“อิ๊งค์” เจรจายักษ์ใหญ่เวชภัณฑ์ ชู “30 บาทรักษาทุกที่” หวังคนไทยเข้าถึงบริการสาธารณสุขและยามากขึ้น “บิ๊กบอสไบเออร์” ชมนายกฯไทยใส่ใจทรัพยากรคน หารือประธาน AstraZeneca ตั้งเป้าไทยศูนย์กลางการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมชีวการแพทย์ ผู้ก่อตั้ง WEF ยินดีขยายความร่วมมือไทย ด้านนวัตกรรม-เทคโนโลยี-การเกษตร-อาหาร นายกฯไอเดียแจ่ม ใช้ AI แปลเป็นภาษาจีน ดึงนักท่องเที่ยวมาไทยช่วงตรุษจีนลั่นสั่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติขั้นเด็ดขาดสส.ปชน.แฉกลางสภา ตร.นนทบุรีมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้สมัคร อบจ. ขอนายกฯจัดการ ฟ้อง กกต.กลางที่ปากน้ำไม่โปร่งใส กมธ.ปกครองขวางลำบ่อนถูกกฎหมาย ประชดน่าจะตั้งชื่อ พ.ร.บ.กาสิโนไปเลย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังคงปฏิบัติภารกิจเข้าร่วมประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 (WEFAM 25) ครั้งที่ 55 เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส หารือทวิภาคีกับ ศ.เคล้าส์ ชวาป ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum (WEF) ยืนยันพร้อมขยายความร่วมมือกับประเทศไทย

“อิ๊งค์” เจรจายักษ์ใหญ่เวชภัณฑ์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส (ช้ากว่ากรุงเทพฯ 6 ชั่วโมง) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือกับนายสเตฟาน อูลริช กรรมการบริหารบริษัทไบเออร์ เอจี และผู้บริหารสูงสุดแผนกฟาร์มาซูติคอล ระหว่างเข้าร่วมประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 (WEFAM 25) ครั้งที่ 55 ระหว่างวันที่ 20-25 ม.ค. น.ส.แพทองธารกล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมภาคการเกษตร โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว ข้าวโพด พัฒนาเมล็ดพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิต รวมทั้งนวัตกรรมใหม่เพื่อการพัฒนาด้านสาธารณสุข ทั้งยาและสุขภาพ และรัฐบาลมีนโยบาย “30 บาท รักษาทุกที่” ให้คนไทยสามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุขและยาได้มากขึ้น รวมถึงเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI และให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเยาวชนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

...

ชมนายกฯไทยใส่ใจทรัพยากรคน

นายสเตฟาน อูลริช กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่เป็นฐานการลงทุนที่สำคัญ และต้องการร่วมมือกับประเทศไทยในด้านยา สุขภาพ รวมทั้งการเกษตร ชื่นชมวิสัยทัศน์ของนายกฯที่ให้ความสำคัญการลงทุนในทรัพยากรคน จะช่วยให้ไทยสามารถล้ำหน้าอย่างรวดเร็ว บริษัทยินดีร่วมมือกับประเทศไทยสนับสนุนการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย เพื่อให้ประชาชนไทยมีโอกาสเพิ่มการเข้าถึงนวัตกรรมในการรักษาอย่างมีคุณภาพ

บิ๊กบริษัทยาพร้อมจับมือกับไทย

ต่อมาเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น น.ส.แพทองธารพบปะหารือกับนายมีแชล เดอมาคร์ (Michel Demaré) ประธานกรรมการ บริษัท AstraZeneca จำกัด (มหาชน) บริษัทจำหน่ายเวชภัณฑ์ระดับโลก น.ส.แพทองธารกล่าวขอบคุณบริษัท AstraZeneca ที่ให้ความสนใจและมีส่วนร่วมกับประเทศไทยมาต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ในภูมิภาค และยินดีที่ได้ทราบถึงบทบาทผู้นำระดับโลกของบริษัท Astra Zeneca ในการคิดค้นยารักษาโรคที่สำคัญ อาทิ โรคเบาหวาน มะเร็ง ถือเป็นโอกาสที่ดีหากทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนา โดยไทยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการแพทย์และการสาธารณสุข มีโรงเรียนแพทย์ที่สามารถผลิตแพทย์และบุคลากรทางแพทย์ที่มีคุณภาพ จนทำให้การแพทย์และการบริการสาธารณสุขไทยได้รับความไว้วางใจในหมู่คนต่างชาติ รัฐบาลเปิดกว้างและพร้อมรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ยินดีสนับสนุนความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนากับบริษัท AstraZeneca เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ขับเคลื่อนนวัตกรรมชีวการแพทย์

