“ทักษิณ-ภูมิธรรม-ทวี” เตรียมลงพื้นที่ จ.นราธิวาส พบปะชาวบ้าน และเข้ากราบสักการะพระธรรมวัชรจริยาจารย์ 23 ก.พ. นี้ ด้าน “ภูมิธรรม” มองนโยบาย 66/23 หากมีส่วนใดใช้ได้พร้อมปรับบรรจุยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ แต่ต้องเข้ากับยุคปัจจุบัน
วันที่ 19 ก.พ. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธิป พรหมชื่น กำนันตำบลสุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า เรียนเชิญพ่อแม่พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน ร่วมต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในโอกาสเดินทางเข้ากราบสักการะพระเดชพระคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา และพบปะชาวบ้านในพื้นที่ ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี และพื้นที่ใกล้เคียง จ.นราธิวาส วันที่ 23 ก.พ. เวลา 09.30 น. ที่วัดประชุมชลธารา ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกำหนดการลงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ว่า นายทักษิณ จะลงพื้นที่ในฐานะเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน โดยจะนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้พูดคุยมาประกอบกับการลงพื้นที่ และตนในฐานะที่กำกับดูแลกองทัพภาคที่ 4 ตำรวจภูธรภาค 9 และ ศอ.บต. ก็จะไปร่วมรับฟังปัญหาด้วย ซึ่งหากมีประเด็นปัญหาก็จะได้นำมาดำเนินการ และส่วนตัวก็ไม่ได้มีอะไรที่ห่างไกลกับนายทักษิณสามารถพูดคุยกันได้ แต่ส่วนที่มีการนำเสนอว่าจะไปทำบุญที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เป็นเรื่องส่วนตัวของ นายทักษิณ
...
ส่วนจะนำข้อมูลการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปประกอบในยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุ ยุทธศาสตร์ชายแดนภาคใต้ได้ดำเนินการมาถึงในระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงในช่วง 2 วันที่ผ่านมาที่ได้ลงพื้นที่พูดคุยในประเด็นเหล่านี้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดบ้าง ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกับกองทัพภาค 4 ส่วนหน้า มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายระดับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดี และหลังจากนี้จะต้องมีการพูดคุยกับผู้บังคับบัญชาในระดับกองพันขึ้นไป รวมไปถึงในระดับกองทัพภาค เพื่อนำแผนที่มีการปรับและทบทวนนำไปใช้ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และได้แจ้งไปว่าจะกลับมาที่พื้นที่อีกครั้งเพื่อพูดคุยกัน แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบไม่ให้มีพิธีกรรมมาก จะเป็นในลักษณะการสนทนาวงเล็ก เพื่อนำเรื่องต่างๆ มาพูดคุยกัน ซึ่งตนได้ย้ำไปว่าไม่ได้ไปในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่อยากไปในฐานะที่เป็นผู้ที่ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา
เมื่อถามว่าจากประสบการณ์ที่เคยผ่านเหตุการณ์ทางการเมือง มองอย่างไรหากมีการใช้นโยบาย 66/23 ในอดีต นายภูมิธรรม ระบุว่า เป็นการย้อนหลังไปถึง 50 ปี แต่ก็มองว่าหากเรื่องใดที่เคยใช้ได้ ก็ต้องนำมาพิจารณา ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ของชีวิต แต่ก็ต้องดูว่าสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันหรือไม่ ส่วนใดที่เคยประสบความสำเร็จมากก็นำมาปรับใช้ แต่คงไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด
ส่วนความคืบหน้าร่างยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ที่ถูกตีกลับไปยัง สมช. เพื่อทบทวนนั้น นายภูมิธรรมย้ำว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว ก็จะได้นำไปสู่หน่วยงานในพื้นที่ แต่ยอมรับว่า อาจจะช้าไปบ้าง แต่เพื่อที่จะเปิดรับฟังจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยทำให้การทำงานในพื้นที่แม่นยำมากขึ้น