สว. รุมเฉ่งรัฐบาล ทำประชาชนจมฝุ่น ถามจะแก้ฝุ่น PM 2.5 ชาตินี้หรือชาติหน้า ฉะ บริหารงานไร้เดียงสา ทำคนไทยตกอยู่ในวิกฤติสุขภาพ ไม่ได้แก้ปัญหาแบบมืออาชีพ

วันที่ 27 มกราคม 2568 เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของ นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่สอบถามนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ว่า การยกระดับแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ไม่แน่ใจว่าเป็นชาติไหน นอกจากฝุ่นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยังกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุความเสียหายทางเศรษฐกิจจากฝุ่นแต่ละปีมากกว่า 4 แสนล้านบาท ถึงปัจจุบันสร้างความเสียหายไปแล้วเป็นล้านล้านบาท รัฐบาลมีแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไร การแก้ปัญหาโดยให้ขึ้นรถเมล์-รถไฟฟ้าฟรี ใช้เงิน 140 ล้านบาท แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ มีประชาชนออกจากบ้านมาใช้รถไฟฟ้าจำนวนมาก เป็นอันตรายต่อสุขภาพขึ้นไปอีก แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าลดการใช้รถยนต์ได้หรือไม่

...

ขณะ ที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกระทู้ถามสดแทนนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหาฝุ่น ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นคือ 1. ยานพาหนะ 2. การก่อสร้าง 3. โรงงานอุตสาหกรรม 4. การเผาของภาคการเกษตร ปัจจัยเหล่านี้พอควบคุมได้ แต่มีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ ฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้าน และทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ กทม. ประกอบกับสภาพอากาศปิด ทำให้เกิดฝุ่นมหาศาลช่วงที่ผ่านมา นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามขณะนี้เราโชคดีที่มีความกดอากาศสูงจากจีนเข้าสู่ภาคอีสาน อากาศจะเย็นลง 2-5 องศาเซลเซียส ซึ่งลมจะช่วยผลักดันอากาศเสียออกไป ดังนั้นในสัปดาห์นี้ สภาพอากาศจะกลับมาดีขึ้น ส่วนการลดปัญหาฝุ่น โดยให้ขึ้นรถเมล์-รถไฟฟ้าฟรี ไม่ใช่การสร้างภาพ การแก้ปัญหาฝุ่นต้องเอาทุกปัจจัยมาแก้ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องยานพาหนะ Work From Home แม้จะมีผล 3-5% ก็ต้องทำพร้อมกัน ทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก้ไม่ได้ การทำให้ฝุ่นหมดไปเป็นเรื่องยาก แต่จะทำอย่างไรให้อยู่ในระดับไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ทำเต็มที่

ต่อมาเวลา 12.30 น. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมวุฒิสภา ขออภิปรายการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของรัฐบาล ว่า คนไทยกำลังเผชิญอากาศเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ จมฝุ่น PM2.5 สูงเกือบ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งที่มาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม ติดท็อป 10 ด้านอากาศเสียโลกแทบทุกวัน คุณภาพชีวิตคนไทยเผชิญชะตากรรมด้วยฝีมือการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ไร้เดียงสา ปีที่ผ่านมาคนไทยป่วยเป็นโรคมลพิษทางอากาศถึง 2 ล้านคน

ขณะที่ปีนี้ยังไม่ครบเดือน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินค่าเสียหายจากฝุ่น PM 2.5 ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท มีผู้ป่วยจากฝุ่นมฤตยูรวม 1.44 แสนราย ปล่อยให้รัฐบาลแสดงฝีมือบริหารประเทศแบบนี้มาเกือบ 2 ปี ไม่มีแผนแม่บทจัดการสภาพอากาศ ไม่มีมาตรการเป็นรูปธรรม ไม่บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด มีแต่พูดว่าเรื่องฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ทราบว่าเป็นวาระชาตินี้หรือชาติหน้า เรากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติสุขภาพ การแก้ปัญหาดูตื้นเขิน ฉาบฉวยและปลายเหตุ ทั้ง Work From Home ขึ้นรถสาธารณะฟรี ย้ายผู้ว่าฯ เป็นเพียงมาตรการชะลอเวลาให้พ้นฤดูฝุ่น เหมือนคนเป็นมะเร็งให้นั่งสวดมนต์จะได้ลืมความเจ็บปวด สุดท้ายตาย ไม่ได้แก้ปัญหาแบบมืออาชีพ

ทางด้าน นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สว. กล่าวว่า ฝุ่นทำลายการท่องเที่ยว อย่างรถเมล์มีเกือบ 3 พันคัน แต่คันที่มีปัญหาคือสีส้มกับสีแดงครีม 1,560 คัน เป็นรถควันดำ อายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี ต้องยกเลิก น่าจะปลดประจำการได้แล้ว โดยหลังจาก สว. อภิปรายเสร็จ ที่ประชุมเห็นชอบนำความเห็นของ สว. ส่งให้รัฐบาล