ด้านนาย Michel Demaré กล่าวว่า ขอบคุณและชื่นชมศักยภาพของไทยในด้านการแพทย์ บริษัทมีการลงทุนฐานการผลิตที่สำคัญ เป็นประโยชน์ทั้งกับคนไทยและคนทั่วโลก พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านยาและการดูแลสุขภาพให้กับพันธมิตรและหุ้นส่วนไทยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านชีวการแพทย์ และพัฒนาการเข้าถึงด้านสุขภาพ มุ่งเน้นไปที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศไทย

WEF พร้อมขยายความร่วมมือไทย

ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ม.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ศูนย์ประชุม Davos Congress Centre เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ หารือทวิภาคีกับ ศ.เคล้าส์ ชวาป ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum (WEF) และประธานคณะกรรมการ ผู้ดูแลผลประโยชน์องค์กร (Chairman of the Board of Trustees) น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยินดีที่ได้พบศาสตราจารย์เคล้าส์ ชวาปอีกครั้ง หลังพบกันตอนประชุมสุดยอดอาเซียนที่เวียงจันทน์ ขอบคุณการเชิญเข้าร่วมประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม จะนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในครั้งนี้ด้วย ไทยพร้อมขยายความร่วมมือกับเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมอย่างต่อเนื่อง ในด้านที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีโอกาสแสดงศักยภาพผ่านกิจกรรมต่างๆผ่านเวทีเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมในปีนี้ ไทยสนใจจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม WEF Special Meeting ในปี 2569 และความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Young Global Leaders’ Summit เพื่อเสริมพลังเยาวชน เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ พร้อมกล่าวเชิญศ.เคล้าส์ ชวาป ร่วมเป็น keynote speaker ในการประชุม ACD High-level Conference on Global Architecture ในเดือน พ.ค.2568 ที่ จ.ภูเก็ตด้วย ขณะที่ ศ.เคล้าส์ ชวาปกล่าวว่า มั่นใจไทยมีศักยภาพพร้อมขยายความร่วมมือผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆร่วมกับเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การเกษตร และอาหาร

ไทย–บังกลาเทศเพิ่มปริมาณการค้า

กระทั่งเวลา 10.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ หารือกับ ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไทยและบังกลาเทศมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ บังกลาเทศเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียใต้ เป็นแหล่งลงทุนที่มีศักยภาพ ภาคเอกชนไทยหลายบริษัทเข้าไปลงทุนในบังกลาเทศไม่ต่ำกว่า 20 ปี จึงเห็นพ้องในการเร่งขับเคลื่อนการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับบังกลาเทศ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน มีเป้าหมายมูลค่าการลงทุนประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขอเชิญประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาล เป็นผู้บรรยายพิเศษในการประชุม Young Gen Forum ที่ไทยจะจัดในห้วงการประชุม BIMSTEC Summit ครั้งที่ 6 ในวันที่ 4 เม.ย. ที่ กทม. เชื่อว่าจะช่วยสร้าง แรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ขณะที่ ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส มั่นใจว่าไทย-บังกลาเทศ จะเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งการค้าและการลงทุนระหว่างกัน พร้อมชื่นชมที่ไทยประสบความสำเร็จในการนำแนวคิด micro finance ไปปรับใช้โครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

เปิดงานสัมผัสเสน่ห์อาหารไทย

จากนั้นเวลา 12.00 น. ที่ Plenary Hall Lobby ศูนย์ประชุม Congress Center เมือง ดาวอส น.ส.แพทองธารขึ้นกล่าวเปิดงาน Thailand Reception ว่า ขอบคุณพันธมิตรไทยที่สนับสนุนการจัดงาน Thailand Reception เรามีความงดงามและจิตวิญญาณของประเทศไทย มีความแข็งแกร่งทั้งในด้าน Soft Power เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงอาหารไทยที่แฝงไปด้วยภูมิปัญญา และความพิถีพิถันของบรรพบุรุษ นำมาต่อยอดผสมผสานความทันสมัยและนวัตกรรม รองรับความต้องการด้านอาหารที่หลากหลายในโลก ไทยมุ่งมั่น “หล่อเลี้ยงอนาคตสำหรับทุกคน” ขอบคุณเชฟและทีมงานจากมูลนิธิ Chef Cares ประเทศไทย ที่มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมอาหารในวันนี้ ขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์กับการรับประทานอาหารไทย พร้อมเชิญชวนผู้ลงทุนพิจารณาไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการลงทุน เนื่องจากประเทศไทยเต็มไปด้วยโอกาส และศักยภาพทางเศรษฐกิจ “ลงทุนในประเทศไทย ลงทุนในอนาคต”

นายกฯแปล AI ดึงคนจีนเที่ยวไทย

วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 1.33 นาที ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนนักท่องเที่ยวจีนให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทย หลังมีกระแสข่าวชาวจีนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกมาไทย โดยใช้ AI แปลงเสียงเป็นภาษาจีนเพื่อสื่อสารโดยตรง มีเนื้อหาว่า “เนื่องในโอกาสวาระพิเศษนี้ อยากสื่อสารกับพี่น้องชาวจีนทุกคน แต่เสียดายที่พูดภาษาจีนไม่ได้ และขอใช้เทคโนโลยี AI ทำให้วิดีโอชิ้นนี้แปลงคลิปของดิฉันเป็นภาษาจีน ขอย้ำอีกครั้งว่าคลิปนี้เป็นคลิป AI จัดทำขึ้นเพื่ออยากสื่อสารกับพี่น้องชาวจีน จากกระแสข่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมายังประเทศไทย สร้างความวิตกกังวลให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนถึงมาตรฐานความปลอดภัย ในฐานะนายกฯไม่นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ ทำงานหารือเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ในการเดินทางเข้าประเทศไทย”

กำชับปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

น.ส.แพทองธารยังระบุอีกว่า “เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทำงานบูรณาการร่วมกันเพื่อปราบอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด เราจะบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นและจริงจัง เพื่อป้องกันการลักลอบการเดินทาง ข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย รวมถึงพัฒนาระบบให้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญ เราจะเร่งสร้างความเข้าใจกับพี่น้องชาวจีน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ดิฉันยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนทุกท่าน และขอเชิญชวนพี่น้องชาวจีนเดินทางมาประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ และในโอกาสที่ปีนี้ครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยด้วยกันนะคะ”

แฉกลางสภา ตร.นนท์ขู่ผู้สมัคร อบจ.

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระประชุม นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) หารือกรณีตำรวจวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามแม่ผู้สมัคร อบจ.พรรคประชาชน และติดต่อไปยังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักกับผู้สมัคร อบจ. เพื่อขอรายชื่อผู้ช่วยหาเสียง มีหลักฐานเป็นแชตไลน์ ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบข้อเท็จจริงเชื่อถือได้ จึงทำหนังสือไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรนนทบุรี เมื่อวันที่ 14 ม.ค. แต่เรื่องเงียบ ฝากแจ้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ที่กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนั่งหัวโต๊ะปราบผู้มีอิทธิพล ให้พิจารณาว่าคำสั่งดังกล่าวมาจากใคร

ฟ้อง กกต.กลางปากน้ำไม่โปร่งใส

ขณะที่ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน หารือต่อว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายหน่วยมีปัญหา เช่น จ.สมุทรปราการ บางหน่วยปิดประกาศรายชื่อผู้สมัคร อบจ.ซ้อนกัน ไม่สามารถเห็นหมายเลขทุกเบอร์ได้ชัดเจน หรือติดหมายเลขไม่เรียงลำดับ บางหมายเลขหายไป ที่ร้ายสุดคือไม่ติดเบอร์ผู้สมัครบางคนบนกระดาน ได้แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นให้ปรับปรุงแก้ไข เพราะอาจทำให้ประชาชนสับสน ขอให้ กกต.กลางกำชับ กกต.จังหวัดให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ส่ง กมธ.กิจการสภาฯสอบปมขู่ สส.

