สื่อทำเนียบฯ ตั้งฉายารัฐบาล “แพทองธาร” เป็น “รัฐบาล “พ่อ” เลี้ยง” สะท้อนอดีตนายกฯ ผู้พ่อทาบเงาเป็นแบ็กอัป คอยขับเคลื่อนรัฐนาวา ล้อดราม่าไอแพดคู่ใจให้ฉายา “นายกฯ แพทองโพย” “อนุทิน” รับไป “ภูมิใจขวาง” เหตุโชว์หล่อค้านร่าง ก.ม.สกัดรัฐประหาร โหวตสวนมติวิปรัฐบาลอุ้มร่าง พ.ร.บ.ประชามติสาย สว. “ทวีไอพี” ฉายา “ทวี สอดส่อง” ดีกรีพานายใหญ่กลับบ้านจนส่ง ไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ถือตั๋วชั้น 14 ล็อกเก้าอี้ รมว.ยธ. วาทะแห่งปีคือ “สามีเป็นคนใต้” ผลพวง เสียงวิจารณ์นายกฯเมินลงพื้นที่ดูน้ำท่วมภาคใต้ “นายกฯอิ๊งค์” ขำๆไม่ใช้ โพย แต่เป็น “แพทองแพด” บอกไม่โกรธมองมุมดี แฮปปี้ส่งท้ายปี “ทักษิณ” อวยลูกสาวเรียนรู้เร็ว เก่งกว่าพ่อตอนเริ่มต้น ปัดตีกอล์ฟเคลียร์ใจ ภท. ชี้ลิ้นกับฟันกัดโดนกันบ้างเป็นธรรมดา แค่อยู่ร่วมกันเคารพกันก็จบ “เสี่ยหนู” ลั่นไม่ใช่อีแอบไม่ติดใจแคมเปญร้อน พท.

สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายารัฐบาลพร้อมรัฐมนตรี เพื่อสะท้อนมุมมองต่อการ บริหารงานของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยฉายารัฐบาลปีนี้คือ “รัฐบาล “พ่อ” เลี้ยง” สื่อถึงที่มา ที่ไปของรัฐบาลที่มีร่างเงาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นพ่อที่คอยเป็นแบ็กอัปประคับ ประคองให้รัฐบาลเดินหน้าไปได้

สื่อตั้งฉายาปี 67 “รัฐบาล “พ่อ” เลี้ยง”

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้ตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2567 ตามธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมานาน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาล โดยปราศจากอคติส่วนตัว จึงมีมติร่วมกันตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรีและวาทะแห่งปี ประจำปี 2567 ดังนี้ ฉายารัฐบาล “รัฐบาล “พ่อ” เลี้ยง” สะท้อนความเป็น “พ่อ” ของหัวหน้ารัฐบาล ยี่ห้อ “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นชื่อดีกรีความรักลูกไม่น้อยหน้าใคร ทั้งปกป้อง เลี้ยงดู อุ้มชู ปูทาง จนได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นที่มี DNA เดียวกันเป๊ะ จนไม่พ้นเสียงครหา รัฐบาลนี้ “พ่อคิด ลูกทำ” ไม่ใช่แค่การเลี้ยงดูลูกในสนามการเมืองเท่านั้น ยังลามไปถึงวาทะเลี้ยง “มาม่า” พรรคร่วมรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้า จนสะเทือนเลื่อนลั่นสะท้อนบทแบ็กอัป ที่ไม่ใช่เลี้ยงลูกตัวเองเท่านั้น แต่เลี้ยงรัฐบาลให้เดินอยู่ในรอยด้วย

...

ล้อดราม่านายกฯ “แพทองโพย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับฉายารัฐมนตรี มีทั้งสิ้น 8 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ฉายา “แพทองโพย” ล้อมาจากชื่อของนายกฯ “แพทองธาร” กับประเด็นดราม่า “ไอแพด” คู่ใจ โพยยุคไอทีที่ถือติดมือได้ทุกที่ เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวพกโพยเครื่องเดียวอ่าน จด โหลดข้อมูลเสร็จสรรพ จนเกิดเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมเมื่อยกขึ้นอ่านระหว่างพบผู้นำ แขกต่างชาติ กลายเป็นประเด็นตอบโต้เผ็ดร้อนกับชาวเน็ต และตอกย้ำ แบบโนสนโนแคร์ด้วยภาพชูไอแพดคู่ใจระหว่างร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือแม้แต่ยกไอแพดขึ้นอ่านแถลงข่าวการระบายน้ำภาคเหนือ ลงสู่แม่น้ำโขง จนถูกวิจารณ์ยกใหญ่ 2.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ฉายา “สหายใหญ่ใส่บูต” สหายใหญ่มาจากเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 วันนั้น สู่ “บิ๊กอ้วน” แห่งกองทัพไทยในวันนี้ จากที่เคยอยู่กันคนละฝั่ง วันนี้ต้องคุมบังเหียนมาทำงานร่วมกับเหล่าทหาร ส่งท้ายปีจับมือท็อปบูตพากันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม และยังต้องรับบทหนัก ระวังหลังให้กับ “นายกฯอิ๊งค์” อีกด้วย

