“รังสิมันต์ โรม” หยันรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพช่วย 4 ลูกเรือประมงไทยที่ถูกเมียนมาจำคุก ซัดหลอกประชาชนได้กลับบ้าน 4 ม.ค. หวังแค่ลดแรงเสียดทาน ไม่ฟันธง “ซิงซิง” ข้ามไปหาญาติ เชื่อถูกหลอกไปเป็นคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 7 ม.ค. 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางการไทยพบตัว “ซิงซิง” นักแสดงชาวจีนที่หายตัวไปในชายแดนแม่สอด ว่า การที่ชาวต่างชาติจะข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านจากประเทศไทยนั้นทำได้ยาก และไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งการเดินทางข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะต้องมีไกด์นำไป รวมถึงสถานการณ์ที่ซิงซิงอยู่ในการควบคุมตัวนั้นไม่รู้ว่ามีอิสระมากแค่ไหน ซึ่งเรายังไม่รู้ว่ารายละเอียดที่เจ้าหน้าที่รัฐให้นั้นว่าเป็นในลักษณะที่ซิงซิงสมัครใจไป จริงเท็จหรือไม่ เพราะอาจมีข้อมูลที่ได้รับมาผิดพลาด มองว่าหากได้รับข้อมูลมาก็จะต้องอยู่ในขบวนการคัดกรองการตรวจสอบว่าเป็นเหยื่อจริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่เหยื่อหรือเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีรายละเอียดอยู่ ไม่สามารถฟันธงได้ว่าซิงซิงสมัครใจไปหาญาติตามที่เป็นข่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ที่มองว่าเป็นประเด็นการหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นมีน้ำหนักที่สุด เพราะที่ผ่านมามีเคสแบบนี้เยอะทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์กับคนอื่นๆ อีกหลายคน

“มันไม่ง่ายในเรื่องของการข้ามไปเพราะถือสัญชาติอื่น วิธีที่ไปได้คือช่องทางธรรมชาติ โดยทั่วไปไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 9 ม.ค.นี้ จะนำไปหารือเพิ่มเติมในคณะกรรมาธิการหรือไม่ นายรังสิมันต์เผยว่าก่อนหน้านี้จะตั้งต้นจากเรื่องการค้ามนุษย์เท่านั้นแต่ประจวบเหมาะกับเรื่องดังกล่าวพอดี ทำให้หน่วยงานที่เชิญมาจะตอบคำถามในประเด็นนี้ได้เพราะเป็นหน่วยงานระดับสูง ซึ่งจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนที่เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ได้รับการปล่อยตัว

...

หยันรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพช่วย 4 ลูกเรือประมงไทย

นายรังสิมันต์ โรม ยังกล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือ 4 ลูกเรือประมงไทยที่ถูกตัดสินจำคุกที่เมียนมาของรัฐบาลไทยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความสัมพันธ์ไทยและเมียนมาที่รัฐบาลระบุว่าดีนั้น ขณะนี้เต็มไปด้วยคำถาม มองว่ารัฐบาลไทยมีอำนาจต่อรอง แต่ขาดประสิทธิภาพ ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุจนถึงการนำตัวคนไทยไปดำเนินคดี รัฐบาลไทยไม่ประท้วงใดๆ ส่วนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่ารัฐบาลไทยประท้วงแล้ว เป็นการหลอกลวงประชาชน การระบุว่า 4 ลูกเรือไทยจะได้กลับเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2568 เป็นการสำคัญผิดในข้อมูลหรือไม่ หรือต้องการลดแรงเสียดทาน จึงหลอกประชาชน ในวันที่ 9 ม.ค. กมธ.มั่นคงฯ จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ จากนั้นวันที่ 10 ม.ค. เดิมกมธ.ได้นัดพบกับผบ.ทบ. แต่ผบ.ทบ. ไม่พร้อม ดังนั้นต้องหาวันอีกรอบ เพราะกมธ.ต้องการพบโดยเร็ว มีเรื่องต้องหารือหลายเรื่อง มีหลายปัญหาต้องหาทางแก้ไข หลายเรื่อง กมธ.ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ต้องคุยกับหน่วยงานมั่นคงหาทางออกให้บ้านเมือง ไม่สามารถพึ่งพารัฐบาลได้เต็มที่.