"อิ๊งค์" ยืนยันเอ็มโอยู 44 ไทยไม่เสียเปรียบกัมพูชา ต้องรีบตั้งคณะกรรมการร่วมฯให้ได้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ 2 ฝ่ายเจรจาปมที่ยังเห็นต่าง ส่อชะลอเจรจาผลประโยชน์ใต้ทะเล “ภูมิธรรม” แจงไร้ปัญหาเขมร ยังไม่เข้า UNCLOS พลังประชารัฐย้ำจุดยืนยกเลิกเอ็มโอยู ทำไทยเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เจรจา “ธีระชัย” ตั้งข้อสงสัยการทำงานของบัวแก้ว “วรงค์” ล่าแสนชื่อ โละเอ็มโอยู นายกฯชื่นชมคอนเนกชัน วปอ.ช่วยพัฒนา ชาติโอ่พาไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ออกตัว “ทักษิณ” มีสิทธิ์ช่วยหาเสียง แจงผู้นำเกือบทุกประเทศ ถามหา เดินหน้าเป็นเจ้าภาพจัด F 1พรรคพลังประชารัฐและกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้ามเดินเกมหนัก ยกประเด็นเอ็มโอยู 44 ขึ้นมาเขย่ารัฐบาล ล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายก รัฐมนตรี และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องออกมาย้ำอีกรอบว่าเอ็มโอยู 44 ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบกัมพูชา เป็นแค่ช่องทางเจรจาในส่วนที่ยังเห็นต่างเท่านั้น“อิ๊งค์” แนะ วปอ.รับการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 8 พ.ย.ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) ถนนวิภาวดีรังสิต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 67 มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และผู้อำนวยการหลักสูตร เข้าร่วม น.ส.แพทองธารกล่าวเปิดหลักสูตรพร้อมบรรยายหัวข้อ “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีเอไอ โลกวันนี้กับ 20 ปีที่แล้วเป็นโลกคนละใบ จากนี้ไปจะเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เราต้องเตรียมพร้อมรับมือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงยิ่งขึ้น รัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉยเราเตรียมการรับมือกับปัญหาไว้แล้ว ไปพบเจอผู้นำหลายประเทศพูดคุยกัน เห็นปัญหาที่เจอคล้ายกัน ฉะนั้นความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญ ทุกประเทศยินดีช่วยเหลือกันยกไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลางน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนจะส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยี หลายคนอาจคิดว่าจีนเอาสินค้าเข้ามาขายทำให้คนไทยไม่มีที่ยืน แต่ความจริงจีนเองก็ยังต้องการสินค้าเกษตรจากไทยมาก เรายังมีทางออกของเรา รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวก และพูดคุยกับกระทรวงการคลังว่าการปรับโครงสร้างหนี้ ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการหารายได้ใหม่ รัฐบาลจึงสนับสนุนในเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ ให้เกิดการจ้างงานและสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้เราหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูง เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญและรัฐบาลจะผลักดันการเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็น 30% ของจีดีพีในปี 2573ชมคอนเนกชัน วปอ.พัฒนาชาติน.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า การมาเรียนตรงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หลายหน่วยงานที่มาเจอกันเป็นเรื่องน่ายินดีมาก ก่อนหน้านี้ตอนทำงานอยู่ภาคเอกชนต้องพึ่งพารัฐบาล รัฐบาลมั่นใจว่าจะทำนโยบายหลายอย่างสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีเอกชน ฉะนั้นทุกภาคส่วนจึงสำคัญ หลักสูตรนี้จะให้อะไรหลายๆอย่างได้ ขอให้มีความสุขกับการอยู่ในรุ่นนี้ จบออกไปก็ยังคบหากันอยู่เป็นสังคมหนึ่ง ดีใจที่ได้มาเจอ ตอนนี้ไม่ได้เป็นนักเรียนแล้วเป็นรุ่นที่โตแล้ว ได้มาเจอกลุ่มใหม่ เพื่อนใหม่ๆ ทำให้มีประสบการณ์เยอะขึ้น เปิดโลกกว้างขึ้น ตอนเข้ามาเรียน วปอ.