“อนุทิน” รับไปฉายา “ภูมิใจขวาง”

3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ฉายา “ภูมิใจขวาง” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงาน 3 เดือนใน “รัฐบาลแพทองธาร” สร้างสีสันจากบุคลิกและสไตล์การพูดหยิกแกมหยอก พร้อมสโลแกนขอทำงานไม่ขัดแย้งใคร แต่ยกมือค้านทั้งร่างกฎหมายสกัดรัฐประหารของ สส.พรรคแกนนำ ล่าสุดโหวตสวนร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เห็นต่างจากพรรครัฐบาล ต้องจับตาบทบาทจากนี้ “รมต.หนู” จะปล่อยของโชว์ลีลา สร้างผลงานให้ประทับใจอย่างไร

“เสี่ยตุ๋ย” กลายร่างเป็น “พีระพัง”

4.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน ฉายา “พีระพัง” เนื่องจากพังอุดมการณ์จากพรรคขั้วตรงข้าม “ชินวัตร” ตกลงปลงใจมาจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีคุมกระทรวงใหญ่ ถูกคาดหวังจะมาแก้ปมเรื่องพลังงานให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำมันถูกลง เจ้าตัวยังหมายมั่นปั้นมือประกาศแก้กฎหมายรื้อโครงสร้างภาษีน้ำมันจนเปลี่ยนหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ก็ยังไม่ชัดเจน หรือจะซุ่มทำเงียบๆ งานนี้สังคมช่วยลุ้นจะทำได้ทันรัฐบาลนี้ หรือจะพังพับไปก่อน ด้านงานการเมืองยุค “หัวหน้าพี” คุมบังเหียน “รวมไทยสร้างชาติ” ดูยิ่งโลว์โปรไฟล์ จัดกิจกรรมพรรคได้เงียบกริบตามสไตล์ จนเกิดกระแสข่าวรอยร้าวภายใน ถูกจับจ้องถึงสัมพันธภาพกับลูกพรรค จะกอดคอรักกันนานแค่ไหน

“ทวีไอพี” ถือตั๋วชั้น 14 ยึดเก้าอี้ ยธ.

5.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ฉายา “ทวีไอพี” ล็อกเป้าคุมเก้าอี้กระทรวงยุติธรรม ไม่บอกก็รู้ว่า “นายใหญ่” ไว้ใจแค่ไหน นับตั้งแต่ภารกิจพานายใหญ่กลับบ้าน ถึงอีพี 2 ส่งนายใหญ่ขึ้น “ชั้น 14” ครองเตียง “วีไอพี” แทนนอนเรือนจำถึงได้พักโทษ ทำให้สังคมมองว่าเป็นนักโทษวีไอพี ต่อเนื่องที่เร่งออกระเบียบคุมตัวนอกเรือนจำ เสียงลือแซ่ดเตรียมปูทางสำหรับ “วีไอพีหญิง” ตามรอยพี่ชายหรือไม่ เมื่อเดินงานเข้าตา พ.ต.อ.ทวี น่าจะถือบัตรวีไอพี ยึดเก้าอี้รัฐมนตรีไปอีกยาว

“เสี่ยต่อ–ขิง” ก้าวข้ามอดีตผสมพันธุ์ พท.

6.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ฉายา “ประชาธิเป๋” แปะยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” รั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ประกาศพาค่ายสะตอกลับมายิ่งใหญ่ แต่ไปๆมาๆพลิกหนีบทฝ่ายค้าน ไม่ติดอดีตที่ฟาดฟันทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยร่วมทศวรรษกลืนอุดมการณ์กระโดดมาร่วมรัฐบาล เดินเป๋จากเส้นทางอุดมการณ์กว่า 70 ปี จนได้ตั๋วคุมงานกระทรวงใหญ่ แต่ผลงานได้เห็นเค้าแค่รางๆ ยังไม่ชัดเจน

7.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้ฉายา “รวม (เพื่อ) ไทยอ้างชาติ” เรื่องจริงหรือฝัน ทำบรรดาแม่ยก แทบไม่เชื่อสายตาว่า “ขิง เอกนัฏ” คีย์แมน รทสช.ต้องยอมทำเพื่อชาติ ประกาศร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เคลียร์ประเด็นคุณสมบัติคนเคยมีคดี ก่อนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแบบใสๆ ภายใต้การนำของ “คนชินวัตร” ลั่นในใจไม่ลบ ไม่เคยลืมอดีต ก่อนยกวาทะเด็ด “ต้องทำงานโดยคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก ถ้าคิดถึงบ้านเมือง ก็ทำงานร่วมกันได้” ทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง เร่งโชว์ผลงานเดินเครื่องกวาดล้างโรงงานเถื่อน สารเคมีอันตราย ให้เข้าตาประชาชน

คดีบอสพ่นพิษใส่ รมต. “จิราพอ (ล)”

8.น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายา “จิราพอ (ล)” จาก สส.รุ่นใหม่ดาวเด่นในสภาฯ พูดจาฉะฉานถูกคาดหวังจะเฉิดฉายเมื่อนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ช่วยปรับโฉมงานของรัฐบาล เพราะคุมทั้งสื่อรัฐ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่งานกลับเดินไปเนิบๆ สังคมมาถึงบางอ้อว่า รมต.น้ำ นั่งคุม สคบ.จากคดีดัง “ดิไอคอน กรุ๊ป” และ “บอสพอล” ถึงได้จังหวะโชว์ผลงาน ทั้งที่ขึ้นชั้น รมต.มาตั้งแต่ปลายรัฐบาลเศรษฐา จนถูกตั้งคำถามเรื่องการทำงาน ขึ้นปีใหม่จะเร่งเครื่องไปต่อ หรือพอใจจะทำงานเงียบๆ แบบสโลว์ไลฟ์

“สุชาติ–เพิ่มพูน–นภินทร” รมต.โลกลืม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่ม “รมต.โลกลืม” มี 3 คน ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ทั้ง 3 คนคุมกระทรวงเกรดเอ ทั้งการค้า การศึกษา ผ่านเก้าอี้รมต.เปิดประตูปูทางสร้างงานให้โดดเด่นได้ แต่ผลงาน 3 เดือนในรัฐบาล กลับไม่เปรี้ยงแต่เงียบกริบ จนประชาชนเรียกหาให้สตาร์ตเครื่อง ตีปี๊บผลงาน รับศักราชใหม่ สลัดครหารัฐมนตรีโลกลืม

วาทะแห่งปี “สามีเป็นคนใต้”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับวาทะแห่งปี คือ “สามีเป็นคนใต้” โดย น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมอ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2567 ที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมเปรียบเทียบการลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูภาคเหนือของนายกฯแต่อาจละเลยพี่น้องภาคใต้ ที่ถูกน้ำท่วม นายกฯชี้แจงย้ำหนักแน่น ไม่ได้ละเลยคนใต้ ด้วยประโยคว่า “โอ้ คำว่าละเลยภาคใต้ สามีเป็นคนใต้ ครอบครัวสามีเป็นคนใต้ ถ้าละเลยคนใต้ ไม่รักคนใต้ แต่งงานคนใต้ไม่ได้นะคะ” ยืนยันคำตอบจากใจ ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับประชาชนภาคใด เพราะเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ” คำตอบของนายกฯ ยังไม่ใช่เหตุผลที่ตรงใจชาวโซเชียล จึงไม่วายถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุที่ไม่ลงใต้ เพราะภาคใต้ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ไร้ที่นั่ง สส.มานาน ถึงกับถามย้ำๆขอฟังชัดๆ จะลงใต้เมื่อไหร่ กระทั่งนายกฯกลับจากเยือนประเทศมาเลเซีย ช่วงฝนเทภาคใต้รอบสอง จึงเปลี่ยนใจ บินลงพื้นที่ จ.นครศรี ธรรมราชและสุราษฎร์ธานี วันที่ 17 ธ.ค.67 จากที่ตั้งใจจะลงไปในช่วงการฟื้นฟู ทั้งนี้ขึ้นศักราชใหม่ หัวหน้ารัฐบาลประกาศ “โอกาสไทย ทำได้จริง” เป็นคำมั่นที่ประชาชนรอติดตามกันต่อไป

“นายกฯอิ๊งค์” ไม่โกรธขอมองมุมดี

ต่อมาเวลา 10.00 น. น.ส.แพทองธารเดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าภายหลังสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายารัฐบาล เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับฉายา “แพทองโพย” โดย น.ส.แพทองธารหยอกล้อสื่อกลับมาว่า “ไม่ใช่ เราเป็นแพทองแพด เราใช้ไอแพด ไม่ได้ใช้โพย โพยต้องเป็นกระดาษใช่มั้ย” ก่อนหัวเราะบอกว่า “แซวเล่น สดใสหน่อย ไม่ได้โกรธ” เมื่อถามถึงฉายา “รัฐบาล “พ่อ” เลี้ยง” ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งเสริมให้แนวทางการทำงาน น.ส.แพทองธารตอบว่า คุณพ่อมีประสบการณ์ส่งเสริมกันเป็นเรื่องดี ตอนเศรษฐกิจยุคคุณพ่อดี บางอย่างที่ปรับใช้ในยุคนี้ได้ยิ่งดี เราต้องหัดมองมุมที่ดีบ้าง จะไม่มองมุมที่เป็นดราม่า ต้องทะเลาะกันแบบนี้เหนื่อย ชีวิตทุกคนทำงานมาทั้งปีแล้ว ตอนนี้เป็นโหมดต้องแฮปปี้แล้ว เราทำงานมา 1 ปีแฮปปี้อะไรบ้าง มีความสุขกับเรื่องอะไรบ้าง แล้วภูมิใจกับตัวเองในเรื่องอะไรบ้าง ขอให้ทุกคนคิดแบบนี้แล้วกัน จะปีใหม่แล้วอากาศก็ดีด้วยสดชื่นสดใส ให้ทุกคนได้พักผ่อนกัน อย่าไปเครียดมาก เรามีเรื่องเครียดในชีวิตเยอะแล้ว อะไรแฮปปี้ได้ก็แฮปปี้

ไม่ชอบคนใต้คงไม่เคาะเยียวยาไวสุด

เมื่อถามถึงวาทะแห่งปี “สามีเป็นคนใต้” นายกฯกล่าวว่า สามีเป็นคนใต้ คุณพ่อเป็นคนเหนือ คุณแม่เป็นคนภาคกลาง ส่วนพี่ๆเป็นลูกครึ่ง ดีค่ะก็ดี มันคือความจริง สามีเป็นคนใต้จริงๆ เมื่อถามว่า จากกรณีดังกล่าวมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการไม่ลงพื้นที่ภาคใต้ในเหตุการณ์น้ำท่วม นายกฯกล่าวว่า อย่างที่พูดทุกครั้ง เราต้องเป็นนายกฯของประเทศไทย ไม่ว่าอยู่จังหวัดไหนต้องดูแลหมด และการจะลงพื้นที่น้ำท่วมที่มีหลายจังหวัดนายกฯไปคนเดียวหมดไม่ไหวแน่นอน ครม.มีหลายคนช่วยกันไป ถ้าไปเองได้ก็ไปทันที เราเคาะเงินเยียวยาภาคใต้เร็วที่สุด ถ้ามีประเด็นกับภาคใต้คงไม่เคาะ ไม่ทำ ชีวิตตั้งแต่เด็กผ่านอะไรมาเยอะ ไม่ว่าการเมืองหรืออะไร แต่ให้นึกว่าเกลียดใครจริงๆนึกไม่ค่อยออก เพราะไม่ค่อยเกลียดใคร เกลียดแล้วมันเหนื่อย สำหรับเป้าหมายการทำงานปีหน้าคือ ความเดือดร้อนของประชาชนต้องแก้ไขก่อน อะไรเดือดร้อนต้องแก้ก่อน บางอย่างที่ต้องใช้เวลา เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ ต้องรีบทำคู่กันไป อะไรที่คิกออฟได้ต้องออกให้หมด ส่วนเรื่องความรู้สึกหรือดราม่าที่ว่ากัน ว่าเป็นเรื่องๆไป

ยันสร้างโอกาสปี 68 ให้คนไทย

น.ส.แพทองธารยังให้สัมภาษณ์การเคลียร์พื้นที่ภาคใต้จะดำเนินการแล้วเสร็จช่วงปีใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไม่ว่า พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชที่ไปมาน้ำหมดแล้ว เรื่องเคลียร์พื้นที่ทำเต็มที่เพราะทุกคนอยากต้อนรับไฮซีซันช่วงปีใหม่ จะได้มีการท่องเที่ยวในจังหวัด ผวจ.และข้าราชการในพื้นที่กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้พร้อมปีใหม่ เมื่อถามว่า ใกล้ปีใหม่แล้วขอให้นายกฯอวยพรประชาชน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่งท้ายปีอยากให้ทุกท่านมีจิตใจที่สดใสเบิกบาน พยายามมีความสุขกับเรื่องเล็กๆเรื่องง่ายๆใกล้ๆตัว สมมติว่าเรามีกระดาษแผ่นหนึ่ง ถ้าจิ้มจุดดำไว้แล้วมองที่จุดดำจุดเดียว จะกลายเป็นจุดที่ใหญ่มาก ถ้าทุกคนเอาไปปรับใช้กับชีวิตบางทีมีพื้นที่อีกเยอะที่เป็นเรื่องดีๆ อยากให้ทุกคนมีพลังงานที่ดีต้อนรับปีใหม่ แน่นอนปีหน้าที่รัฐบาลประกาศจะเป็นปีแห่งโอกาส รัฐบาลจะทำเต็มที่ให้เป็นโอกาสที่ดีของคนไทยทุกคน ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงไปไหนมาไหนเดินทางปลอดภัยสนุกสนานให้เต็มที่ในช่วงวันหยุดแล้วกลับมาทำงานต่อ จะได้มีพลังกายพลังใจเยอะๆ

