ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตรวจติดตามการขับเคลื่อนงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข จังหวัดสระบุรี ย้ำ คนมหาดไทยต้องเป็น “หนุมานอาสา” บูรณาการคน บูรณาการงาน เพื่อประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน


วันที่ 19 ก.ค. 2567 ที่ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “ภาพเก่าเล่าเรื่อง” ซึ่งเป็นนิทรรศการประมวลพระราชกรณียกิจการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และเยี่ยมชมจุดติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) ตามโครงการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่ตนได้มาเยี่ยมเยียนถิ่นจังหวัดสระบุรีอีกครั้ง ซึ่งตนมีความรัก ความผูกพันกับพี่น้องชาวสระบุรี นับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี คนที่ 47 ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ที่ได้เชิญมาร่วมลงพื้นที่และเป็นประธานงานประเพณีตักบาตรดอกไม้เข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทานจังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2567 ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่เรียกว่าเป็น “Soft Power” ที่เป็นแห่งเดียวในโลก จึงขอให้จังหวัดสระบุรี ได้ระดมความคิดและการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนตลอดจนภาคีเครือข่าย จัดงานให้ดีและยิ่งใหญ่ เพื่อ “Change for Good” ผลักดันขับเคลื่อนชูเอาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจังหวัด ทั้งที่วัดพระพุทธบาท วัดพระพุทธฉาย หรือวัดอื่นๆ เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

...


“ดังที่พวกเราทุกคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นต้นแบบของการพัฒนาปรับปรุงสิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าเดิม ทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องภูมิปัญญาผ้าไทย โดยพระราชทานพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ทำให้ประชาชนคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” 

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ในการขับเคลื่อนงานของพวกเราชาวมหาดไทย “คนมีความสำคัญที่สุดต่อองค์กร” เพราะหากองค์กรมีบุคลากรที่มีทัศนคติ (Attitude) และมีอุดมการณ์ (Passion) ที่ดี สำคัญกว่าคนที่มีความรู้ (Knowledge) และความสามารถ (Ability) เพราะคนที่มีทัศนคติที่ดี แม้จะมีความรู้ความสามารถไม่มาก แต่จะมีหัวใจทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผลักดันขับเคลื่อนไปสู่การทำสิ่งที่ดี หรือเรียกว่า “มีใจ” หากคนมีใจเป็นนาย มีกายเป็นบ่าว การขับเคลื่อนงานทุกเรื่องก็จะประสบความสำเร็จ เหนือสิ่งอื่นใด การที่จะทำให้หมู่บ้านยั่งยืนเกิดขึ้นได้นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดต้องช่วยกันกระตุ้นปลุกเร้าทำให้ทีมงานทุกระดับมีความเข้มแข็ง ต้องผนึกกำลังผู้มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรวมตัวกันเป็น “ทีม IT ของจังหวัด” และบูรณาการทุกภาคีเครือข่ายในทุกระดับ ช่วยกันสำรวจ Re X-ray เพื่อพัฒนาระบบการทำงานของจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานในจังหวัด ให้เป็น One Data for One Plan เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลเด็กและเยาวชน การดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง เป็นต้น ซึ่งคนมหาดไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่สังกัดกรมหรือรัฐวิสาหกิจใด เราต้องมีอุดมการณ์ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เป็น “หนุมานอาสา” ขับเคลื่อนงานในทุกเรื่อง ทุกกระทรวงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงขอให้พวกเราทุกคนได้มุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนโครงการเฉลิมพระเกียรติอย่างเต็มกำลัง เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” พร้อมทั้งร่วมกันสวมใส่และรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองตลอดทั้งปี ร่วมกันปฏิบัติบูชาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพร้อมเพรียงกัน