“นายกฯ อิ๊งค์” ลั่นเงินหมื่นเฟส 2 ไม่เกี่ยวเลือก อบจ. ยัน ไม่มีนิติกรรมอำพราง แจง ป.ป.ช. ทุกเม็ด ไม่หวั่นซ้ำรอย “ทักษิณ” คดีซุกหุ้น บอกขอพรปีใหม่ ประธานองคมนตรี ได้คำแนะนำดีๆ
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 13 มกราคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุ การเป็นผู้ช่วยหาเสียงของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีบางข้อความที่ก้ำกึ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากการพูดนโยบายส่วนกลางแต่ท้องถิ่นไม่มีอำนาจดำเนินการ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคิดอย่างไร กังวลจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ ว่า นายทักษิณ เป็นผู้ช่วยหาเสียง การพูดถึงนโยบายท้องถิ่นแล้วบอกว่าจะซัพพอร์ตนโยบายภาพรวมอันนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จริงๆ ไม่ได้กังวลอะไร หากมีอะไรมาก็พร้อมชี้แจงตามกระบวนการไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง
ส่วนคำถามถึงการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 จะใกล้กับวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 อาจทำให้คนมองว่าเป็นความหมิ่นเหม่เรื่องการเอื้อต่อการเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรากำหนดเรื่องเฟส 2 นานแล้ว ประชาชนถามว่าจะมากี่โมง เราตอบเรื่องนี้มาเป็นระยะว่าจะให้มีช่วงหลังวันตรุษจีน เราดูเรื่องงบประมาณเรื่องการจ่ายเงินด้วย ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่แล้ว ยืนยันไม่เกี่ยวแน่นอน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าวันนี้ได้เน้นย้ำในที่ประชุม ครม. ถึงเรื่องฝุ่น PM 2.5 โดยให้ทุกกระทรวงกำชับดำเนินการตามที่สั่งการในที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์ที่ผ่านมาขอให้ทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
...
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ประเด็นหนี้สิน 4,000 ล้านบาท ที่กู้ยืมกันในครอบครัว มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำนิติกรรมอำพราง ว่า มันเป็นหนี้ระหว่างเครือญาติ ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ชี้แจงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปหมดทุกอย่างแล้ว ฉะนั้นมันจะอำพรางอะไรได้จุดนี้ ยืนยันว่าเป็นหนี้ระหว่างเครือญาติ มีตั๋วมีอะไรเรียบร้อยหมด
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่ากรณีนี้จะเป็นการซ้ำรอย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีซุกหุ้นภาค 2 นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ไม่กังวล เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ให้บริษัท วินน์ แคปปิตอล จำกัด กู้เงินโดยที่ไม่เป็นกรรมการบริษัทจะมีปัญหาหรือไม่ น.ส.แพทองธาร เผยว่า จริงๆ เราแจ้งรายละเอียดแบบละเอียดยิบสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง เพราะมาถึงจุดนี้ต้องแจ้งให้ละเอียดที่สุด แล้วคำถามอะไรถ้า ป.ป.ช. มีเรื่องที่จะถามมาก็ยินดีพร้อมตอบอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องกังวลอะไร จะตีความอะไรอย่างไรทางที่บ้าน ทางทนายความก็แจ้งทุกอย่างหมดเกลี้ยง
ทางด้านคำถามว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปร้องเรื่องนี้กังวลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี หัวเราะในลำคอก่อนกล่าวว่า “เรืองไกร อ๋อ แล้วสมมติว่าตัวดิฉันเองก็ไม่ได้แม่นกฎหมาย ถ้ามีการข่มขู่ว่าจะต้องจ่ายนั่นนี่ เพื่อจะไม่ฟ้อง เพื่อจะอะไร อ้างลูกเรียนต่างประเทศผิดกฎหมายข้อไหนบ้างละ เผอิญไม่ค่อยแม่นเรื่องกฎหมายเท่าไหร่ ต้องช่วยกันแจ้งนิดนึง ไม่ทราบเหมือนกันว่าอย่างไร ผิดกฎหมายข้อไหนไหมคะ ดิฉันไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่เรื่องนี้”
สำหรับกรณีเข้าขอพรปีใหม่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี จะเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งใหม่หรือไม่ เพราะตระกูลชินวัตรกับบ้านสี่เสาเทเวศร์ เดิมเหมือนจะเป็นขั้วตรงข้ามกัน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ทุกคนต้องมูฟออน เวลามันไม่หยุดอยู่กับที่ เวลามันผ่านไปเรื่อยๆ ถามว่าเราจะนั่งถือทุกเรื่องไว้ในใจของเราทั้งหมดมันหนัก อย่างที่เคยบอกว่าไม่ค่อยเกลียดใคร ไม่ค่อยได้ไม่ชอบใคร คิดว่าบางเรื่องที่มันจัดการได้ก็จัดการได้ พอดิฉันเข้าไปพบท่านองคมนตรีก็ให้คำแนะนำดีๆ มาเยอะ ท่านเคยถวายงานรับใช้รัชกาลที่ 9 ในเรื่องของน้ำเยอะมาก ท่านก็แนะนำในเรื่องของน้ำมา ในเรื่องน้ำท่วมต่างๆ ว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เรื่องนี้ถามว่าประโยชน์อยู่ที่ใคร ไม่ได้อยู่ที่ดิฉัน ไม่ได้อยู่ที่องคมนตรี แต่อยู่ที่ประเทศชาติ เพราะฉะนั้นการเข้ามาคุยร่วมกันแบบนี้เราต้องมองภาพนั้นเลย ถ้าเราจะมามองว่าเรื่องส่วนตัวอะไรอย่างไร ดิฉันไม่ได้คิดเลย ดิฉันไปก็สวัสดีปีใหม่ท่าน และนั่งพูดคุยก็เป็นอย่างนั้นไป ทำงานกันต่อ เอาดราม่าให้น้อยหน่อย”