“ทักษิณ” โวเป็นพ่อเลี้ยงเหนือทำ ศก.ดี

เมื่อเวลา 12.45 น.ที่ จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงฉายารัฐบาล “พ่อ” เลี้ยง ว่า สงสัยสื่อมวลชนเห็นว่ารัฐบาลพรรคพท.น่าจะเป็นคนเหนือ เพราะคนเหนือชอบเรียกพ่อเลี้ยง และเมื่อพรรค พท.ทำเศรษฐกิจดี คน จ.เชียงใหม่และคนเหนือจะเป็นพ่อเลี้ยงกัน ส่วนที่มีการติงกันว่า น.ส.แพทองธารอาจจะไม่ได้เป็นนายกฯตัวจริง คิดว่าเขาเก่งกว่าตอนที่ตนเริ่มต้นด้วยซ้ำ ปรับตัวได้เร็วมาก แต่แน่นอนว่าไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่จะรู้หรือทำอะไรได้ทุกเรื่อง ต้องมีทีมงานที่ช่วยกัน ตนแค่อาจให้คำแนะนำไป แต่อย่าลืมว่าลูกสาวคนเล็ก พ่อชี้นำไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่จะชี้นำพ่อ และเขาชอบเล่นไอแพด ตั้งแต่เรียนหนังสือจะมีโน้ตสำคัญไว้ในนั้น เวลาลืมจะได้ดู เรื่องสำคัญลืมไม่ได้ คือเรื่องต่างประเทศ ต้องคอยจับประเด็นให้ได้

อยากชวนพวกขาประจำกินเหล้า

เมื่อถามถึงฉายาทวีไอพีของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พาดพิงมาถึงด้วยโดยเฉพาะกรณีชั้น 14 นายทักษิณกล่าวว่า ไม่มีอะไรจริงๆแล้ว ส่วนใหญ่เป็นงานของขาประจำ ตนมีขาประจำอยู่หากว่างอยากชวนขาประจำมานั่งกินเหล้า มาพูดคุยกันจะได้เลิกเป็นขาประจำตนสักที จะได้เข้าใจกันมากกว่านี้ บางคนหมั่นไส้ตน โดยที่ยังไม่รู้จักตัวตนของตน แต่ตนมีพรสวรรค์ ไม่ใช่พรนรกแล้วกัน เมื่อถามว่าเช็กลิสต์ไว้มีประมาณกี่คน นายทักษิณกล่าวว่า ประมาณ 10 กว่าคน หน้าเก่าๆและก็เห็นๆกันอยู่

เตือนพวกชอบร้องยื่นผิดรอตั้งรับด้วย

เมื่อถามต่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ออกมายื่นร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันก่อนหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า จำนวนหนึ่ง แต่ไม่เป็นอะไร ใครยื่นก็ยื่นไป ถ้ายื่นผิดแล้วต้องคอยตั้งรับ ยื่นมาเลย ไม่มีปัญหา ไม่ได้ขู่ tit-for-tat is a fair play เป็นวลีการตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม ลักษณะเดียวกันกับสำนวนไทยว่า “หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง” เมื่อถามว่า การไล่เช็กบิล มองว่าจะกลับสู่วังวนเดิมหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า สื่อมวลชนยังเหนื่อยแทบตาย แต่คนพวกนี้ไม่รู้จะทำอะไร ร้องอย่างเดียวอาชีพไม่มี ไม่เสียภาษี บางคนไปซื้อที่ดินแถวริมทะเล มันตลก บ้านเมืองต้องไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะสับสนวุ่นวาย เมื่อถามถึงกรณีนายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ระบุว่าพานายทักษิณกลับไปที่เดิมได้ นายทักษิณฟังคำถามจบกล่าวทันทีว่า “สาธุ” ก่อนกล่าวว่า “ให้พาไปทั้งพี่ทั้งน้องเลย หมายถึงน้องเขาแฝดอ่ะ”

รทสช.มองบวกพังผูกขาด–โกงกิน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของพรรค รทสช.ได้โพสต์ข้อความว่าพีระ..พัง... การผูกขาด พีระ..พัง...ระบบที่เน่าเฟะ พีระ..พัง...การโกงกินทุกรูปแบบ # ฉายารัฐบาล 67 ขณะเดียวกัน ได้มีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่ให้กำลังใจ อาทิ ทำให้ได้นะครับ จะได้ใจจากประชาชน, เป็นกำลังใจให้ สู้ๆครับ เพราะรู้ว่าสู้กับอะไรอยู่ ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ หัวหน้าพรรคปชป.กล่าวถึงฉายา “ประชาธิเป๋” ว่า ขอบคุณมาก ไม่เป็นไร รับฟังอยู่แล้วไม่มีอะไรต้องชี้แจง เมื่อถามว่ามีอะไรต้องไปปรับปรุงหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ต้องทำให้ดีขึ้น เมื่อถามว่าไม่เคืองกันใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เราต้องอยู่กันไปอีกนาน จะเคืองกันได้อย่างไร ฉายารัฐบาลไม่เป็นไร มองตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นปกติ

รมช.พณ.ออกตัวอ่อนพีอาร์ไปหน่อย

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ฉายา “รัฐมนตรีโลกลืม” เราเป็นบุคคลสาธารณะยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อ แต่ยืนยันว่าทำงานเยอะมาก ทั้งพัฒนาร้านค้า ส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทย ป้องกันธุรกิจต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยไม่ถูกกฎหมาย ยอมรับว่าอาจประชาสัมพันธ์น้อยไปหรือประชาสัมพันธ์อยู่ในสื่อของกระทรวงพาณิชย์เป็นหลัก แต่ไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้เป็นนักการเมืองต้องไม่น้อยใจ พร้อมเดินหน้าทำงานหนักเพื่อประเทศชาติ

“อิ๊งค์” ยันพรรคร่วมฯไร้ปัญหา

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกรอบตีกอล์ฟกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.เคลียร์ใจกันหรือไม่ว่านายทักษิณและนายอนุทินรู้จักกันมากว่า 20 ปีแล้ว การไปร้องเพลงไม่ได้ทราบว่าจะไปด้วยกัน เมื่อถามว่าหากทราบจะไปด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นั่นซิ แต่วันที่ 22 ธ.ค.มีโปรแกรมกับลูก ไม่แปลกใจที่นายทักษิณไป จะปลายปีแล้วทุกคนได้พักผ่อนได้สนุกสนานเป็นเรื่องดี ไม่ได้คิดอะไร ความจริงแล้วตนและนายอนุทินคุยกันอยู่แล้ว ถึงจะมีปัญหาอะไรคุยกันเคลียร์กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพรรค ภท.หรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ถึงเวลาถ้ามีอะไรก็คุย เพราะเป็นคนคุยอยู่แล้วไม่ได้ปล่อย เมื่อถามย้ำว่าดูแล้วเหมือนเป็นการสยบข่าวลือหรือไม่เพราะมีกระแสว่าพรรค ภท.จะไม่ได้อยู่ร่วมรัฐบาล น.ส.แพทองธารตอบกลับว่า แล้วพอสยบได้หรือไม่ ก็ไม่ได้มีอะไร

“ทักษิณ” ชี้อยู่ร่วมกันเคารพกันจบ

เมื่อเวลา 12.45 น.ที่ จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพตีกอล์ฟร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.และนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ว่า สนุกดีแต่ไม่ค่อยได้ตี จะตีโดนบ้างไม่โดนบ้าง เมื่อถามว่าสยบคำว่าอีแอบหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า จริงๆนายสารัชถ์เป็นคนเชิญไป ไม่มีนักการเมือง แต่นายอนุทินเป็นเพื่อนนายสารัชถ์มา 20 ปี จึงชวนไปในฐานะเพื่อน แต่มีประเด็นการเมืองเยอะ เมื่อมีการส่งรูปออกไปมีสื่อนำไปตีเป็นประเด็นการเมือง จริงๆแล้วไม่มีอะไร เมื่อถามว่านายสารัชถ์เป็นคนกลางสมชื่อเลย นายทักษิณตอบว่า “ไม่รู้ เขาซ้ายขวาหรือไม่” เมื่อถามว่าเคลียร์ใจกับนายอนุทินอย่างไร นายทักษิณตอบว่า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ กติกาง่ายนิดเดียว คนเราเมื่ออยู่ร่วมกัน ต้องเคารพซึ่งกันและกันจบ

แค่ลิ้นกับฟันกัดโดนกันบ้างธรรมดา

เมื่อถามว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมามีการตีความว่าระหว่างพรรค ภท.กับพรรค พท.อาจมีเรื่องไม่ลงรอยกันหลายเรื่อง นายทักษิณกล่าวว่า เท่าที่ดูไม่น่ามีอะไรมาก เป็นเรื่องธรรมดา ลิ้นกับฟันบางครั้งก็กัดโดนกันบ้างเป็นธรรมดา ส่วนที่ร้องเพลงคนไม่สำคัญนั้น เป็นเพลงเก่งของตน ร้องมานานแล้ว นึกเพลงใหม่ๆไม่ออก มีแต่เพลงเก่าๆ คนโบราณ เมื่อถามว่าเคลียร์กันแล้วหลังจากนี้รัฐบาลไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกันแล้วใช่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไร เพราะนายอนุทินกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ หัวหน้าพรรค พท.ทำงานด้วยกันได้

“เสี่ยหนู” ปัดตีกอล์ฟสยบรอยร้าว

วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวถึงการออกรอบตีกอล์ฟกับนายทักษิณ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ถูกตั้งข้อสังเกตมีการเคลียร์ใจหลังมีกระแสข่าวพรรค ภท.และพรรค พท.ระหอง ระแหงกันว่า “เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ ปีหนึ่งก๊วนนัดกันครั้งสองครั้ง ไม่มีการพูดคุยสถานการณ์การเมืองกับนายทักษิณ ดูแต่วง ช่วยกันจับ คุยกันเรื่องในอดีตและสิ่งที่ต้องการจะเห็น ทั้งเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน ความร่วมมือทำให้เป็นรูปธรรม สำเร็จด้วยความรวดเร็วที่เราปฏิบัติต่อกันมาด้วยดีมาด้วยตลอด”

ย้ำไม่ใช่คนถูกแขวะเป็นอีแอบ

เมื่อถามว่าสอบถามนายทักษิณประเด็นอีแอบหมายถึงใครหรือไม่ อนุทินตอบว่า ทำไมต้องไปถาม คนเราต้อง Actions speak louder than words (การกระทำสำคัญกว่าคำพูด) เมื่อถามว่าได้ถามประเด็นที่นายทักษิณระบุว่าหล่อเร็วไปหน่อยหรือไม่ หลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.กลาโหม นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้คุย ไม่คุยเรื่องเก่า “ท่านไม่ได้หมายถึงผมชัดเจนอยู่แล้ว ท่านบอกว่าพรรคที่ไม่มา แต่หัวหน้าพรรค ภท.วิ่งตาลีตาเหลือกตอนเลขาธิการนายกฯโทร.ไปตามให้มาประชุม ครม.เพื่อสนับสนุนและร่าง พ.ร.ก.เกี่ยวกับภาษีในวันที่ 11 ธ.ค.วันนั้นนัดหมอไม่ได้ไปทำหล่อหรือยิงเลเซอร์ แต่ไปตรวจติดตามหัวใจพลิ้วเพราะเต้นเร็วกว่าปกติ ประเด็นที่นายทักษิณพูดไม่ได้หมายถึงผม และพรรค ภท.แน่นอน เมื่อดูข้อเท็จจริงไม่ใช่แน่นอน”

ไม่ติดใจแคมเปญ 180 วันเพื่อไทย

เมื่อถามว่าติดใจว่าพรรค พท.ออกแคมเปญ “180 วันรอได้เพื่อรัฐธรรมนูญประชาชน อย่าเชื่ออีแอบ ล็อกสองชั้น รัฐบาลต้องลงเรือลำเดียวกัน” หรือไม่ หลังพรรค ภท.ลงมติเห็นด้วยกับเกณฑ์ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเสียงข้างมากสองชั้น นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้ติดใจ เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา และระบอบประชาธิปไตย ต่อให้พรรคไม่เห็นด้วยก็เป็นแนวทางของพรรค ภท. ไม่ใช่พอเสียงข้างมากบอกเห็นด้วย พรรค ภท.ไม่เห็นด้วย แล้วไปตั้งเวทีข้างสภาฯ หรือที่ไหนไปนั่งโจมตีต่อไป เราก็ทำตามกติกา ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง ขอย้ำเห็นต่างกันได้ ยกตัวอย่างอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยคนก่อน ก็เห็นต่างกับตน ถือเป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่ทำงานให้ได้พอ และความเห็นต่างต้องไม่กระทบกับประเทศและประชาชน มาทำงานตรงนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

“เท้ง” อยากฟังฉายาผู้นำฝ่ายค้าน

ที่สนามกีฬา จ.นนทบุรี นายณัฐพงษ์ เรือง ปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งฉายารัฐบาลของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลปีนี้ที่ได้รับฉายา รัฐบาล “พ่อ” เลี้ยงว่า อยากได้ยินฉายาผู้นำฝ่ายค้านมากกว่า สื่อ มวลชนมีสิทธิ์ตั้งคำถาม หวังว่าฉายาที่ตั้งให้ไม่ว่าฉายารัฐบาลหรือผู้นำฝ่ายค้านที่กำลังรอฟังอยู่จะเป็นสิ่งที่พวกเราเอามาสะท้อนตัวเองและปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ฉายานายกฯแพทองโพยเป็นสิทธิที่สื่อจะตั้งคำถาม แต่อยากฟังฉายาตัวเองมากกว่า แน่นอนที่สุดนายกฯได้รับฉายาไป รวมถึงตนด้วยคงต้องนำมาปรับปรุงการทำงาน ส่วนกรณี กกต.สั่งดำเนินคดีอาญานายชวาล พลเมืองดี สส.พรรค ปชน. เขต 3 จ.ชลบุรี จงใจยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ให้เป็นกระบวนการที่ กกต.ดำเนินการ สังคมมองอยู่ว่าข้อหาเล็กน้อยแบบนี้กลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ต้องรอฟังผล พรรคเตรียมทีมกฎหมายไว้แล้ว

สว.ตั้งฉายา “นายกฯนินจา”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาวาระกระทู้ถามต่างๆ 6 กระทู้ พบว่า 5 ใน 6 กระทู้ที่ยื่นถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเลื่อนตอบทั้งหมด อ้างติดภารกิจ ได้แก่ 1.กระทู้ถามความปลอดภัยประชาชนจากอาวุธปืนและระเบิด ของ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. 2.กระทู้ถามการ รุกล้ำอธิปไตยของประเทศกัมพูชา 3.กระทู้ถามเรื่องเจรจาผลประโยชน์ทับซ้อนพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชาของนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว. 4.กระทู้ถามมาตรการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. 5.กระทู้ถามโครงการเรียนดี เรียนฟรี 15 ปีของนายสากล ภูลศิริกุล สว.สร้างความไม่พอใจให้ สว. โดยนายยุคลกล่าวว่ากระทู้ถามทั้ง 2 เรื่องยื่นถามนายกฯเกี่ยวกับเอ็มโอยู 44 และกรณีว้าแดง แต่นายกฯหนีตอบกระทู้ สว.ขอตั้งฉายาว่านายกฯนินจา อนิจจัง หนีตอบกระทู้ในสภาฯ อย่างน่าสังเวช จะสอบถามทุกสัปดาห์ว่านายกฯจะหนีอีกหรือไม่