มินิ รู้สึกว่าข้าราชการทุกคนเป๊ะมาก ได้รู้จักในมุมใหม่ๆยันเอ็มโอยู 44 ไทยไม่ได้เสียเปรียบต่อมา น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมากดดันให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า จริงๆแล้วในเรื่องของตัวกฎหมาย เอ็มโอยู 44 ยังไม่เข้าสภาฯ แต่เรายึดหลักอันนี้อยู่ เป็นหลักเปิดเสรีในการเจรจา เราตกลงร่วมกันเพื่อเจรจา การคุยกันระหว่างประเทศสำคัญมาก หากจะยกเลิกต้องดูว่ายกเลิกเพื่ออะไร ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเป็นอย่างไร ต้องมีการคุยกันก่อนขอเวลาอีกเล็กน้อย ความจริงไม่มีปัญหาในเรื่องของรายละเอียด มีโอกาสเจอกับผู้นำกัมพูชาช่วงที่ไปประชุมระดับสุดยอดผู้นำ ครั้งที่ 8 แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ไม่มีอะไรเลย ท่านยังพูดว่ามีอะไรให้ทางกัมพูชาซัพพอร์ตประเทศไทยให้บอกกันมา เป็นเรื่องที่เราต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่าเรายังไม่ได้เสียเปรียบอะไร การขีดเส้นของ 2 ประเทศไม่เหมือนกันจึงต้องเกิด เอ็มโอยู 44 เพื่อหารือความเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราต้องทำต่อ คาดว่าหลังกลับจากประชุมเอเปกในวันที่ 18 พ.ย. จะตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (JTC) เรียบร้อย บอกกับทางกัมพูชาแล้วว่าการตั้งคณะกรรมการฯ น่าจะเสร็จเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นจะคุยกันผ่านคณะกรรมการแค่เปิดโอกาสให้สองฝ่ายได้เจรจาผู้สื่อข่าวถามว่า เอ็มโอยู 44 ยังไม่สมบูรณ์มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิก คณะกรรมการฯจะนำมาหารือด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายก รัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงแทนว่า เอ็มโอยู 44 เป็นข้อตกลงที่ให้มาพูดคุยกันในเรื่องการขยายไหล่ทวีป แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าสภา แต่ถ้าหลังจากตกลงอะไรกันเรียบร้อยแล้ว หากมีอะไรที่เป็นสนธิ สัญญาต้องเข้ารัฐสภาอีกครั้ง ตรงนี้ถือว่าสมบูรณ์ในตัวของมันเองอยู่แล้ว เป็นข้อตกลงร่วมกัน เมื่อถามว่าแม้จะเป็นข้อตกลงแต่เป็นเรื่องของเขตแดนจำเป็นต้องเข้าสภาก่อนหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า เขาประกาศเขตแดนเขาปี 2515 ขณะที่เราประกาศในปี 2516 ฉะนั้นต่างฝ่ายต่างมีเส้นอยู่ เอ็มโอยู 44 จึงให้มาตกลงกันว่าเส้นตรงนี้จะอยู่ที่ตรงไหน ยังไม่จบในเรื่องของอธิปไตยไม่มีปัญหาเขมรยังไม่เข้า UNCLOSเมื่อถามว่าจะเป็นอุปสรรคอะไรหรือไม่ ในเมื่อประเทศไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ United Nations Convention on the Law Of the Sea (UNCLOS) แต่กัมพูชาเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ไม่เข้าร่วม นายภูมิธรรมตอบว่าสนธิสัญญาที่เจนีวาประกาศกฎหมายทางทะเลไม่ว่าจะเข้าหรือไม่เข้า ก็ต้องยอมรับอนุสัญญานี้ การเจรจาทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบนี้ เพราะเป็นกรอบที่คุมทั่วโลก ในเอ็มโอยูพูดชัดเจนว่าเป็นอนุสนธิสัญญา เป็นข้อตกลงร่วมกันของสองฝ่ายเพื่อเจรจาเรื่องเขตแดน วัตถุประสงค์เป้าหมายมีแค่นี้ หลังจากคุยกันแล้วได้ผลอะไรมาว่ากันอีกที จึงรีบตั้งคณะกรรมการของเราเพราะกัมพูชามีอยู่แล้ว เมื่อตั้งเรียบร้อยจะเร่งเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลและเขตแดนที่ชัดเจนดันตั้งคณะกรรมการร่วมฯก่อนน.