“ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” อดีต กมธ.ศึกษาตรวจสอบเลือก สว. จี้ กกต.เปิดข้อมูลผู้สมัคร สว.ลงเว็บไซต์ พร้อมชวนประชาชนร่วมตรวจสอบ บอกหากไม่ดำเนินการ ระวังผิด ม.157
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การเลือก สว.ชุดใหม่ที่ กกต.เพิ่งประกาศรับรองผล มีสิ่งที่อยากให้พี่น้องประชาชนรับทราบถึงการร่วมตรวจสอบ เพราะทุกคนมีสิทธิที่สามารถตรวจสอบการเลือก สว.ทั้ง 200 คน และสำรองอีก 99 คน ในครั้งนี้ได้ เพราะในการลงสมัคร สว. ผู้สมัครทุกคนจะกรอกประวัติและคุณสมบัติความเป็นมาของแต่ละคน เพื่อรับรองตัวเองในแบบฟอร์ม สว.2 ทั้ง 2 แผ่น
ซึ่งใบสมัครนี้ ผู้สมัครลงเลือก สว.ยินยอมในการให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ ที่ระบุชัดในตอนท้ายก่อนลงชื่อรับรองข้อมูลว่า “ข้าพเจ้ายินยอมให้ กกต.เปิดเผยหลักฐานประกอบการสมัคร ตลอดจนข้อมูลเอกสารและหลักฐานใดๆ ที่ได้ให้ไว้ต่อสำนักงาน กกต. รวมทั้งยอมให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานเอกชน ตลอดจนหน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดที่มีข้อมูลของข้าพเจ้า (ผู้สมัคร) สามารถดำเนินการเปิดเผยและสำเนาข้อมูลข่าวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ได้ถือเป็นการให้ความยินยอมทั้งกรณีทั่วไป และตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”
ซึ่งเป็นข้อมูลที่รับรองตัวเองเพื่อให้ กกต.ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม นอกจากนี้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 5 ยังกำหนดชัดว่า “…ในกรณีที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนดให้ประกาศ หรือเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ให้ถือว่าการประกาศและเผยแพร่ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบ หรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้แล้ว…” หมายความว่า เอกสารข้อมูลนี้เจ้าตัวยินยอมให้เปิดเผย และในกฎหมายนี้ยังระบุย้ำให้ กกต.ต้องเปิดเผยข้อมูลการลงสมัคร สว.ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือลงเว็บไซต์ด้วย
...
“แต่ผมได้ตรวจสอบไปที่ กกต.แล้ว กลับไม่มีปรากฏข้อมูลประวัติหรือคุณสมบัติของบรรดาผู้สมัครเลือก สว.ในหน้าเว็บไซต์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด จึงอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบ เพราะ สว.ระบุว่า เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย
ถ้าเกิดไปขอข้อมูลตามแบบ สว.2 แล้ว กกต.ไม่ให้ ผู้สมัคร สว. หรือประชาชนทั่วไปสามารถไปขอได้ที่สำนักงาน กกต.ได้ โดยอ้างถึงมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่ง สว. และถ้า กกต.ไม่ให้ข้อมูลนี้ พี่น้องประชาชนและผู้สมัคร สว.สามารถดำเนินคดีต่อ กกต.ในข้อหาผิด ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และขัดต่อกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.ต่อศาลอาญาทุจริตได้เลยในฐานะที่เป็นผู้เสียหายโดยตรง ในฐานะที่เป็นผู้สมัคร สว. ทั้งนี้ ความสำคัญของ สว.ที่เลือกในปี 2567 เพราะ สว.ต้องทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย มีอำนาจในการไปกลั่นกรองเลือกตัวบุคคลเข้าสู่อำนาจในองค์กรอิสระต่างๆ แทนประชาชนคนไทย อาทิ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องเข้าไปตรวจสอบการทุจริตต่างๆ, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รวมถึงประธานศาลปกครองและอัยการสูงสุด เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งสำคัญในองค์กรตรวจสอบ ถ่วงดุล ถ้าบุคคลเหล่านี้ได้รับเลือกไปแล้วทำหน้าที่แทนเราถูกต้อง ตรงไปตรงมา ประเทศชาติบ้านเมืองก็สงบสุข แต่ถ้าทำหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่พวกเราปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ต้องตรวจสอบ จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมตรวจสอบด้วยกัน และ กกต.หน้าที่ของท่านมีอะไร ไปดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วนด้วย” นายชาญชัย กล่าว