“นายกฯ แพทองธาร” ขอมองภาพรวมเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ บอก ยังไม่จบ ต้องรับฟังความเห็นอีก ยืนยัน ลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่จบไม่เลิก “บิ๊กอ้วน” รับ มีข้าราชการเกี่ยวข้องอีกไม่น้อย กำลังรวบรวมออกคำสั่งและลงโทษ

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่กำหนดว่าผู้ที่จะเข้าเล่นกาสิโนได้จะต้องมีเงินฝากในบัญชี 50 ล้านบาท คิดเห็นอย่างไร ว่า มันอยู่ในร่างกฎหมาย ต้องมีการรับฟังความเห็นกันอีก เรื่องนี้ยังไม่จบ

ส่วนคำถามว่าเกณฑ์เช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะเป็นการกันคนไทยได้ระดับหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวลองถามความเห็นดู เพราะมันไม่เคยทำ ผู้สื่อข่าวถามต่อ จริงๆ แล้วกาสิโนเราอยากได้เงินจากคนไทยหรือชาวต่างชาติ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า เราทำกาสิโนไม่ถึง 10% และมีส่วนอื่นๆ อย่างโรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถานที่สำหรับครอบครัวอีกมากมาย ถ้าจะเสนอออกไปขอให้ถามเรื่องเหล่านี้เยอะๆ ด้วย ถามแต่เรื่องกาสิโน 10% มันไม่ใช่ส่วนที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจในความตั้งใจ เมื่อถามว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นหรือไม่ ถ้าเข้าสภาผู้แทนราษฎรแล้วพรรคร่วมรัฐบาลแตก นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “เดี๋ยวจะคุยรายละเอียดชัดเจนเลย จะได้ไม่มีข่าวรอยร้าวดีไหม”

...

28 ก.พ. นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนอรัญประเทศ

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ในตอนหนึ่งว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีการรายงานเรื่องการซีล (ปิด) พื้นที่ชายแดน 14 จังหวัด โดยมีผู้ถูกจับกุมจำนวนมาก ได้รับความร่วมมือจากจีนและเมียนมาเป็นอย่างดี โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รายงานการรื้อถอนเสาสัญญาณบริเวณชายแดน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจัดการอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน เมียนมา กัมพูชา เราทำอย่างจริงจัง โดยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จะไป จ.สระแก้ว ลงดูพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว เพราะเราพูดกันว่าเรื่องนี้ไม่จบไม่เลิก ต้องทำอย่างจริงจัง ตอนนี้ต่างประเทศร่วมมืออย่างดี เราพูดได้อย่างเต็มปากว่าไทยจัดการอย่างจริงจังและอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ที่ระบุว่าไม่จบไม่เลิกแต่เหมือนเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เครือข่ายเยอะ ไปทุกประเทศ เราแค่พูดฝั่งของเรา แต่ทุกประเทศทั่วโลกโดนเรื่องคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์เยอะมาก เราต้องให้ความสำคัญที่ประเทศเราและเพื่อนบ้านก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่ทราบว่าเริ่มจากตรงไหน ตอนนี้ได้ความร่วมมือจากประเทศที่ได้พูดคุยดีมากๆ

ทางด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการเตรียมลงพื้นที่ด่านพรมแดน ต.คลองลึก ใกล้ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามกับบ้านปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อติดตามปัญหาเรื่องคอลเซ็นเตอร์ และในที่ประชุม ครม. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รายงานว่าชายแดนฝั่งตะวันตกที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยดำเนินการในส่วนของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ลงโทษด้วยการโยกย้าย และตั้งกรรมการสอบเพื่อเอาผิดไปจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวนคณะทำงานได้ติดตามตรวจสอบขยายผลว่ามีข้าราชการคนใดไปมีส่วนเกี่ยวข้องอีกบ้าง ซึ่งพบว่ายังมีอีกไม่น้อย กำลังรวบรวมเพื่อดำเนินการออกคำสั่งและลงโทษต่อไป

ส่วน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานว่า ขณะนี้ได้ตัดสัญญาณสื่อสารผิดกฎหมายในทุกแนวชายแดน พร้อมทั้งลดความสูงของเสาส่งสัญญาณลงและหันสายอากาศกลับเข้ามาในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดรถสายตรวจเพื่อสแกนความถี่โทรศัพท์มือถือที่ใช้ หากเป็นสัญญาณต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยก็จะบล็อกสัญญาณทันที.