ส.แพทองธารอธิบายเพิ่มเติมว่า เอ็มโอยู 44 นี้ไม่ได้บอกหรือเป็นตัวชี้ว่าของฉันหรือของเธอ แต่เป็นเอ็มโอยูจากการที่ของฉันและของเธอไม่เหมือนกัน เราต้องคุยกัน ไม่จำเป็นต้องเข้าสภา ตามที่นายภูมิธรรมพูดไปแล้ว เป็นการตกลงระหว่างสองประเทศเข้าใจตรงกัน แต่ถ้าหากมีข้อตกลงเพิ่มเติมต้องคุยผ่านคณะกรรมการอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ขีดเส้นอะไรเรียบร้อยแล้วค่อยเข้าสภา เมื่อถามว่าต้องชะลอหรือหยุดเอ็มโอยู 44 ไว้ก่อนหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน น.ส.แพทองธารตอบว่า เราชะลอได้เลย แต่สิ่งที่เราต้องมีคือคณะกรรมการ อันนี้คือสิ่งที่ต้องเร่งเรื่องเดียว ส่วนเนื้อหาข้างในไม่ต้องเร่ง ดีแล้วที่สื่อมวลชนถามเรื่องนี้ จริงๆแล้วได้คุยกับกัมพูชา ทางนั้นพูดเหมือนกันว่าจริงๆแล้วไม่มีอะไรเลย แต่ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ถ้าตั้งเสร็จจะง่ายขึ้น ทุกอย่างจะถูกตรวจสอบ และมีการพูดคุยกันสองประเทศเกิดความแฟร์ ข้อมูลที่ประชาชนอยากได้จะครบถ้วนชะลอเจรจาผลประโยชน์ใต้ทะเลเมื่อถามว่าล่าสุดกองทัพเรือเผยแพร่คลิปผ่านโซเชียลยืนยันว่าเกาะกูดเป็นของไทย และพื้นที่โดยรอบ 200 ไมล์ทะเล ต้องเป็นของประเทศไทยด้วยตาม UNCLOS นายกฯตอบว่า ไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวจะให้เลขาฯส่งแผนที่ให้เห็นว่าเขาแบ่งกันอย่างไร จะได้เห็นว่าเส้นปี 2515 ที่กัมพูชาขีด และ 2516 ที่เราขีดไม่เหมือนกัน ทางกัมพูชาขีดเว้นอ้อมเกาะกูดของเราชัดเจน การที่ไปพูดคุยกันเขาก็พูดเรื่องเดียวว่าคณะกรรมการจะเสร็จเมื่อไหร่ จึงบอกไปว่ากลางเดือน พ.ย. ฉะนั้นเรื่องเกาะกูดไม่มีปัญหาแน่นอน เขาขีดเส้นข้ามไปเลย เขาก็ไม่อยากให้เป็นปัญหาเช่นกัน เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่าการเจรจาผลประโยชน์ใต้ทะเลต้องชะลอไปก่อนหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน น.ส.แพทองธารตอบว่า ใช่ ต้องชัดเจนก่อนเพื่อไม่ให้มีปัญหาพปชร.ย้ำจุดยืนยกเลิกเอ็มโอยู 44ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. อดีต รมว.พลังงาน แถลงกรณีเอ็มโอยู 44 ว่า พรรคประกาศจุดยืนสนับสนุนการเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน เราไม่ได้ขัดขวาง ทราบถึงความจำเป็นและยืนยันเกาะกูดเป็นของไทยแน่นอน แต่อาณาเขตทางทะเลรอบเกาะกูดถูกละเมิดจากการลากเส้นผิดหลักกฎหมายสากลเจนีวา 1982 หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982 และเป็นจุดเริ่มของการเกิดพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นข้อโต้แย้งเมื่อตั้งต้นผิดจะเป็นการแบ่งบันผลประโยชน์ที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม พรรคจึงเสนอให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 เพราะเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน หากมีข้อพิพาทในอนาคตสุ่มเสี่ยงต่อการเสียพื้นที่อาณาเขตทางทะเลที่ไม่อาจแก้ไขได้อีก การยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทำโดยฝ่ายเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องทั้งสองฝ่าย มีวิธีการทำได้โดยกระทรวงการต่างประเทศทำไทยเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เจรจาม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ที่ปรึกษาศูนย์นโยบายและวิชาการพรรค พปชร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ารัฐบาลให้สิทธิพิเศษในการเจรจากับกัมพูชาเหนือกว่าประเทศอื่นในการแบ่งเขตไหล่ทวีป ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า และอินเดีย ที่ล้วนต้องปฏิบัติตามกฎหมายทะเลสากล เหตุใดกัมพูชาเป็นคู่เจรจาที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทะเลสากล จนกินพื้นที่ราชอาณาจักรไทยไปถึง 26,000 ตร.