วันนี้ (13 ก.พ.) ที่ประชุมร่วม 2 สภาฯ จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256
เพื่อระเบิดทางตันให้มี ส.ส.ร.ที่มา จากการเลือกตั้งของประชาชน 200 คน เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจเผด็จการที่ใช้งานมาแล้ว 7 ปี
โดยมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยยื่นประกบคู่กันให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา
ร่างของพรรคประชาชน กำหนดให้ ส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เสร็จภายใน 1 ปี
ส่วนร่างของพรรคเพื่อไทย กำหนดให้ ส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
นี่คือข้อแตกต่างระหว่างเวอร์ชันพรรคเพื่อไทยกับเวอร์ชันพรรคประชาชน
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับใบสั่งเผด็จการ
เป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา
เป็นนโยบายสำคัญที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเห็นชอบร่วมกัน
และยังเป็นคำมั่นสัญญาที่พรรค การเมืองชูประเด็นนี้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย ตกลงว่า สส.พรรคร่วมรัฐบาลจะได้เวลาอภิปราย 6 ชั่วโมง สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้เวลาอภิปราย 6 ชั่วโมง และ สว. 199 คน จะได้เวลาอภิปราย 6 ชั่วโมง
เริ่มลุยถั่วตั้งแต่เก้าโมงเช้าวันนี้ (13 ก.พ.) และต่อไปถึงค่ำพรุ่งนี้ (14 ก.พ.) รวมเป็นเวลา 2 วัน
แต่ล่าสุดมีข่าวว่าการประชุมร่วม 2 สภาฯพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจบแค่ครึ่งวัน
น้ำลายยังไม่ทันแตกฟองก็ถูกเบรกหัวคะมำ
เพราะจะมี สว.ตัวตึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภายุติการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลางคัน
เนื่องจากมี สว. 40 คน ได้เข้าชื่อยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยข้อขัดแย้ง 3 ประเด็นให้เกิดความชัดเจน
...
ข้อที่ 1, การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งโดยตรง 200 คน เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
สามารถทำได้หรือไม่??
ข้อที่ 2, การที่รัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยังไม่มีการทำประชามติถามความเห็นประชาชนเสียก่อน
เป็นการข้ามขั้นตอนหรือไม่??
ข้อที่ 3, การตัดเงื่อนไขไม่ต้องมี สว. 1 ใน 3 หรือ 67 คน ลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทิ้งไป
ขัดหลักการถ่วงดุลระหว่างสภาผู้แทนฯกับวุฒิสภาหรือไม่??
“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าเมื่อมีการเข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยข้อขัดแย้งทั้ง 3 ประเด็น
การประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเก็บฉากไปก่อนชั่วคราว
จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องทั้ง 3 ประเด็นให้สิ้นความกังขาคาใจ
พูดง่ายๆต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปอีก 6 เดือนหรือ 8 เดือน
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำไม่ได้ทั้ง 3 ประเด็น
หรือทำไม่ได้แม้แต่ประเด็นเดียว
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับก็เป็นโมฆะทันที
ยังไม่ทันจบยกหนึ่ง ก็โดนน็อกหงายหลังผลึ่งซะแล้วโยม.
“แม่ลูกจันทร์”
คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม