“นายกฯ อิ๊งค์” ติดตามน้ำท่วมภาคใต้ คาด 2 วันคลี่คลาย ยัน ลงพื้นที่ช่วงฟื้นฟู แจง “ทักษิณ” ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงใครเป็นพิเศษ แซะฝ่ายค้าน ชมกันบ้างก็ได้ ดีใจติดอันดับสตรีทรงอิทธิพลโลก ภูมิใจเห็นคำว่าไทยแลนด์

เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. ถึงสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้รอบนี้ เราได้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการท่วมอีก ฉะนั้น การเตรียมการจากทุกหน่วยค่อนข้างพร้อมพอสมควร ซึ่งได้มีการอพยพคนไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้มีการติดตามสถานการณ์คาดว่าน่าจะไม่เกิน 2 วัน จะคลี่คลาย ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูแลอยู่

ผู้สื่อข่าวถามต่อ เท่าที่ทราบได้รับรายงานยังมีปัญหาอะไรอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ตอนนี้ไม่มีแล้ว อย่างกระทรวงสาธารณสุข มีการส่งยาไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องอาหารก็ครบ ตอนนี้รอเพียงให้น้ำไป และมวลน้ำก็ไม่ได้ลงไปกระทบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตอนนี้ก็มี 4 จังหวัดที่สถานการณ์ยังหนักอยู่

...

ส่วนประเด็นเยียวยาต้องรอให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียบร้อยก่อนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เดี๋ยวดูทั้งหมดว่าจะเยียวยาแค่ไหนอย่างไร แต่ตอนนี้ที่อนุมัติงบประมาณไป อย่างไรก็ได้อยู่แล้ว ส่วนคำถามว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า จะลงช่วงฟื้นฟูแน่นอน เพราะกระทบหลายจังหวัด และช่วงนี้ตนต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจต่างๆ ซึ่งได้มีรัฐมนตรีหลายท่านลงไปในพื้นที่ภาคใต้และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว การสั่งการอย่างเครื่องสูบน้ำก็นำลงไปในพื้นที่อย่างเพียงพอ ขณะที่คำถามว่าทาง ส.ส.หลายคนอยากให้ดูในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในระยะยาว นายกรัฐมนตรี เผยว่า เรื่องนี้ได้มีการแถลงในนโยบายรัฐบาลแล้ว ก็จะดำเนินการศึกษาให้จบ

ทางด้านกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดถึงพรรคร่วมรัฐบาลบางคนทำตัวเป็นอีแอบไม่ร่วมพิจารณาพระราชกำหนดเกี่ยวกับมาตรการทางภาษีระหว่างประเทศนั้น น.ส.แพทองธาร ระบุ ตนคิดว่าท่านน่าจะพูดจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ทำงาน ที่มีพรรคร่วมอยู่ด้วยกัน ร่วมมือซึ่งกันและกัน ซึ่งรัฐบาลนี้ก็เป็นอย่างนั้นอยู่ พรรคร่วมทุกท่าน และตนสามารถรบกวนได้ สามารถยกหูหาขอความช่วยเหลือได้ทุกเมื่อกับหัวหน้าพรรคร่วมทุกพรรค คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร วันนั้นมีหลายท่านติดภารกิจ จึงคิดว่า ท่านทักษิณ พูดในทำนองที่ว่าถ้ามีเรื่องอะไรร่วมก็ต้องช่วยกัน ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน แนวคิดในวงกว้างแบบนั้นมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรถึงใครเป็นพิเศษใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ไม่นะคะ ไม่รู้สึกว่าส่งถึงใคร เพราะหลายๆ ท่านก็ทราบว่าลา” ในประเด็นคำถามว่า หรือนายทักษิณได้ยินอะไรมาแล้วเป็นห่วงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า ไม่ทราบเหมือนกัน จริงๆ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ท่านน่าจะพูดจากประสบการณ์ของท่านนั่นแหละว่าพรรคร่วมต้องเหนียวแน่น แบบนั้นมากกว่า

เมื่อถามถึงเรื่องที่ฝ่ายค้านออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพและสั่นคลอน น.ส.แพทองธาร หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ฝ่ายค้านชมกันบ้างก็ได้ จะได้เกิดบรรยากาศดีๆ ขึ้นในประเทศค่ะ”

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้รับจัดอันดับสตรีทรงอิทธิพลโลกของนิตยสาร Forbes ในอันดับที่ 29 จาก 100 คนทั่วโลก ว่า รู้สึกดีใจ และตอนที่เข้าไปดูในลิสต์แล้วรู้สึกดีใจกว่านั้นคือ จาก 100 อันดับ ได้เห็นคำว่าไทยแลนด์ จึงมีความภาคภูมิใจ เพราะทุกครั้งเมื่อไปดูในลิสต์อะไรแล้วเจอคำว่า ไทยแลนด์ ก็จะรู้สึกดีใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur International Airport : KLIA) มาเลเซีย ตามคำเชิญของดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และเข้าร่วมการประชุมหารือประจำปี (Annual Consultation) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ที่เมืองปูตราจายา มาเลเซีย