กม. ดังปรากฏตามแผนที่แนบท้ายเอ็มโอยู 44 เท่ากับรัฐบาลไทยรับรู้ว่าทะเลตราดและทะเลเกาะกูดอยู่ในเขตกัมพูชา หากถูกนำเข้ามาอยู่ในกรอบการเจรจา ไทยจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเจรจา แผนที่คือเอกสารราชการที่แสดงการรับรู้รับทราบเส้นของกัมพูชาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย กรณีกับกัมพูชาถือว่าเร่งรีบจนผิดปกติ ใช้เวลาเจรจาเพียง 44 วัน จนระบุเส้นละติจูดผิด 9E 10E 11E ที่ถูกต้องเป็น 9N 10N 11N หากยอมให้ขุดปิโตรเลียมและแบ่งผลประโยชน์กันเมื่อใด จะเป็นหลักฐานสำคัญว่าไทยยอมรับสิทธิอธิปไตยของกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าว มีความเสี่ยงถูกนำขึ้นสู่ศาลโลกแบ่งพื้นที่ให้กัมพูชา 13,000 ตร.กม.ในอนาคต ควรยกเลิกเอ็มโอยู 44 แล้วทำฉบับใหม่กับกัมพูชาในปี 2568 ก็ได้ตั้งข้อสงสัยการทำงานของบัวแก้วนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานร่วมศูนย์นโยบายและวิชาการพรรค พปชร. กล่าวว่าตั้งข้อสงสัยการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ อาจเป็นต้นเหตุทำให้ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาเอ็มโอยู 44 การไปเสนอให้รัฐบาลทำเอ็มโอยูที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาที่ผ่านเกาะกูดขัดกับกติกาสากล 3 ข้อ คือ 1.ขัดอนุสัญญาว่าด้วยทะเลอาณาเขตฯ เพราะรุกล้ำอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลรอบเกาะกูด 2.ขัดสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสฯ เพราะอ้างจุดสูงสุดบนเขาเกาะกูดบิดเบือนเจตนารมณ์ และ 3.ขัดอนุสัญญาว่าด้วยไหล่ทวีปเพราะอนุสัญญาฯไม่ได้อนุญาตเรื่องเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในสนธิสัญญาฯ ขอให้กระทรวงการต่างประเทศตอบคำถามเหล่านี้และมีหนังสือท้วงติงกัมพูชาหรือไม่เคยแจ้งปัญหานี้ให้รัฐบาลไทยชุดใดรับทราบหรือไม่“วรงค์” ล่าแสนชื่อโละเอ็มโอยู 44ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กที่เกาะกูด จ.ตราด ภายใต้แคมเปญ “ขอ 100,000 รายชื่อคนคลั่งชาติ เรียกร้องรัฐบาลยกเลิก MOU 44 เพื่อปกป้องดินแดนทางทะเลเกาะกูดและสมบัติชาติ” มี 3 ข้อเสนอต่อรัฐบาล คือ 1.ให้รัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยู 44 2.รัฐบาลต้องประกาศไม่ยอมรับเส้นแบ่งเขตไหล่ทวีปของกัมพูชา ที่ประกาศในปี พ.ศ.2515 3.ต้องไม่ยอมแบ่งปันทรัพยากรใดๆ ในพื้นที่ทับซ้อน 26,000 ตร.กม.ให้กัมพูชา ต้องเจรจาเขตแดนทางทะเลให้แล้วเสร็จเสียก่อน หากมีการแบ่งปันผลประโยชน์ก่อนการเจรจาจะนำไปสู่การเสียดินแดนได้ในอนาคต ขอเรียกร้องพี่น้องชาวไทยให้ร่วมทวงสิทธิ โดยการร่วมลงชื่ออย่างน้อย 1 แสนรายชื่อคนคลั่งชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลนี้ยกเลิกเอ็มโอยู 44นายกฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเวลา 14.00 น. ที่วัดพระธาตุเชิงชุม ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2567 มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วม และมีกลุ่มแม่บ้านกว่า 1,000 คน จาก 18 อำเภอใส่ชุดภูไทสีชมพูลายราชวัตรรำต้อนรับ โดยการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมทำบุญถวายจตุปัจจัย รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 12,731,219.42 บาทอุดหนุนผ้าฝ้ายมัดหมี่เมืองสกลนครผู้สื่อข่าวรายงานว่า โอกาสนี้นายกฯเข้ากราบสักการะหลวงพ่อองค์แสน และถวายขันหมากเบ็งสักการะองค์พระธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการปราสาทผึ้ง ประเพณีการแห่ปราสาทผึ้งของชาวอีสาน ถือว่าการทำบุญด้วยการถวายต้นผึ้งเป็นบุญกุศลสูงส่ง ก่อนชมนิทรรศการโครงการกลุ่มผ้าทอต้นแบบผ้าย้อมคราม “ดอนกอยโมเดล” ซอฟต์พาวเวอร์ด้านผ้าของ จ.