“วิสุทธิ์” เผย สมัยประชุมนี้ดันกฎหมายเป็นประโยชน์กับประชาชน 20 ฉบับ ชี้ ต้องวางแนวให้ชัดก่อนเสนอกฎหมาย ลั่น วิปรัฐบาลต้องคุยให้จบ จะไม่ต่างคนต่างเสนอ ขอ สส. ให้ความสำคัญประชุมสภา


วันที่ 22 ธันวาคม 2567 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณากฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยประชุมที่เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า เราจะพิจารณากฎหมายที่จำเป็นเร่งด่วน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ได้มากที่สุด ที่ผ่านมารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานจึงเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ แต่คิดว่าสมัยประชุมนี้น่าจะทำได้มากขึ้นประมาณ 20 ฉบับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประมง ที่ก่อนหน้านี้มีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ออกมาทำให้เราเสียอำนาจทางการประมงไป พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเข้ามาแก้ไข ทำให้ประชาชนทำการประมงได้สะดวกมากขึ้น, พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มั่นใจว่าสมัยประชุมนี้เราจะทำได้อย่างเต็มที่

นายวิสุทธิ์ ระบุต่อไปว่า เรื่องกฎหมายตนไม่ได้กังวล แต่กังวลเรื่องเดียวคือการให้ สส. ร่วมประชุมสภาฯ วันพุธและวันพฤหัสบดี ขอให้ประชาชนอย่าเชิญ สส. ไปร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าว นอกจากงานที่จำเป็นจริงๆ เช่น งานที่ต้องแต่งตัวขาวดำ เพราะอยากให้ สส. ให้ความสำคัญกับสภาฯ ถ้าไม่ใช่งานขาวดำหรือมีใครเจ็บป่วยในครอบครัว อยากให้อยู่ประชุมสภา เพราะหน้าที่หลักของ สส. คือต้องตรากฎหมาย หากจะเดินสายออกงานหาเสียงในพื้นที่มันไม่ใช่ตอนนี้ ประชาชนเลือกให้มาทำงานในสภาฯ แล้ว และตั้งแต่ตนเป็นประธานวิปรัฐบาลมา แม้จะมีข้อผิดพลาดอะไรบ้างแต่สภาไม่เคยล่ม ต้องขอบคุณสมาชิกที่ให้ความร่วมมือ ก็ขอให้ช่วยกันทำงานเหมือนสมัยที่ผ่านมา

...

เมื่อถามถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีกฎหมายนิรโทษกรรมค้างในสภา 4 ฉบับ ส่วนของพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการตรวจความเรียบร้อย คิดว่าน่าจะเสร็จสิ้นหลังเดือนมกราคม 2568 สิ่งสำคัญการเสนอกฎหมายอะไรของพรรคการเมือง ต้องคุยกับวิปรัฐบาลให้จบก่อน แล้วให้ทุกพรรคนำเรื่องที่คุยในวิปไปหารือในพรรคของตัวเอง จะไม่ต่างคนต่างเสนอ เพราะถ้าเสนอแล้วมีคนไม่เห็นด้วยประชาชนจะมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งกัน ต้องคุยกันก่อนมติว่าอย่างไรอยากให้เป็นอย่างนั้น จากนี้การเสนอกฎหมายอะไรในนามพรรคการเมืองต้องปรึกษาในวิปก่อน ถ้าขัดกันไม่ต้องเสนอ มันจะเสียเวลา แนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีในการทำงานร่วมกัน

ส่วนคำถามถึงกรณีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นแตกต่างกันจะทำให้เกิดปัญหาการทำงานหลังจากนี้หรือไม่ นายวิสุทธิ์ เชื่อว่าหากคุยกันก่อนเสนอกฎหมายจะแก้ปัญหาเหล่านี้ จากนี้ไปการเสนอกฎหมายอะไรวิปต้องคุยกันก่อน ถ้าเห็นเป็นเช่นไรแล้วไปถามที่พรรคว่าเอาหรือไม่ ถ้าเอาก็เสนอร่วมกันเลยจะได้ไม่มีปัญหาอีก.