แม้จะอยู่ในตำแหน่งเพียงแค่ 357 วันไม่ถึงปี แต่ก็สร้างสีสันการเมืองไทยไม่น้อย เพราะได้นำสิ่งใหม่ๆ ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่แปลกใหม่กว่าคนที่เคยดำรงตำแหน่งมาแล้ว
อย่างหนึ่งที่ชัดเจนก็คือการทำงานที่ไม่ยอมหยุดเหนื่อยถ้าไม่ไปต่างประเทศก็จะไปต่างจังหวัดมาตลอด
เสียดายอย่างเดียวยังไม่สามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนได้นอกจากการขายฝันที่ทำให้ผู้คนมีความสุขได้ระดับหนึ่ง
หลังจากนี้ก็ไปพักผ่อนและสรุปบทเรียนที่ผ่านมาในการทำหน้าที่สำคัญให้กับชาติบ้านเมืองได้แค่นี้ก็ภูมิใจได้
ประเด็นสำหรับการที่ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้นย่อมน่าจะรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นและทำไมต้องคนที่มีปัญหาให้เป็นรัฐมนตรี
ก็นี่แหละความจริงของชีวิต...
มาว่ากันถึงผู้นำคนใหม่ที่จะมาแทนที่แน่นอนว่า “เพื่อไทย” คงไม่ยอมให้ใครขึ้นมาเป็นนอกจากคนของพรรคเท่านั้น
แคนดิเดตของพรรคมีอยู่ 2 คน
1.“แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรค
2.“ชัยเกษม นิติสิริ” อดีตอัยการสูงสุดและอดีตรัฐมนตรียุติธรรม
ตามรูปการณ์แล้วทั้ง 2 คนนี้ต่างก็มีความเหมาะสม แต่คนในพรรคคงอยากให้ “อุ๊งอิ๊งค์” เป็นมากกว่า เพราะนอกจากจะเป็นลูกสาวของเจ้าของพรรคและยังเป็นคนรุ่นใหม่
ส่วน “ชัยเกษม” นั้นอยู่ในวัยอาวุโสและสุขภาพไม่ค่อยดีนักแต่ได้รับการยืนยันว่าเวลานี้แข็งแรงดีพร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่มีปัญหา
ถามว่าใครจะเป็นคนชี้ขาด
ก็จะใครที่ไหนล่ะ...ถ้าไม่ใช่ “ทักษิณ ชินวัตร”
ปฏิบัติการปิดจ๊อบเริ่มขึ้นหลังจากศาลอ่านคำวินิจฉัยจบโดยเรียกบรรดาแกนนำ “เพื่อไทย” และพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมหารือที่บ้าน “จันทร์ส่องหล้า” ทันที
...
ปรากฏว่ามากันพร้อมหน้าพร้อมตาและสรุปผลว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นให้เป็นคนของ “เพื่อไทย” เพราะมีเสียงมากที่สุด
เสนอชื่อ “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
ที่ต้องรีบดำเนินการก็เพราะให้ทุกอย่างจบโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมและความขัดแย้ง เรื่องแบบนี้ยิ่งช้ายิ่งมีปัญหาบานปลายได้
พูดง่ายๆต้องรวบรัดให้จบทันที!
การให้ “ชัยเกษม” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นก็เพราะ “อุ๊งอิ๊งค์” ยังไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง เพราะทุกอย่างยังไม่ราบรื่น ปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ไขได้ยาก จึงให้คนอื่นทำหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะพร้อมและความรุนแรงของปัญหาลดลง
อีกทั้งหากเกิดปัญหาอีกก็ยังเหลืออีกคนคือ “อุ๊งอิ๊งค์” ที่เป็นแคนดิเดตอีกคนสามารถขึ้นมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้จนถึงเลือกตั้งปี 2570
แต่ที่ต้องให้พรรคและกรรมการบริหารมีมติในเรื่องนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาถูกร้องว่าครอบงำจึงต้องป้องกันไว้ก่อน
ก็มีแค่นี้...
แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นและเป็นไปคือบารมีของ “ทักษิณ” นั้นมีจริงแต่อยู่ในวงจำกัดกว่าที่ผ่านมาเพราะขนาดนายกรัฐมนตรีที่สร้างมากับมือ
ยังถูกถอดจากตำแหน่งหน้าตาเฉย...เสียฟอร์ม “ลูกพี่” หมด!
“สายล่อฟ้า”
คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม