“ณัฐชา” โต้เดือด “หมอชัย” พูดมาได้ “ปลาหมอคางดำ” ไม่มีพิษภัย จวก อย่าลอยตัวอยู่ในห้องแอร์ ไปเจอปัญหาจริงก่อน ต้องยอมรับความจริง วิกฤติเกิดขึ้นแล้ว จี้ตอบชัดๆ ให้ประชาชนรู้ ใครเพาะพันธ์ุ ใครทำหลุด
วันที่ 21 กรกฎาคม 2567 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สื่อสารผ่าน X (ทวิตเตอร์) ว่า การเรียกปลาหมอคางดำเป็นปลาปิศาจคือ วาทกรรม ทำให้ฟังแล้วให้ภาพเกินจริง เพราะปลาชนิดนี้สามารถกินได้ ไม่มีพิษมีภัยอะไร ที่ว่าหลุดเข้าไปกินลูกกุ้งในบ่อเพาะเลี้ยงนั้น ปลาอะไรก็ชอบกินลูกกุ้ง ไม่เฉพาะแต่ปลาหมอคางดำเท่านั้น ถ้าไม่ป้องกันให้ดีตั้งแต่ต้น ปล่อยให้มีปลาหลุดเข้าไปในบ่อเพาะเลี้ยงได้ ก็เสียหายได้ทั้งนั้น
นายณัฐชา กล่าวว่า ทันทีที่ได้เห็นทัศนะแบบนี้ รู้สึกสงสารพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งและประมงน้ำจืดต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายกันมาเป็นสิบปี โดยเฉพาะบริเวณยี่สารและแม่น้ำลำคลองต่างๆ ใน จ.สมุทรสาคร หลายคนหมดเนื้อหมดตัว หรือต้องเปลี่ยนอาชีพไป การหายไปของผู้ทำประมงรายย่อยยังน่ากังวลว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการผูกขาดอาหารในอนาคต แต่ที่เหลือรอดก็คงไม่พ้นเอกชนเจ้าใหญ่ผู้ที่นำเข้าปลาหมอคางดำมาเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งตอนนี้ปัญหาลุกลามบานปลายไปทั่วประเทศ ทั้งยังส่อเค้าว่าจะปัญหาจะขยายไปยังเพื่อนบ้านได้ด้วย
“ปัญหาอาจไม่ได้เริ่มในยุคท่านก็จริง แต่วันนี้วิกฤติขนาดนี้ยังไม่รู้ตัว พูดมาได้ว่าไม่มีพิษมีภัย เคยไปคุย ไปสัมผัส ไปซับน้ำตาคนที่เขาเจอปัญหาจริงๆ บ้างไหมว่าเขาเจออะไรมาบ้าง ลูกกุ้งลูกปลาในบ่อมีปลาอื่นๆ คุกคามบ้างก็จริง แต่เขารับมือได้ เขารู้วิธีเลี้ยง วิธีกำจัด และจำกัดความเสียหายได้ แต่ไม่ใช่สำหรับปลาหมอคางดำที่หลุดลงบ่อ มันรู้จักมุด ซ่อนตัว หนี แพร่พันธุ์ไวมาก แป๊บเดียวหมดบ่อ เข้าใจคำนี้ไหม หมดบ่อ อย่าลอยตัวอยู่ในห้องแอร์ ไปเจอปัญหาของจริงก่อน และที่พูดมานี้ผมสงสัยจริงๆ ว่าพูดในฐานะโฆษกรัฐบาลหรือโฆษกเอกชน ท่านจะปกป้องคางดำอะไรขนาดนั้น”
...
นายณัฐชา กล่าวต่อไปว่า การลดทอนปัญหา กระทั่งปกป้องการเรียกปลาปิศาจ กินได้ และไม่มีพิษมีภัย ตนมองว่าเป็นความเห็นที่ไร้สามัญสำนึกอย่างยิ่ง เป็นการมองแต่ปัจจัยภายใน แล้วผลลัพธ์ภายนอกคือ ระบบนิเวศ (biodiversity) ที่เสียไป ได้เอามาคำนวณหรือยัง ถ้าดูเบาปัญหาแต่แรก แนวทางแก้ปัญหาก็จะยิ่งหละหลวมแก้ปัญหาไม่ได้ ตอนนี้วิกฤติเกิดขึ้นแล้ว ต้องยอมรับความจริงตรงนั้นให้ได้ก่อน เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้สมกับระดับที่เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่มองว่ากินได้แล้วจบ การจัดการเอเลี่ยนสปีชีส์ไม่ง่ายขนาดนั้น ยกตัวอย่างเช่น ผักตบชวา ที่แก้ไม่ได้มาเป็นร้อยปี และยังคงสร้างปัญหาต่อแหล่งน้ำต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน นายณัฐชา ยังตอบโต้กรณีที่ นายชัย ระบุ ใครที่กังวลว่าหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำด้วยการรับซื้อ จะไม่สร้างปัญหา เพราะราคารับซื้อที่กิโลละ 15-20 บาท ใครเลี้ยงเพาะพันธุ์ก็ไม่คุ้มและผิดกฎหมาย ไปทำอาชีพอื่นดีกว่า สิ่งที่ นายชัย คิดอาจถูกครึ่งเดียว คือคงไม่มีใครเลี้ยงก็จริง แต่คงทำให้ไม่มีใครอยากเสียเวลาไปลงแรงจับจากแหล่งธรรมชาติด้วย
“ยิ่งเรื่องนี้โง่แล้วอวดฉลาดแท้ๆ ฝ่ายค้านเราเตือนดีๆ ด้วยความห่วงใย เพราะถ้ารับซื้อแก้ปัญหาได้ ปี 2561 เคยรับซื้อกิโลกรัมละ 20 บาทมาแล้วด้วยซ้ำ แต่กลับระบาดมากกว่าเดิม ฟังกันหน่อยครับ เราพูดจากบทเรียนที่เกิดขึ้นจริง อย่าประมาท ปี 2561 ทำไปแล้วผลเป็นอย่างไร กลับไปถอดบทเรียนก่อนดีไหม แทนที่จะดื้อดึงไม่ฟังใคร มาช่วยกันคิดดีกว่า มีแผนรองรับอย่างไร ทั้งกายภาพ ชีวภาพ รับปากประชาชนได้ไหมว่าจัดการได้แน่นอน และสุดท้ายเรื่องที่ประชาชนอยากรู้มากๆ เวลานี้คือ สรุปแล้วใครเพาะพันธ์ุ ใครทำหลุด ถ้าตอบเก่งนัก ตอบเรื่องนี้ในฐานะโฆษกของรัฐบาลให้ประชาชนชื่นใจหน่อยครับ”