ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 319 ต่อ 145 เสียง โหวตเห็นชอบให้ “อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร” เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 แล้ว ส่วน “พล.อ.ประวิตร-ร.ต.อ.เฉลิม” ลาประชุม

วันที่ 16 สิงหาคม 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ในเวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระเรื่องด่วน พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากมติศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 และยังส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะต้องพ้นไปด้วย 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติที่จะเสนอ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 โดยพรรคร่วมรัฐบาล ที่ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ, พรรคชาติพัฒนา, พรรคไทรวมพลัง, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย ร่วมแถลงข่าวที่อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 ว่าพร้อมที่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และโหวตให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่หยุดชะงัก

...

เมื่อเวลา 10.00 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดการประชุมและเข้าสู่วาระโดยให้เสนอชื่อผู้ถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการลงคะแนนจะต้องทำโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อทีละคน จากนั้น 10.12 น. นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพบว่ามี สส. รับรองการเสนอ 291 คน และไม่มีการเสนอชื่อคนอื่นอีก ขณะนั้นฝ่ายค้านจะขออภิปรายถึงการมีนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 คน แต่พรรคร่วมรัฐบาลหลายคนแย้งว่าไม่จำเป็น กระทั่งเวลา 10.50 น. จึงหาข้อสรุปได้ว่าจะให้อภิปราย โดยใช้เวลารวม 20 นาที ซึ่งเป็น นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ต่อด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน จากนั้นเข้าสู่การลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เมื่อเวลา 11.20 น.

โดย น.ส.แพทองธาร จะต้องได้รับคะแนน 248 เสียงขึ้นไป หรือเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ในปัจจุบันที่มี สส. เหลืออยู่ 493 คน เนื่องจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล ทำให้ สส. ต้องถูกตัดสิทธิไป 5 คน คือ นายชัยธวัช ตุลาธน, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายอภิชาติ สิริสุนทร, น.ส.เบญจา แสงจันทร์ และนายสุเทพ อู่อ้น พรรคเป็นธรรม 1 คน คือ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส่วนพรรคภูมิใจไทย นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลฎีการับคำร้องทุจริตเลือกตั้ง จึงเหลือ สส. อยู่ 493 คน จาก 19 พรรคการเมือง

ผลการลงมตินายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 31

  • เห็นชอบ 319 เสียง
  • ไม่เห็นชอบ 145 เสียง
  • งดออกเสียง 27 เสียง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งลาประชุม จึงไม่ได้มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ 

ประธานสภาผู้แทนราษฎร สรุปว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 319 ต่อ 145 เสียง ให้ความเห็นชอบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย และสั่งปิดประชุมในเวลา 12.35 น. โดยจากนี้จะต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก่อน จึงจะสามารถดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้

สำหรับ น.ส.แพทองธาร จะถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเจ้าตัวจะมีอายุครบ 38 ปี ในวันที่ 21 สิงหาคม 2567 และยังเป็นบุคคลจากตระกูลชินวัตร คนที่ 3 ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่ง นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยดำรงตำแหน่งมาแล้วทั้งสิ้น รวมถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถือเป็นเขยตระกูลชินวัตร.