สกลนคร ก่อนเดินพบปะทักทายประชาชนที่มาให้การต้อนรับ และอุดหนุนผ้าฝ้ายมัดหมี่ จากกลุ่มผ้าครามงามเมืองสกลก่อนเดินทางกลับ กทม.ออกตัว “ทักษิณ” มีสิทธิช่วยหาเสียงน.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.ของพรรคเพื่อไทยว่า นายทักษิณพูดเสมอว่าอยากไปเจอประชาชนที่เลือกท่านมา เมื่อถามว่าจากนี้จะเห็นนายทักษิณขึ้นเวทีปราศรัยให้พรรคเพื่อไทยถี่ขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ตามรัฐธรรมนูญคนไทยทุกคนมีสิทธิเลือกพรรค เลือกคนที่ชอบ คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมีสิทธิจะช่วยใครก็ได้ เป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ เป็นผู้ช่วย สนับสนุนได้ ไม่มีอะไรน่าห่วงในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมั่นใจมากขึ้นหรือไม่ที่นายทักษิณจะมาช่วยเต็มตัวแล้ว น.ส.แพทองธารตอบว่า ถ้าถามถึงความมั่นใจในฐานะหัวหน้าพรรคก็ต้องมั่นใจ ตั้งแต่นโยบาย ตัวผู้สมัคร เพื่อส่งกระแสความมั่นใจนี้ไปยังประชาชน มั่นใจว่าในหลายพื้นที่เรามีสิทธิดูแลประชาชนแจงผู้นำเกือบทุกประเทศถามหาเมื่อถามต่อว่าถือเป็นบทบาทคู่ขนานไปกับรัฐบาลหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า คุณพ่ออายุ 75 ปีแล้ว ความจริงไม่อยากให้เป็นหน้าที่ท่านเลย แต่ด้วยเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจังหวัดต่างๆ อย่าไปถือว่าเป็นหน้าที่หรือสิ่งที่ต้องทำ บางเวทีคงอยากไปคุยกับประชาชน ท่านไหวก็ไปเยี่ยมประชาชน เมื่อถามว่าหลังจากนี้นายทักษิณจะไปช่วยหาเสียงทุกเวทีหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า อย่ามอบหน้าที่ให้ท่านไปทุกเวที เมื่อถามอีกว่าจังหวัดไหนที่พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าว่าจะชนะทวงคืนพื้นที่ได้ นายทักษิณจะไปใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ที่นายทักษิณจะไปก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ท่านไม่ได้บอกก่อน ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เมื่อถามว่าจากการเดินทางไปร่วมประชุมในต่างประเทศ ผู้นำหลายประเทศสอบถามถึงนายทักษิณหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า เกือบทุกประเทศถามถึงอดีตนายกฯทักษิณ เมื่อถามถึงการโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา น.ส.แพทองธารตอบว่า ยังไม่ได้โทร.ไปแสดงความยินดี แต่มีการเตรียมการ วันนี้อาจเบลอเล็กน้อยเพราะนอนน้อยรัฐบาลเดินหน้าเป็นเจ้าภาพจัด F1เวลา 15.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “อัปเดตแฟนๆ F1 และพี่น้องประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ รัฐบาลยังคงเดินหน้าพูดคุย พิจารณาความเป็นไปได้ของการจัด F1 ในไทย รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ เพราะนี่คือเมกะโปรเจกต์ดึงดูดทั้งการท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศของกีฬา ไปสู่การขยายและปรับปรุงเมือง ทั้งหมดนี้เพื่อหารายได้ใหม่เข้าประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ และโปรโมตประเทศไทยจริงจังครั้งสำคัญ”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่