คนไทย นับเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่แปลกแยกมาตั้งแต่โบราณกาลตามบันทึกที่มีในประวัติศาสตร์ คือ ยามมีศึกสงครามสามารถรวมกันต่อสู้ไล่ข้าศัตรูหมู่มารออกไปได้ แต่ในยามสงบ คนไทยมักหาเรื่องเหยียบตาปลากัน และสร้างความร้าวฉานให้เกิดความแตกสามัคคีกันมาโดยตลอด...ไปอ่านประวัติศาสตร์ดูก็ได้
จึงไม่แปลกที่บท “ตบจูบ” กันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ กล้าธรรม และภูมิใจไทย จะบานปลายออกไปกลายเป็นการ “ตบ” กันจริงๆ จนผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความสั่นคลอนในเสถียรภาพรัฐบาลว่า จะไปไม่รอดอีกแล้ว
เพราะนอกจากจะปล่อยข่าวปรับคณะรัฐมนตรี จะแย่งเอากระทรวงที่อยากได้ไป ยังมีวาระที่พวกนักเลงชอบพูดกันเช่นขอ “ตบบ้องหู” สั่งสอนสักหน่อยเพื่อขู่ให้รู้สึกว่า พร้อมจะถีบหัวส่งพวกลื้อออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นต้น
ถึงแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีเสียงเป็นอันดับสองของสภาก็ตาม
กระแสข่าวประเภท ไล่หนู ตีงูเห่า เอากระทรวงมหาดไทยคืน กับการกล่าวหาว่า ที่ดินสนามกอล์ฟ “แรนโช ชาญวี” ของครอบครัว อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกโฉนดทับซ้อนบนพื้นที่นิคมสร้างตนเองที่ปากช่อง เขาใหญ่ นั้น
นอกจากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ กับการทำงานของรัฐบาล ของตัวผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ยังมีส่วนร่วมซ้ำเติมดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ร่วงลงหนักกว่าเดิม
ประเด็นที่ดูไร้จริยธรรมมากก็คือ มีคนจากพรรคร่วมรัฐบาลส่งเรื่องให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI สอบสวนการเลือกตั้ง สว.ในปี 67 ว่า มีขบวนการฮั้วกันในหมู่ สว. 140 คน
ข้อหานี้ร้ายแรงถึงขั้นที่ระบุว่าการได้มาของสมาชิกวุฒิสภาผิดกฎหมายอาญาฐานเป็นอั้งยี่ซ่องโจร ไปจนถึงความผิดฐานฟอกเงินด้วย
“พี่อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กห.ประธาน DSI ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ถ้าไม่ชัดเจน ไม่ถึงกับต้องเป็นคดีพิเศษก็คงรับไม่ได้ แต่ถ้าชัดเจนก็ไม่มีสิทธิ์ไปปกป้องอะไร
...
น่าจะหมายความว่า ถ้าไม่เป็นประเด็นตามข้อกล่าวหา ก็โยนกลับไปที่ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง)ได้ เพราะ กกต.เป็นผู้ให้การรับรอง สว.ทั้งหมดเอง
ว่าแต่ มิสไฟน์ ไม่เชื่อหรอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง
เพราะเท่าที่ได้สดับตรับฟังผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยมา ต่างยืนยันเหมือนนายกฯแพทองธารว่า ไม่มีการปรับ ครม. และไม่ยกกระทรวงมหาดไทยให้ใคร เพราะอนุทินนั่งอยู่แล้ว
ส่วนอดีตนายกฯทักษิณ ผู้พ่อ ก็เคยพูดไว้บนเวทีตอนรู้คะแนนเลือกนายก อบจ.ว่า เขาเป็นคนประเภท “นกมีขน คนมีเพื่อน”...แบ่งที่นั่งนายก อบจ.ให้พรรคอื่นได้
ถ้าเป็นเช่นที่พูดจริง ไม่ได้ยักคิ้วหลิ่วตาให้ใคร ไปแทงข้างหลังใคร ก็ไม่น่าห่วงอะไร อย่างที่เคยพูดเสมอว่า การเมืองดี เศรษฐกิจก็จะต้องดีตาม
แต่ถ้าผิดไปจากนี้ ต้องระวัง พรรคภูมิใจไทย ให้ดี เพราะคนที่ “นิ่งเป็น เย็นพอ รอได้” อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นอีกเหมือนเมื่อ 17 ปีก่อนก็ได้ ใครจะไปรู้.
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม