“อดีตนายกฯ ทักษิณ” ลั่นไม่กังวลหลัง ป.ป.ช. เรียก “เสรีพิศุทธ์” ไปเป็นพยานอาการป่วยชั้น 14 ชี้เป็นเรื่องดี “นายกฯ อิ๊งค์” จัดรายการ มั่นใจคุณสมบัติผู้ช่วยหาเสียงถูกต้อง ตะเพิดนักร้องไปทำมาหากินเถอะ บอกโค้งสุดท้ายสนามอบจ. ดูดี น่าได้เกินครึ่ง ไม่สน “ช่อ” แขวะสตรอว์เบอร์รีเปรี้ยว
วันที่ 30 ม.ค. 2568 ที่ จ.ลำพูน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ถูกเรียกไปเป็นพยานเรื่องอาการป่วยนั้นเป็นห่วงหรือไม่ ว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล อย่าไปสนใจเรื่องจุกจิกทำงานให้บ้านเมืองดีกว่า
นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” เช่นเดียวกับสมัยที่นายทักษิณจัดรายการ “นายกฯ พบประชาชน” ว่า คงไม่ เพราะของนายกฯ อิ๊งค์ จะเป็นเดือนละครั้ง แต่สมัยตนเอาแต่เสียง ไม่มีภาพทำทุกอาทิตย์ บางทีใส่ชุดนอน ยังไม่ได้อาบน้ำเลยก็ออกข่าวได้ ไม่มีใครเห็นได้ยินแต่เสียงอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้มันมีภาพก็ต้องเรียบร้อย ต้องเตรียมการ
เมื่อถามว่า จะเป็นโอกาสในการสื่อสารกับประชาชนได้มากขึ้นหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ปกติคนก็อยากจะฟังจากนายกฯ โดยตรง ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้มีโอกาสอธิบายให้ประชาชนได้ทราบว่าได้ทำอะไรไปบ้าง
มั่นใจคุณสมบัติผู้ช่วยหาเสียงถูกต้อง ตะเพิดนักร้องไปทำมาหากินเถอะ
นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายศึกการเลือกตั้งนายก อบจ. ภาพรวมเป็นอย่างไร ว่า ดูดี พรรคเพื่อไทย (พท.) น่าจะได้เกินครึ่งของที่ส่ง
...
เมื่อถามย้ำว่า มีการตรวจสอบคุณสมบัติจะไม่สามารถเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมเป็นคนไทย ผมมีสิทธิ์ในความเป็นคนไทย และคุณสมบัติไม่น่ามีปัญหาอะไร ผมคุณสมบัติถูกต้อง”
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่า อาจจะทำให้ผู้สมัครได้ใบแดง นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า อย่าไปตีความ ประเทศจะไปอย่างไร หายใจก็ตีความ ประเทศต้องอยู่ด้วยกัน วัตถุประสงค์ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า อย่าไปใส่ใจอะไร คนที่คิดจะตีความคิดทั้งวัน หาเรื่องทั้งวัน งานการไม่มีทำ ไปทำมาหากินเถอะจะได้เจริญ
เมื่อถามว่า ส่วนที่ปราศรัยขอมือไม้มาช่วยทำงาน จนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ระบุว่า “ไม่จำเป็นต้องขอมือไม้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนของพรรคพท.ใน อบจ. ทำไมไม่ทำ” นายทักษิณ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ซึ่งการหาเสียงต้องจูงใจให้ประชาชนเห็นด้วย เห็นคล้อย เป็นเรื่องธรรมดา การที่ต้องการมือไม้นั้น นี่คือ รัฐบาลต้องการทำงานให้หยั่งลึกไปถึงระดับชาวบ้าน การที่มีท้องถิ่นมาช่วยเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งจริงๆ แล้ว พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในตอนนั้นก็ประกาศว่าจะบุกท้องถิ่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งเขาคิดมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่วันนี้เขาถอยแล้ว ตนไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องท้องถิ่น แต่เรื่องท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกับประชาชน หากเชื่อมโยงระดับรัฐบาลกลางได้ จะทำเห็นปัญหาและการแก้ปัญหาของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามว่า การลงพื้นที่หาเสียงของแกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างหน้าดำคร่ำเครียด ทำให้มีความกังวลหรือไม่ นายทักษิณ ตอบว่า เป็นเรื่องธรรมดา การเมืองก็เหมือนกีฬา เมื่อแข่งขันแล้วจบแล้วต้องทำงานร่วมกันเป็นเรื่องปกติ
ผู้สื่อข่าวถามถึงวลีที่ว่า “ถ้าอยากได้แบบเดิมให้เลือกแบบเดิม ถ้าคิดว่าแบบใหม่ดีกว่าก็ควรเลือกคนใหม่” มองอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ถ้าแบบเดิมยังอยู่ก็ยิ่งต้องเลือกแบบเดิม แต่แบบใหม่ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เหมือนไปตายเอาดาบหน้า อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ควรยึดต่อไป อะไรที่ไม่ดีก็เปลี่ยน เป็นเรื่องปกติ ไม่ดีก็ต้องเปลี่ยน ดีอยู่แล้วก็เลือกต่อ
มองเป็นกิมมิกการเมือง เสื้อแดงกินส้ม
เมื่อถามว่า ส่วนการปราศรัยบนเวทีที่บอกว่า ตรุษจีนต้องใส่เสื้อแดง กินส้ม ทำให้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ออกมาพูดว่า “ส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพประชาชน ไม่เหมือนสตรอว์เบอร์รีที่บอกหวานฉ่ำ แต่พอซื้อไปแล้วเปรี้ยว” นายทักษิณ ยิ้มก่อนกล่าวว่า เป็นกิมมิกทางการเมือง อย่าซีเรียสกับมัน
เมื่อถามว่า ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่น จะส่งผลการเลือกตั้งใหญ่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า พรรคพท.ต้องทำฐานตัวเองให้แข็งขึ้น โดยเฉพาะฐานรากที่เคยแข็งแล้วอาจจะหายไปช่วงตนไม่อยู่ ก็ต้องทำให้กลับมา เป็นเรื่องปกติของการแข่งขันทางการเมือง
เมื่อถามถึงกรณี นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก.ก. ออกมาตั้งคำถามถึงเหมาะสมที่พรรคพท.ส่ง นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ เพราะอาจยังมีข้อครหาเกี่ยวข้องกับคดีบอส กระทิงแดง นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงาน