"ทนายเดชา" นำทีมแถลง ยัน เอกสารวุฒิการศึกษาหมอเกศ เป็นของจริงทั้งหมด ถูกต้องตามกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียมดำเนินคดี 3 ราย ด้าน "หมอเกศ" มีอาการป่วย เครียด ไม่ร่วมแถลง 

เมื่อเวลา 19.12 น.วันที่ 12 ก.ค. ที่สำนักงาน นายเดชา ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ขอแถลงข่าวในนาม "คุณหมอเกศกมล" รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยคุณหมอเกศ มีอาการป่วย ไม่ลงมาร่วมแถลงข่าว ยอมรับว่า มีอาการเครียดหนัก โทรมเลย สุขภาพไม่ไหว

โดย ดร.สุขุมพงษ์ ชาญนุวงศ์ อาจารย์ที่ปรึกษาทำวิจัยปริญญาเอกของหมอเกศ ที่ California University FCE โดยแจ้งว่าวันนี้ หมอเกศไม่สามารถมาแถลงข่าวได้เนื่องจากป่วยหนัก ตนเองจึงมาทำหน้าที่ตอบคำถามและนำหลักฐานที่มีข้อสงสัยมาแสดงต่อสื่อมวลชน

ทั้งนี้ ตนได้นำหนังสือจดทะเบียน มหาวิทยาลัย California University FCE กับกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐอเมริกา มาแสดงให้สื่อมวลชนดู เพื่อยืนยันว่า เป็นสถาบันประเมินวุฒิการศึกษาเพื่อที่จะมอบปริญญาเทียบเท่าของประเทศสหรัฐอเมริกา และเพื่อมอบตำแหน่งทางวิชาการให้กับบุคคลที่มาขอเทียบวุฒิการศึกษา ไม่ใช่อยู่ที่ "วานูอาตู" อย่างที่เป็นข่าว และได้รับการรับรองโดยถูกต้อง หากคนค้นถูกที่ ก็จะเจอชื่อมหาวิทยาลัย เพราะเปิดมาแล้ว 30 ปี และหากไม่มีการรับรอง ก็ไม่สามารถที่จะเขียนคำว่า University ได้

...

ส่วนเอกสารอีก 1 ใบ คือ หนังสือรับรองความถูกต้องตามกฏหมาย ในการออกปริญญาบัตร ซึ่งเซ็นโดยเทศมณฑลนครลอสแองเจลีส เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศประทับตรา นี่คือการยืนยันในการออกหนังสือถูกต้องในการออกหนังสือรับรองเทียบวุฒิของหมอเกศ

ส่วนในใบวุฒิการศึกษาก็มีการเซ็นอนุมัติ โดยบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจเต็มในมหาวิทยาลัย ส่วนที่หมอเกศ ไม่เอาใบปริญญาที่จบจากประเทศไทยไปเทียบเพื่อขอวุฒิการศึกษา แต่เลือกที่จะทำวิจัย 5 หัวข้อ เพราะหัวข้อที่จะขอเทียบวุฒิฯไม่มีอยู่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ส่วนหัวข้อวิจัยทั้ง 5 ข้อ ยืนยันว่า มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าจริงด้วยตัวของหมอเกศ เอง แต่บางหัวข้อเป็นการศึกษาบทความร่วมกับผู้อื่น มีทั้งแบบตีพิมพ์และเพื่อเป็นผลงานทางวิชาการ

ซึ่งวันนี้สื่อมวลชนได้ขอให้ ดร.สุขุมพงษ์ เซิสในกูลเกิ้ล หัวข้องานวิจัยของหมอเกศ ให้สื่อมวลชนดูสัก 1 หัวข้อ แต่เจ้าตัวเลือกค้นหาหัวข้อบทความที่เพิ่งตีพิมพ์ไป เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา และบทความนี้ไม่ได้นำไปใช้เทียบเพื่อขอวุฒิการศึกษา ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวขอให้หยิบเอาหัวข้อที่หมอเกศ ทำส่งเพื่อขอเทียบวุฒิ นำมาให้ดูแต่เจ้าตัวบอกจำไม่ได้ ต้องไปถามหมอเกศ เอง

ดร.สุขุมพงษ์ ยอมรับว่า ตนเองเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของหมอเกศ ทำหน้าที่ตรวจทานวิจัยของหมอเกศ และปรับภาษาให้เท่านั้น ยืนยันไม่ได้รับทำวิจัย ส่วนเรื่องเงินค่าธรรมเนียม 200,000 บาท ทำไมไม่โอนให้มหาวิทยาลัยโดยตรง แต่กลับโอนเข้าบัญชีของ ดร.สุขุมพงษ์ เอง เนื่องจากเป็นระบบของทางมหาวิทยาลัย ที่จะต้องให้ทางตัวแทนเป็นคนประสานและดูแล ซึ่งก็คือตนเอง

ที่ผ่านมาตนเองเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับนักการเมือง 2 คน แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว รวมถึงหมอเกศ ด้วยยืนยันว่า คำว่า “ศาสตราจารย์” ยังใช้ได้ในประเทศไทย แม้ California University FCE ไม่ได้รับรองจาก กพ. หรือ อว.ก็ตาม และ “ศาสตราจารย์” ที่จบจากต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องขอโปรดเกล้าฯ หรือเป็นตำแหน่งของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ

ดร.สุขุมพงษ์ ยังบอกอีกว่า หมอเกศ เพิ่งส่งหัวข้อวิจัยและได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา จึงเป็นไปได้ว่า หัวข้อวิจัยที่ได้ทำไปทั้ง 5 หัวข้อ ยังไม่ถูกบรรจุข้อมูลลงในระบบ จึงทำให้ค้นหาไม่เจอ ขณะเดียวกัน "หมอเกศ" เริ่มเข้าสู่ระบบการขอเทียบวุฒิเมื่อปี 2021

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวขอให้ ดร.สุขุมพงษ์ ประเมินการใช้ภาษาอังกฤษของหมอเกศ หลังได้ไปออกรายการหนึ่ง แต่ถูกโจมตีระดับการใช้ภาษาอังกฤษไม่เหมาะกับการจบเมืองนอก ซึ่งอาจเป็นเพราะ"หมอเกศ" ตื่นเต้นและภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้ทุกวัน และไม่ได้เตรียมตัว แต่ยืนยันว่าภาษาอังกฤษของหมอเกศอยู่ในระดับใช้ได้ เพราะเคยไปพรีเซนต์งาน ส่วนตัว ดร.สุขุมพงษ์ นั่น เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของหมอเกศ เคยสอนหลายมหาวิทยาลัย อยู่สหรัฐอเมริกามา 15 ปี จึงมีความคุ้นเคยกับระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

ส่วนที่ชาวเน็ตต่างข้อสงสัยเป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวนั้น ดร.สุขุมพงษ์ ระบุว่า ที่นี่เป็นสำนักงานให้การประสานสารเท่านั้น แต่อาคารสำนักงานใหญ่อยู่ที่เออร์ไวน์ ห่างออกไป 67 กิโลเมตร และคนที่จะขอเทียบวุฒิฯไม่จำเป็นต้องมาเรียนแต่ทำการบ้านและหัวข้อวิจัยผ่านระบบออนไลน์

ด้าน ดร.ณัฐวัชร จันทโรธรณ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก เคยเป็นอาจารย์ของหมอเกศ และที่ปรึกษาของหมอเกศ กล่าวว่า ตนเองได้ให้คำปรึกษากับหมอเกศ ไปแล้วว่าในการสมัคร สว.ไม่จำเป็นใช้วุฒิการศึกษาที่จบจากเมืองนอก แต่เจ้าตัวยังยืนยันว่า จะใส่ลงไปในใบสมัคร จึงได้เขียนหนังสือปรึกษาไปยัง กกต.

ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งปฎิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าให้นำวุฒิการศึกษาไปใส่ในข้อ 3 คือประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครได้ แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจและถูกตรวจสอบ หมอเกศยอมรับว่าเครียดเพราะมีผลกระทบกับความรู้สึกและครอบครัว แต่ยังไม่ถอดใจออกจากการเป็น สว.

ขณะที่ทนายเดชา กล่าวว่า ได้รับการแต่งตั้งจากหมอเกศ ให้เป็นทนายความในการฟ้องร้องเอาผิด บุคคลที่หมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง โดยเฉพาะนักวิชาการ พี่ออกสื่อวิพากษ์วิจารณ์รวมถึงนักเคลื่อนไหว ทางการเมืองที่ยื่นให้ตรวจสอบตนเอง ให้คนเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของศาล หากใครยืนยันว่าการศึกษาของหมอเกศ นำมาใช้เป็นของปลอม ให้ไปพิสูจน์กันในชั้นศาล ส่วนสื่อมวลชนถือว่าทำตามหน้าที่จะไม่มีการเอาผิดหรือฟ้องร้องแน่นอน

โดยทนายเดชา กล่าวอีกว่า จากนี้เตรียมดำเนินคดี บุคคล 3 ราย ที่ปล่อยข่าวในทางที่เสียหาย ก็ไปขึ้นศาลด้วยกันเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักฐาน 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ระหว่างทนายเดชาทำการแถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้รับทราบ คุณหมอเกศให้เดินออกอีกทางของสำนักงาน และรีบขึ้นรถยนต์กลับทันที โดยมีคนติดตามมากันไม่ให้สื่อถ่ายภาพ