“ทักษิณ” เผยพบหารือ “อันวาร์” ฝั่งไทย

เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการจะพบกับดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิมี นายกฯมาเลเซียในวันที่ 26 ธ.ค. หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการว่า กำลังรอการยืนยันอยู่ แต่เป็นการพบกันในฝั่งไทย ไม่ได้ข้ามไป เมื่อถามว่ามีการมองว่าระดับอาเซียนอาจมีอะไรออกมาได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างไรบ้างในการเป็นที่ปรึกษา นายทักษิณกล่าวว่า คงจะต้องคิดเรื่องยุทธศาสตร์ร่วมกันของอาเซียน เพราะระยะหลังอาเซียนมักจะพูดของใครของมัน ไม่มียุทธศาสตร์ของอาเซียน อาเซียนควรจะรวมพลังกัน เพราะเรามีประชากร 700 ล้านคน ถ้าเรารวมกันให้แข็งแรงเหมือนเป็นประเทศใหญ่ๆเหมือนกัน จะทำให้มีการต่อรองทาง การค้า ช่วงนี้สงครามทางการค้าหนักขึ้นทุกวัน เมื่อถามว่าเป็นผลดีกับประเทศไทยด้วยใช่ไหม นายทักษิณ กล่าวว่า แน่นอนประเทศไทยเป็นประเทศหลัก เป็นเศรษฐกิจหลัก เป็นอันดับสองของอาเซียนอยู่แล้ว

นายกฯเชื่อส่งผลดีพัฒนาภาคใต้

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเลย คอนเฟิร์มแล้วหรือ เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณไปพูดคุยกับนายกฯ มาเลเซียจะเป็นผลดีกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีอยู่แล้วจากมาเลเซีย และถ้านายทักษิณได้เจอได้พบน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ทราบว่าจะได้เจอจริงหรือเปล่า เมื่อถามอีกว่านายทักษิณตอบรับจะไปคุยใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า “เดี๋ยวจะไปถามให้ ยังไม่ได้คุยกันเลย”

ยันถกแก้ รธน.คู่ทำร่างประชามติไม่ได้

ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวถึง กรณีทีมกฎหมายประธานรัฐสภารับข้อเสนอให้ทำประชามติ 2 ครั้งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทำประชามติ 2 ครั้งดีอยู่แล้ว ถ้าทำ 3 ครั้งต้องเสียงบฯ 9 พันล้านบาทน่าเสียดาย แต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ต้องรอให้ผ่าน 180 วันไปก่อน จากนั้นค่อยไปตั้ง สสร. แล้วว่ากันใหม่อีกครั้ง ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ปชน. เสนอว่าพิจารณาประชามติกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญคู่ขนานกันไปได้ ระหว่างช่วงรอพักร่าง 180 วัน ทำไม่ได้ หลายท่านบอกให้ตั้ง สสร.เลยก็ตั้งไม่ได้ ถามฝ่ายกฎหมายสภาฯ และประธานรัฐสภาแล้วเห็นเช่นเดียวกัน เมื่อผ่านระยะเวลาพักร่าง 180 วันแล้ว ถึงจะมาเลือกตั้ง สสร. การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทันการเลือกตั้งปี 2570 ไม่เป็นไร เราทำเต็มที่แล้วทุกคนก็เห็น น่าต้องเจรจากับ สว. และ สส. แม้แต่พรรค ภท. ถึงเวลานั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้

“ไอติม” ยันประชามติ 2 ครั้งไม่ขัด รธน.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ คณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภา เพื่อชี้แจงแนวทางการทำประชามติ 2 ครั้งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ล่าสุดเรามีข้อมูลเพิ่มเติม มีน้ำหนักโน้มน้าวให้ประธานรัฐสภาเชื่อว่าทำประชามติ 2 ครั้ง เพียงพอ คาดว่าจะได้คำวินิจฉัยอย่างไม่เป็นทางการจากประธานรัฐสภาในสิ้นปีนี้ ยืนยันทำประชามติ 2 ครั้ง ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากประธานรัฐสภาเห็นว่าทำประชามติ 2 ครั้งได้ จะบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มี สสร.มาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ใหม่ น่าจะเสร็จ 3 วาระใน 180 วัน จะประจวบเหมาะในครึ่งหลังปี 2568 ทำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกได้ หวังว่าจะทำประชามติครั้งแรกจาก 2 ครั้ง ไม่ใช่ 3 ครั้ง ตั้งเป้าว่าการพิจารณาร่างทั้งหมดไม่ว่าจะมีการร้องขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่น่า จะจบใน 180 วัน เท่ากับเวลาที่ต้องรอร่าง พ.ร.บ.ประชามติอยู่แล้ว

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่