“ภูมิธรรม” มอง ปมสอบสนามกอล์ฟเขาใหญ่ “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” คงไม่ถึงขั้นเคลียร์ใจ มองการทำงาน-การตรวจสอบ เป็นคนละเรื่องกัน เผยแพลนลงพื้นที่ปัตตานีถก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รับฟังความเห็นผู้ปฏิบัติงาน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. ถึงการตรวจสอบที่ดินสนามกอล์ฟเขาใหญ่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเป็นความขัดแย้งหรือรอยร้าว ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) หรือไม่ ว่า อย่าไปคิดว่าเป็นรอยร้าว ตนคิดว่าถึงแม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันก็ตาม หากมีสิ่งใดที่เป็นประเด็นปัญหาที่ประชาชนสงสัย หรือประเด็นที่คาดว่าจะผิดกฎหมายก็มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ

“รัฐบาลไม่มีหน้าที่ปกป้องความผิดให้กันและกัน ก็ดำเนินการไปตามวิถี ตามกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น ส่วนว่าเราทำงานกันอย่างไรก็คนละเรื่องกัน ตราบใดที่ยังเป็นรัฐบาลร่วม ก็ทำงานร่วมกันได้ทุกอย่าง ต้องแยกจากการตรวจสอบ ไม่ใช่ว่าเป็นรัฐบาลร่วมกันแล้วช่วยกันปกปิด ช่วยกันดำเนินการ นั่นไม่ใช่วิถีที่ควรเป็น”

เมื่อถามต่อไปว่าเกิดเรื่องนี้ในช่วงใกล้อภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเกิดปัญหาอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า ก็ไม่มีปัญหา ถ้าทุกคนมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองมีอย่างถูกต้อง ก็สามารถเอาข้อมูลมาชี้แจงให้สังคมรับทราบ เพราะสภาก็มีหน้าที่ตรวจสอบตามกระบวนการอยู่แล้ว ส่วนคำถามว่าการกินข้าวพรรคร่วมรัฐบาล วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นเจ้าภาพ จะต้องมีการเคลียร์ใจของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรม เผยว่า มันไม่มีปัญหาต้องเคลียร์ใจ มีปัญหาแต่เพียงว่าเข้าใจกันไหม ตรงนั้นตรงนี้ยังไม่เข้าใจเรื่องไหนก็บอกกันเท่านั้นเอง จริงๆ ก็คุยกันอยู่แล้ว

...

ขณะเดียวกัน นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า จุดหลักที่จะเดินทางไปคือค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เพื่อไปฟังรายละเอียดต่างๆ ซึ่งจริงๆ ก็มีส่วนที่หารือกันอยู่แล้วในการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ภาคใต้ แล้วจะได้พบกับแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยจะคุยกันในรายละเอียดสิ่งที่ดำเนินการไปข้างต้นแล้ว และจะมีการให้นโยบายบางส่วนไปก่อน ซึ่งหลังจากที่ยุทธศาสตร์ออกมาแล้ว ก็ต้องคุยกันให้ชัดเจนอีกที แต่ก็อยู่ในกรอบนั้น

จากนั้นจะเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับฟังการทำหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งตำรวจมีอำนาจในการจับกุม รวมไปถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ดูแลเรื่องการพัฒนา ขณะนี้เรากำลังวางยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา สิ่งที่เรากำลังคุยกันอยู่ มีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นตัวกลางในการประชุม เรื่องนี้ต้องทำทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และตำรวจ คงต้องมีการประเมินและวางจุดในการทำงานต่อไป แล้วจึงเดินทางไปหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 5 อ.สะเดา จ.สงขลา รับฟังการทำงานของกองกำลังเทพสตรี รวมถึงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมรับฟังความคิดเห็น เพราะมีประเด็นที่อยากฟังในเรื่องที่กำลังจะปรับเปลี่ยน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติไปแล้ว (สมช.) ไปแล้ว 1 ครั้ง และมอบหมายให้มีการไปปรับยุทธศาสตร์ คิดว่าการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ต้องเป็นการฟังมาจากข้างล่างในฐานะผู้ปฏิบัติงาน และเราจะได้เดินไปได้อย่างถูกต้อง งานอื่นๆ ที่จะดำเนินต่อก็จะได้ทำไปได้.