ด้าน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย หารือว่า ขอร้องเรียนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ตั้งคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบจริยธรรมนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีระบุ มี สส.ข่มขู่เพื่อน สส.ในห้องประชุมสภาฯ ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวการเลือกตั้ง อบจ.ลพบุรี เป็นการพูดเท็จ ใส่ร้าย ไม่เป็นความจริง และนายประเสริฐพงษ์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับไปอ้างชื่อของ สส.ที่อยู่ในเหตุการณ์ ขอให้คณะกรรมการจริยธรรมตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรม ทั้งนี้ นายภราดรชี้แจงว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายมาแล้ว จึงทำหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

กมธ.ขยับขวางลำบ่อนถูกกฎหมาย

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ที่ประชุมกมธ.ปกครองฯมีการพิจารณาเรื่องพนันออนไลน์และสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้เรียกหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงมหาดไทย มาหารือการแก้กฎกระทรวงเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ กมธ.มองว่าปัญหาเว็บพนันคือการตามจับและปิดเว็บทำได้ค่อนข้างยาก กระทรวงดีอีควรแก้ไขกฎกระทรวงหรือออก พ.ร.ก.เพื่อจัดการเว็บพนันออนไลน์ ให้การแก้ปัญหามีความรวดเร็ว ส่วนการแก้กฎกระทรวงเพื่อขออนุญาตเปิดพนันออนไลน์ได้นั้น ควรมาพร้อมกับการควบคุมป้องกัน ไม่อยากเห็นการเปิดพนันออนไลน์ถูกกฎหมายจริง แต่เว็บเถื่อนหรือพนันผิดกฎหมายยังเต็มไปหมด ส่วนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กมธ.กังวลว่าแม้อยากจะแก้ปัญหาการพนัน แต่จะมั่นใจอย่างไรว่าเมื่อมีเอนเตอร์ เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แล้ว ปัญหาการพนันในประเทศจะลดลงด้วย ทุกหน่วยงานที่มาชี้แจงตอบเหมือนกันว่า ไม่คิดว่าจะแก้ปัญหาการพนันในปัจจุบันได้ จึงต้องบังคับใช้กฎหมายต่อไป ใน กมธ.ยังแซวกันว่า ทำไมไม่ตั้งชื่อร่าง พ.ร.บ.กาสิโนไปเลย กมธ.ไม่อยากให้มองมิติด้านเศรษฐกิจกระตุ้นการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างเดียว ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมที่จะตามมาด้วย

“ทนายอั๋น” ฟ้อง “แสวง” อุ้ม ภท.

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นฟ้องนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต นายภัทรพงศ์กล่าวว่า นายแสวงในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ลงนามในคำสั่งเด็ดขาดไม่ยุบพรรคภูมิใจไทย สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าสมาชิกภาพของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เป็นอันสิ้นสุดลง กรณีให้นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ถือหุ้นแทน มีลักษณะเป็นนอมินี ทำให้ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ได้รับเหมาก่อสร้างงานทำถนน ใน จ.บุรีรัมย์ 53 โครงการ เป็นเงิน 2,000 ล้านบาท แต่นายแสวงมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ส่งเรื่องไปยัง กกต.เพื่อวินิจฉัย ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ให้แก่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ และศาลรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท18/2568 นัดฟังคำสั่งความสมบูรณ์ของคำฟ้อง วันที่ 3 ก.พ.เวลา 09.00 น.

ยูเอ็นค้านไทยส่ง 48 อุยกูร์กลับจีน

ที่นครเจนีวา คณะผู้เชี่ยวชาญองค์การสหประชาติ (ยูเอ็น) นำโดย Dr.Alice Jill Edwards ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติแผนการส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คน กลับไปยังสาธารณรัฐ ประชาชนจีนโดยทันที เนื่องจากมีข้อมูลเชื่อว่าชาวอุยกูร์เหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะถูกทรมาน หรือถูกปฏิบัติหรือลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี และพวกเขาควรได้รับการเข้าถึงกระบวน การลี้ภัย ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอื่น เช่น การสนับสนุนทางการแพทย์และจิตสังคมในประเทศ ไทย คณะผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นยังระบุว่า พวกเราได้รับข้อมูลว่า 23 จาก 48 คน มีปัญหาสุขภาพอย่างร้ายแรง ทั้งเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง อัมพาตช่วงล่าง โรคผิวหนัง โรคทางเดินอาหารและลำไส้ และภาวะที่เกี่ยวกับหัวใจและปอด ประเทศไทยต้องจัดหาการดูแลทางการแพทย์ที่เพียงพอ และครอบคลุมให้กับชาวอุยกูร์โดยเร็ว ทั้งนี้ ชาวอุยกูร์ 48 คนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มราว 350 คน ที่ถูกจับกุมในประเทศไทยเมื่อปี 2557 หลังจากข้ามชายแดนประเทศไทยผ่านช่องทางไม่ปกติ เพื่อแสวงหาการคุ้มครองในประเทศไทย

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่