"ศิริกัญญา" สส.ก้าวไกล อัด "ดิจิทัลวอลเล็ต" ร่ายยาว รัฐบาลกู้วงเงินเต็มเพดาน ห่วง หากมีเหตุจำเป็น จะช่วยประชาชนอย่างไร เตือน รัฐเสี่ยงลุยไฟ ทำผิดกฎหมาย วินัยการเงินการคลัง 

วันที่ 17 ก.ค. 2567 เมื่อเวลา 09.49 น .ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป --- เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม (ถ้ามี) เรื่องด่วน 1 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พ.ศ. ....

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การขอสภา กู้เงินเพิ่ม 1.22 แสนล้านบ้าน ส่วนการบริหารจัดการปี 67 มาจากงบกลางฉุกเฉินสำรองจำเป็น พอเห็นว่าไม่มีแหล่งเงิน จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้ว ก็เป็นการดี ก็ต้องให้กระทรวงการคลังไปกู้เงินแทนอยู่ดี งบประมาณ ลดลงแล้ว วงเงิน 4.5 แสนล้านบาท จาก 5 แสนล้าน ประเด็นสำคัญปีนี้ รัฐบาลขอกู้เงิน 1.22 แสนล้านบาท ก็สูงเป็นประวัติการณ์อยู่ดี สัดส่วนการกู้เงินสูงกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เรากู้เต็มเพดาน จะมีการกู้เพิ่ม และมีการขยายเพดานกู้ เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่เพียงพอในการทำ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตได้ เหมือนกับว่ารัฐบาลคิดอะไรไม่ออก ก็เบ่งงบฯ กู้เพิ่มไปเรื่อยๆ แล้วจะไม่สามารถกู้ได้อีกเลย กู้เต็มที่ไม่เกิน 8.1 แสนล้านบาท หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไม่สามารถกู้เงินได้อีกเลย แต่รัฐบาลไม่ได้สนใจอะไร เพื่อให้ได้ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเท่านั้น

...

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า จีดีพีประมาณการใหม่ แต่รายได้ไม่ทำใหม่ จะเป็นไปได้อย่างไร ว่า เราไม่ประเมินรายได้ใหม่ ผลการจัดเก็บภาษีก็เห็นอยู่แล้ว ไม่มีทางได้เท่าเดิม เพราะการจัดเก็บภาษี เก็บได้ลดลง 8 เดือน จัดเก็บต่ำกว่าเป้าไปแล้ว 2 หมื่นล้าน ทุกหน่วยงานก็ระบุมาแล้วว่า จัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า เป็นส่วนใหญ่

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า หรือท่านจะบอกว่ารายจ่ายเพิ่มเติม มันเหมือนงบประจำปี ใช้ข้ามปีได้ แต่ มาตรา 43 ของพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ บอกว่าต้องก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปี เดาว่า เดี๋ยวท่านคงจะออกมาสีข้างถลอกกันต่อว่า การลงทะเบียนถือเป็นการก่อหนี้ผูกพันแล้ว แต่มันไม่ใช่ ท่านประธานสภาฯไม่สงสัยหรือ ทำไมไม่แก้กฎหมายมีเสียงข้างมากพรรคร่วมรัฐบาล ตนขอเสนอว่า ให้แก้ไขเติมท่อนท้าย มาตรา 21 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ว่า เว้นแต่มีเหตุให้เป็นอย่างอื่นโดยได้รับความเห็นชอบจาก ครม.หรือจะเอาให้ชัดว่าโดยความเห็นชอบของนายกฯ จะชัดมากว่า ใครต้องเอาคอขึ้นเขียงเวลาต้องผิดกฎหมายแบบนี้ และโครงการดิจิทัลฯ นั้นใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค เป็นหลัก แต่ก็ยังอุตส่าห์ตีความว่าเป็นรายจ่ายลงทุนได้สูงถึง 80% กลับหัวกลับหางไปหมด คำอธิบายก็แปลกประหลาด ซึ่งเป็นปัญหาการตีความ ถ้าเกิดตีความกันแล้ว ไม่นับว่าดิจิทัลวอลเล็ตเป็นรายจ่ายลงทุน จะเป็นการทำผิดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 20

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ฝากเตือนรัฐบาล ระวังทำผิด วินัยการเงินการคลัง เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขทำให้ถูกต้อง ถามว่า ทำไมไม่แก้กฎหมายให้ถูกใจก่อน แล้วค่อยทำ กลับมาสุ่มเสี่ยงลุยไฟ เสียก่อน อีก 15 วัน จะลงทะเบียน ซึ่ง นายกฯ โพสต์ไปแล้ว แต่ยังหาเจ้าภาพไม่ได้ อีก 15 วัน ระบบลงทะเบียนเพิ่งประมูลได้ผู้ชนะทำระบบมา ยืนยัน ที่สำคัญ ส่วนตัวเป็นห่วงการลงทะเบียนร้านค้า ระบบออกแบบมาสำหรับร้านค้าที่มีสายป่านยาว แต่ร้านค้าเล็กๆ สายป่านสั้น ก็จะทำไม่ได้ ที่เป็นธุรกิจเงินสด เงินหมุนเวียน ก็ไม่สามารถทำได้ อีก 15 วัน เท่านั้น

"สรุป การลงทุนไม่รู้ เป็นเท่าไร ตี 500,000 ล้านบาท ไว้ก่อน เพื่อรัฐบาลได้รักษาหน้าว่า ทำนโยบายที่หาเสียงไว้แล้ว ได้เพิ่มจีดีพี คาดได้เงิน 3.5 แสนล้านบาท แต่สิ่งที่เสียไป คือความเสี่ยงการคลังของประเทศ เสียอีกอัน คือ อาจทำผิดกฎหมายหลายข้อ สิ่งที่เสียอีก คือเอื้อการค้าปลีกรายใหญ่ กีดกันรายย่อย แบบไม่รู้ตัว และยังเสีย โอกาสการช่วยเหลือประชาชน เพราะต้องกั๊กงบประมาณส่วนนี้ไปใช้โครงการนี้" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว.

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ลุกประท้วง ว่า น.ส.ศิริกัญญา พูดว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯฉบับนี้ผิดกฎหมาย ซ้ำๆ ไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ถ้าไม่ประท้วง เดี๋ยวผู้ฟังทางบ้านจะเข้าใจว่า ครม.ชุดนี้เสนอร่างนี้ผิดกฎหมาย เป็นการใส่ร้าย ทำให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ วินิจฉัยให้ น.ส.ศิริกัญญา อภิปรายต่อ เพราะผู้อภิปรายนั้นอภิปราย และข้อกล่าวหา เดี๋ยวรัฐบาลจะตอบเอง ว่า ผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร