"ชวน" ย้ำจุดยืน ไม่ทรยศประชาชน ค้านร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ยัน ไม่มีใครขับ คงขับพวกแหกมติพรรค ไม่คิด ปชป. ใต้สูญพันธุ์ มัดปาก “เฉลิมชัย” ปชป. เป็นฝ่ายค้านเข้มแข็ง รับการเมืองเปลี่ยนไป ใช้เงินมากขึ้น
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 27 ส.ค. 2567 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พรรค ปชป. เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า ในพรรคไม่เคยมีใครหรือกรรมการบริหารพรรคคนใดมาพูดถึงเรื่องนี้กับตน หรือในการประชุม สส.พรรค ก็ไม่เคยมีใครมารายงานว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง
ทั้งนี้ ตนได้บอกตรงๆ ไปแล้วว่า ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่เพราะว่าเป็นเรื่องโกรธแค้นกับใคร แต่เป็นเพราะตนรณรงค์ว่า ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคเพื่อไทยก่อน จังหวัดอื่นเอาไว้ทีหลัง ภาคใต้จึงได้รับผลกระทบ แม้กระทั่งการซ่อมถนนก็ยังมีการแกล้งกัน คนไม่ค่อยรู้ว่าพรรคปชป. ตรวจสอบเรื่องนี้ และการรณรงค์ของตน เห็นผลว่าในการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยไม่มี สส. แม้แต่คนเดียวในภาคใต้ ทั้งที่ภาคอื่นได้ผู้แทนท่วมท้นแบบแลนด์สไลด์อย่างที่ประกาศไว้ ดังนั้น ตนจะกลับลำมาหนุนได้อย่างไร จะเท่ากับว่าเป็นการทรยศประชาชน ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวแน่ แต่เป็นประโยชน์ของประชาชนที่ถูกเลือกปฏิบัติ เพราะได้ให้อดีต ผอ.สำนักงบประมาณ ตรวจสอบย้อนหลัง พบว่าถนนทางภาคใต้ได้รับงบประมาณสร้างแค่ 12% ตลอด 8 ปีที่เป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย น้อยที่สุดกว่าทุกภาค นี่คือเรื่องจริงที่ไม่มีใครเอามาพูดบอกประชาชนกัน แม้แต่สื่อก็ลงข่าวน้อย
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรค ปชป. จะขับตนเองออกจากพรรคนั้น นายชวน กล่าวว่า ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่ขับสมาชิกที่ละเมิดมติพรรคต่างหากที่จะถูกสอบวินัย คนที่ละเมิดมติพรรคมีอยู่หลายคน ตั้งแต่สมัยโหวตเลือกนายเศรษฐา ที่มี สส.กลุ่มหนึ่งโหวตเห็นชอบ ทั้งที่มติพรรคให้งดออกเสียง เขาขับพวกนี้มั้ง ส่วนตนนั้นยึดปฏิบัติตามมติพรรค คือไม่รับ และขอแถลงชัดเจนว่าไม่เห็นชอบ และได้ให้เหตุผลไว้อย่างชัดเจน ที่ประชุมก็ไม่ได้ว่าอะไร
...
เมื่อถามย้ำว่า หากพรรค ปชป. ไปร่วมรัฐบาลจริง จะทำให้ สส.ภาคใต้ของพรรคอาจสูญพันธุ์หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตัวบุคคลมีความชัดเจนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลมี 4 คน คือ ตน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา ส่วน สส.คนอื่นๆ ตนไม่แน่ใจ แต่การเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องผ่านกระบวนการมติพรรค
เมื่อถามย้ำว่า หากพรรค ปชป. ร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจริง สส.ภาคใต้จะสูญพันธุ์หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า ตนเห็นว่าไม่น่าสูญพันธุ์และน่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะคนที่รับผิดชอบในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือ นายเฉลิมชัย ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการพรรคและดูแลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ย่อมรู้ข้อบกพร่องในคราวที่แล้วว่าเป็นอย่างไรและแก้ไข อย่างน้อย สส.บัญชีรายชื่อ ควรจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 คน แต่เขตเลือกตั้ง ตนเองไม่กล้าประเมิน เพราะสถานการณ์การเมืองและเขตการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงไป ที่แข่งขันโดยใช้เงินมากขึ้น สส.ที่ลงแข่งโดยไม่ใช้เงินลดน้อยลง แต่นโยบายพรรคยังพูดได้เต็มปาก เพราะทุกนโยบายที่ ปชป.ทำนั้นมั่นคงและมีความยั่งยืน ไม่คิดเพื่อหาเสียงหรือแจกเงิน มองความมั่นคงของสังคม เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา, รถไฟทางคู่ และสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น ที่ชัดที่สุดก็คือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ที่ทำให้คนยังเชื่อมั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังต้องรักษาเอาไว้
"แนวทางการต่อสู้ของพรรค ปชป. มีความชัดเจนมาตลอด ตั้งแต่ก่อนเลือก นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ตนเองเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. เราได้ สส.ภาคใต้เกือบทั้งหมด แม้กระทั่งไม่เป็นหัวหน้าพรรคแล้วก็ยังมีส่วนช่วยให้พรรคได้ สส. ในพื้นที่จำนวนมาก จนช่วงหลังสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ปัจจัยที่ทำให้ชนะการเลือกตั้งคือ เรื่องเงินและผลประโยชน์ จึงทำให้ทีท่าของผู้สมัคร สส. ปัจจุบันเปลี่ยนไปเช่นกัน ขณะที่ กก.บห.พรรคชุดใหม่ที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะหัวหน้าพรรคเคยได้ประกาศเอาไว้ว่า จะทำให้พรรค ปชป. เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง ผมจำได้ในวันที่ท่านเป็นหัวหน้าพรรค ท่านพูดไว้เช่นนี้" นายชวน กล่าว
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะต้องทำงานหนักขึ้นหรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า พรรคการเมืองที่ไม่มีบ้านใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ทำงานหนักทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ไม่มีครั้งไหนที่สบาย แต่เมื่อระบบการเมืองเปลี่ยน ระบบธุรกิจการเมืองเข้ามา มีการใช้เงินมากขึ้นก็จะยิ่งเหนื่อยและยิ่งหนัก เพราะหากไม่ใช้เงินก็จะยิ่งยากขึ้น คนที่เล่นการเมืองแบบไม่ใช้เงินก็จะแพ้ไปเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องรณรงค์กับประชาชนให้คนได้มองเห็นความสำคัญของการเมืองสุจริต ที่จะทำให้การพัฒนาบ้านเมืองไปได้ด้วยดี