เลขาฯ กกต. ชี้แจงคลายสงสัย ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้ แต่หากถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นผู้ช่วยหาเสียงไม่ได้ ด้าน “สมชัย” ชี้ เท่ากับยอมรับ “ทักษิณ-ธนาธร-พิธา” เป็นผู้ช่วยหาเสียงได้
วันที่ 30 มกราคม 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เลขาธิการ กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา อธิบายถึงคุณสมบัติของ “ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น” หลังจากมีตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะสามารถเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้หรือไม่ โดยระบุว่า
ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- เป็นผู้ช่วยหาเสียงไม่ได้
- เป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง
- เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- เป็นผู้ช่วยหาเสียงได้
- เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังแนบรายละเอียดข้อกฎหมาย คำนิยาม และระบุว่า กกต. และสำนักงาน กกต. ได้บังคับใช้หลักการนี้โดยตอบข้อหารือผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง รวมทั้งมีหนังสือเวียนแจ้งแนวปฏิบัติแก่ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว และเคยตอบข้อหารือของพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2563
...
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลัง นายแสวง โพสต์ข้อความดังกล่าวได้ไม่นาน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ก็ได้แชร์โพสต์ของนายแสวง พร้อมกับระบุว่า คำชี้แจงจาก กกต. ว่า เคยตอบคำหารือของพรรคก้าวไกล เมื่อปี 2563 ว่า ผู้ช่วยหาเสียงท้องถิ่นเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่นใดก็ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมได้อย่างกว้างขวาง
เมื่อเคยมีการพิจารณาแบบนี้ ก็ยอมรับได้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหาเสียง รับเงินวันละ 300 เล่นบท 3 ล้านได้ แต่สิ่งนี้คงเป็นโจทย์ที่ กกต. ต้องคิดต่อในอนาคตว่าเหมาะสมหรือไม่ นำไปสู่การเลือกตั้งที่เที่ยงธรรมหรือไม่ หากเหมาะก็เอาแบบนี้อย่างสนุกสนานต่อไป หากไม่เหมาะก็เขียนระเบียบให้รัดกุม.