบาลไทยออกมายืนยันข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เพราะเมื่อสอบถามไปยังทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้แต่ข้อมูลที่ระบุว่า ยังไม่ได้รับคำสั่งจากฝ่ายรัฐบาล
นายกัณวีร์ ยังกล่าวถึงกรณีที่โพสต์เฟซบุ๊กว่ามีเที่ยวบินเดินทางออกจากเมืองซินเจียงอุยกูร์ เมื่อช่วงเวลา 23.00 น. ของคืนวานนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2568) ถึงที่สนามบินดอนเมืองเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ โดยระบุว่าจากรายงานของสื่อมวลชนและบุคคลในพื้นที่ เห็นรถของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 คัน ปิดผ้าใบสีดำ ไม่ให้เห็นว่าภายในรถมีใครอยู่ด้านใน แล่นออกจาก ตม.สวนพลู ในเวลา 02.00 น. (27 กุมภาพันธ์ 2568) โดยไม่ให้ใครตามขึ้นไปบนทางด่วน
หากจริงควรถอนตัวจาก UNHRC
“ทำให้เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อมโยงระหว่างการส่งกลับชาวอุยกูร์และการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน โดยนำผู้หนีภัยชาวอุยกูร์สอดไส้ส่งกลับไปในเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ทางการจีนส่งมารับเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง”
...
นายกัณวีร์ กล่าวด้วยว่า หากเรื่องนี้เป็นความจริง เป็นสิ่งที่เวทีระหว่างประเทศรับไม่ได้ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ก็ควรพิจารณาถอนตัวออกจากสมาชิก UNHRC ได้เลย
“โรม” ชี้ พฤติกรรมน่าสงสัย
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ได้พยายามสอบถามจากผู้ใหญ่ของบ้านเมืองว่าตกลงแล้วข่าวลือที่ว่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมต่างปฏิเสธ ซึ่งมีข้อบ่งชี้หลายอย่างที่ทำให้เกิดความน่ากังวล เช่น กรณีที่ปรากฏภาพและคลิปวิดีโอว่า มีรถยนต์ติดสติกเกอร์สีดำต่างๆ เข้าไปใน ตม.สวนพลู เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา โดยรถยนต์คันดังกล่าวมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ตนพยายามติดต่อด้วยนั้น ก็เหมือนมีการปิดมือถือ
ภาวนาไม่เป็นความจริง
“หากมีการส่งชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนจริงๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ประเทศไทย แต่จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก อาจทำให้เกิดบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยได้ เพราะเป็นการละเมิดกฎหมายของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ จึงได้แต่ภาวนาว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง”
ชง กมธ.มั่นคงฯ สอบอาทิตย์หน้า
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า กำลังหารือเรื่องญัตติด่วน หากจะตั้งญัตติด่วนได้ต้องเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย หลังจากนี้จะหารือกันในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์หน้า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการดีลทางการเมืองเพื่อให้ส่งตัวทั้งชาวอุยกูร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับไปพร้อมกันนั้น ตนขอไม่ยืนยันข้อมูลตรงนี้