สภาฯ ถกเดือดร่างกฎหมายออกเสียงประชามติ ก่อนมีมติ 326 ต่อ 61 ยับยั้งค้านใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น ให้นำมาพิจารณาใหม่ในอีก 180 วัน “เพื่อไทย-พรรคประชาชน” พร้อมใจยึดหลักการเดิม “เสียงข้างมากชั้นเดียว” ด้าน “อดิศร” อัด ภูมิใจไทยลงเรือลำเดียวกันแต่ไม่เอาด้วย

วันที่ 18 ธ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายวันมอหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการเปิดให้ สส. หารือเรื่องเดือดร้อนประชาชน ต่อด้วยการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ต่างๆ ที่คณะ กมธ. พิจารณาเสร็จแล้วหลายฉบับ อาทิ ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งภาษีอากรและวิธีพิจารณาภาษีอากร ร่างพ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะ กมธ. ของสภาฯ และวุฒิสภา จากนั้นเวลา 17.20 น. ที่ประชุมที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยยืนยันใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

“เพื่อไทย” ค้านใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น

โดย น.ส.ลิณธิภรณ์ วรินวัชรโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมาก 2 ชั้น เพราะเป็นระบบ 2 มาตรฐาน แปลกแยกจากระบบที่เป็นอยู่ ในเมื่อระบบการลงคะแนนเสียงที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย การใช้เสียงข้างมากปกติโดยตรงจึงเป็นสิ่งสมควร ตนไม่เห็นความจำเป็นที่จะใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้นให้ยุ่งยาก กีดกันเสียงแท้จริงของประชาชนออกไป เพื่อความเสี่ยงต่างๆ เช่น การรณรงค์ของผู้ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ แม้อาจมีจำนวนน้อยกว่า แต่เมื่อพิจารณาสิทธิไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามด่านพิสดารเสียงข้างมาก 2 ชั้น ก็อาจทำให้เสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิตามกระบวนการถูกบิดเบือนไปได้ เว้นแต่ผู้สนับสนุนเสียงข้างมาก 2 ชั้น ปรารถนาลึกๆ ในใจให้การใช้สิทธิของประชาชนยากขึ้น พูดง่ายๆ ว่าใครที่สนับสนุนเสียงข้างมาก 2 ชั้น อาจถูกครหาขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญปี 2560

...

ปชป. ยันยึดหลักการเดิม “เสียงข้างมากชั้นเดียว”

ด้านนายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ฝ่ายสภาฯ ควรยืนยันตามหลักการเดิม คือการใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว ไม่ใช่เสียงข้างมาก 2 ชั้น และไม่ใช่ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายแก้เสร็จแล้วแล้วแก้กลับไปเป็น 2 ชั้นอีก จะใช้แบบชั้นเดียวก็ตามนั้นไปเลย ไม่ใช่เวลาจะรับใช้ชั้นเดียว แต่เวลาจะแก้ใช้ 2 ชั้น

“อดิศร” ชี้ รธน.ปี 60 วางหมากแก้ยาก

ขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตอนฉีกรัฐธรรมนูญง่ายแสนง่าย เงียบสงัดเหมือนป่าช้า แล้วสร้างประติมากรรมคือรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีปัญหาคือเวลาจะแก้ไขทำได้ยากยิ่ง ยากเกินไป แบบไม่อยากให้แก้ไขเลย ดังนั้นเมื่อความเห็นของ สส. และ สว. ไม่ตรงกัน ในเรื่องหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก ทำให้ต้องพักไว้ 180 วัน มันเสียเวลา จนทราบมาว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไม่ทันในสมัยนี้ ถามว่าใครเป็นจำเลยในสังคมนี้ ประชาชนต้องหาจำเลยให้ได้ สส.ไม่ใช่จำเลย แต่อีกสภาฯ ใช่หรือไม่ ก็ต้องใช้วิจารณญาณ ตนผิดหวังที่อยู่ๆ กมธ.ร่วมฯ ฝ่าย สส. ไปงดออกเสียง ถือว่ากลับลำในสิ่งที่ตัวเองเคยลงมติใช้หลักเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว ในชั้น กมธ.สภาฯ และทราบว่าครั้งนี้ก็จะงดออกเสียงอีก มันไปบั่นทอนอำนาจสูงสุดของประชาชน ไปร่วมกับ สว. ที่เป็นสภารากฝอยได้อย่างไร

ฉะ “ภท.” ลงเรือลำเดียวแต่ไม่เอาด้วย หรือหวังปฏิวัติ

“พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แถลงนโยบายด้วยกันก็ต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ทำตามนี้แล้วจะลงเรือลำเดียวกันได้อย่างไร ผมรู้ว่าคุณขวางเพื่อถ่วงไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งมันแก้ยากอยู่แล้ว หรืออยากจะให้มีตะแล้นแต๊นแต๊นอีก สภาฯ แห่งนี้ตั้งอยู่ถนนทหาร เรือรบ 1 ลำ รถถัง 1 คันยึดได้แล้วสภาฯ แห่งนี้ ทำไมไม่โน้มจิตใจด้วยกันมาแก้รัฐธรรมนูญ เห็นแก่ชาติบ้านเมืองเถอะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งเป็นอันตรายต่อสังคม เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นหมด การเมืองทั้งหมด ขอให้ กมธ.ร่วมฯ ฝ่าย ส.ส. ที่กลับลำ กลับใจมาแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เถอะ ที่นี้เป็นที่แก้ไข ไม่ใช่ที่ถ่วงความเจริญของประชาธิปไตย ใครคนใดไม่แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือถ่วงความเจริญ ผมถือว่าคนนั้นทำลายประชาธิปไตย” นายอดิศร กล่าว

“หมอเชิดชัย” ลั่นลงมติยับยั้งรอ 6 เดือน ว่ากันใหม่

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายว่า หลักเกณฑ์การออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำให้ง่าย เป็นธรรม แบบชั้นเดียว แต่ สว. หรือ กมธ.ร่วมกันฯ จะมาให้ฝ่าย สส. ที่เคยลงมติ 409 เสียงเห็นด้วยกับเสียงข้างมากชั้นเดียว ในชั้น กมธ.สภาฯ มาเห็นด้วยกับเสียงข้างมาก 2 ชั้น ตามร่างฯ ของวุฒิสภาไม่ได้ เราต้องยืนยันเพื่อยับยั้ง มีคนถามตนว่า หากรัฐบาลผสม มีพรรคๆ หนึ่ง ไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้จะทำอย่างไร ตนก็ตอบไปว่าต้องคุยกันใหม่ คุยกันเรื่อยๆ จนจบ หวังว่าจะต้องคุยกัน หากมีปัญหาขึ้นมา ชาวบ้านจะตัดสินว่าพรรคเหล่านั้นที่บอกว่าอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดีแต่พูด ประชาชนจะสั่งสอนในการเลือกตั้งปี 2570 ดังนั้นอย่าพูดเอาหล่อ ขณะนี้บ้านเมืองมันแย่จริงๆ ก็ขอให้ ส.ส. ทำเพื่อประชาชน ทำตามกฎหมาย ช่วยกันลงมติเพื่อยับยั้งแล้วรออีก 180 วันค่อยมาว่ากันอีกครั้ง

“ไชยชนก” ยัน ภท. ยึดถือเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น

นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวอภิปรายว่า หากเราไม่มีเกณฑ์ของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ในการทำประชามติ เราจะพูดได้เต็มปากเต็มคำหรือไม่ว่านี่คือการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เราจะได้รับการยอมรับจากคนไทยทั้งประเทศจริงๆ หรือไม่ ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากเพียงพอ หรือเรากำลังเปิดช่องให้เสียงส่วนมากมีโอกาสโดนมองข้ามเพียงเพราะคำว่าง่ายหรือไม่ พรรคภูมิใจไทย ยึดถือเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ตนตกใจว่ามีเพียงพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวเท่านั้นที่รู้สึก ทั้งๆ ที่เรามีคะแนนเสียงเป็นอันดับ 4 ยืนยันว่าแม้เราจะเห็นต่าง แต่เราไม่ได้ยึดติดโดยไม่มีหลักการเหตุผล เราไม่ได้ไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจในความเห็นต่างของเพื่อนสมาชิก

ยกเหตุผล ฟังเสียงประชาชนทั่วไทย ใช้หลักเกณฑ์ 2 ชั้น

“พรรคภูมิใจไทยมีการส่งคำถามจากเพื่อน สส. ไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ เพื่อสอบถามความคิดเห็นในเรื่องนี้ ผลตอบรับกลับมาประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น เหตุผลง่ายนิดเดียว คือทุกเรื่องที่ต้องทำประชามติล้วนเป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนจึงต้องการความมั่นใจว่าผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์มีปริมาณเพียงพอที่จะมีความน่าเชื่อถือ” นายไชยชนก กล่าว

สภาฯ โหวตยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ประชามติรอถกอีก 180 วัน

กระทั่งเวลา 20.25 น. ที่ประชุมสภาฯ ได้ลงมติโหวตไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาเสร็จแล้ว ด้วยคะแนน 326 ต่อ 61 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) และมาตรา 138 (2) กำหนดว่า ร่างกฎหมายที่ถูกยับยั้งจะพิจารณาใหม่ได้เมื่อพ้นเวลา 180 วัน นับแต่ที่สภาฯ ไม่เห็นชอบ จากนั้นประธานได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 20.30 น.