“บิ๊กอ้วน” เตรียมออกคำสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกนอกพื้นที่ เผยมีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องแล้วประมาณ 400 เครือข่าย มั่นใจมาตรการตัดไฟ ตัดน้ำมัน อินเทอร์เน็ต ได้ผลดี

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า วันนี้จะออกคำสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ออกนอกพื้นที่ ส่วนจะมีจำนวนเท่าไรยังไม่สามารถสรุปได้ แต่ให้ออกมาก่อนเพื่อที่จะทำงานได้สะดวก เมื่อถามถึงมาตรการตัดไฟ ตัดน้ำมัน หนึ่งสัปดาห์ได้ผลอย่างไรบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า จากรายงานของหน่วยเฉพาะกิจราชมนูและหน่วยงานอื่น รวมถึงทางลับ ได้ผลดีพอสมควร อาจเกิดความปั่นป่วนบ้างบริเวณชายแดนพื้นที่เมียนมา เช่นการเดินขบวน ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา เท่าที่ทราบขณะนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดขนาดลงดูจากการใช้ไฟที่ไม่เสถียร และอินเทอร์เน็ตมีปัญหา แม้เขาจะใช้ดาวเทียมวงจรต่ำ ตรงนี้เป็นปัญหาที่เราต้องกดดันต่อไป

วันนี้ต้องการกดดันผู้มีอำนาจในเมียนมาว่าสิ่งที่เกิดในพื้นที่ของเขาสร้างความกระเทือนถึงประเทศไทย และเป็นผลสะเทือนถึงโลกด้วย เขาต้องกลับไปกดดันไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้พื้นที่เป็นแหล่งมั่วสุม ในพื้นที่พญาตองซู ก็ได้ผลักดันขับไล่กลุ่มจีนเทาออกจากพื้นที่ภายใน 28 กุมภาพันธ์นี้ และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ตนจะลงพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา 

บอกรู้แล้วเครือข่ายแก๊งคอลฯ

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ปอยเปตเรารู้ตัวคนที่เกี่ยวข้องแล้ว เราได้รับรายชื่อของกลุ่มต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศประมาณ 300-400 เครือข่าย และดำเนินการตรวจสอบในทางลับอยู่ หากจะมาพูดหรือโวยวายอะไรต้องบอกว่ามีหลักฐาน เพราะเราจัดการตามกระบวนการนิติธรรม ไม่ใช่มาพูดตรงนั้นตรงนี้ และแนะนำไปเรื่อย ยืนยันถ้ามีหลักฐานชัดเราไม่ปล่อยแน่นอน แต่การพูดลอยๆ เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติไม่ได้ เพราะหากโดนฟ้องกลับเจ้าหน้าที่จะตายหมด ถ้าคิดว่าอะไรมีปัญหาให้เอามาให้ราชการ อย่าไปจินตนาการหรือไปเขียนข้างนอก  ให้เอามายื่นเราจะจัดการ ถ้ามายื่นแล้วเราไม่จัดการให้เอาหลักฐานนั้นไปแฉให้ทุกคนดู ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วเราไม่จัดการค่อยมาตำหนิ

...

เมื่อถามว่าคนไทยที่ถูกหลอกมีโอกาสที่จะช่วยออกมาหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า เรากำลังดำเนินการทุกทางที่จะกดดันให้ออกมา ตัวเลขที่จะส่งกลับมามีทั้งคนไทยและส่วนอื่น โดยเรามีเงื่อนไขว่าถ้าจะส่งมาที่ไทยประเทศต้นทางของเขาต้องพร้อมจะรับกลับไป ไม่เช่นนั้นรับมาแล้วมาอยู่ชายแดนของเราจะกลายเป็นค่ายอพยพ เวลานี้ NGO ที่อยู่ในค่ายอพยพไม่ได้มีเงินพอที่จะดูแล จะให้รัฐบาลไทยไปรับผิดชอบก็คงไม่ไหว เราได้คุยกับประเทศที่เกี่ยวข้องแล้ว สถานทูตที่มีบุคคลของเขาอยู่ในข่ายถูกหลอกไป พร้อมจะมารับคนของเขากลับ ทั้งยุโรป แอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย

ลั่น จะทำจนกว่าจะพอใจ

เมื่อถามถึงการถอนสัญชาติกับคนที่เกี่ยวข้องกับตึก 25 ชั้นในปอยเปต นายภูมิธรรม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติพยายามทำงานอยู่ ขอยกตัวอย่างกรณีรถขนยาเสพติดขับเข้ามา เราอาจไม่จับทันทีเพราะเจ้าหน้าที่ต้องการสะกดรอยตามเพื่อให้ไปถึงจุดพักยาและสาวไปจนถึงเครือข่ายเพื่อจะนำไปสู่การยึดทรัพย์ หากเจอแล้วจับทันทีก็ไม่ได้อะไร อาจจะได้แค่คนรับจ้าง เป็นการตัดวงจร ทั้งนี้เรื่องการปราบกระบวนการคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้มีกำหนดจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจและตอบโจทย์ของเรา