นายกรัฐมนตรี มอบโอวาททัพนักกีฬาไทยก่อนไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 33 กรุงปารีส ฝรั่งเศส ส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ทุกคนทำเต็มที่ ห่วงที่พักไม่มีแอร์ สั่งผู้ว่าการ กกท.เตรียมการดูแล
วันที่ 8 กรกฎาคม 2567 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบโอวาทให้แก่คณะเจ้าหน้าที่และผู้แทนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 33 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้บริหารสมาคมฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล
นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับในนามรัฐบาล พร้อมชื่นชมและแสดงความยินดีกับสมาคมฯ รวมทั้งนักกีฬาทุกคน ที่สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมใน 16 ชนิดกีฬา ผ่านการคัดเลือกไปร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 33 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส และการที่นักกีฬาทั้ง 16 ชนิดกีฬาได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในนามทีมชาติไทยครั้งนี้ เป็นผลมาจากสนับสนุนของสมาคมฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจากการที่นักกีฬาทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเทในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน ความขยันหมั่นเพียร ความมีวินัย ทำให้สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และมีคะแนนสะสมจนได้รับโควตาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้สำเร็จ ถือว่าสิ่งนี้คือก้าวแห่งชัยชนะของทุกๆ คน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกีฬาของประเทศสู่ระดับสากล พร้อมที่จะผลักดันและสนับสนุนงบประมาณด้านการกีฬาของประเทศ รวมถึงการดูแลนักกีฬาให้มีความมั่นคงทางอาชีพ ทั้งการทำงานประจำและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง
...
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำ ขอบคุณคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ สมาคมกีฬาฯ ทุกสมาคม รวมทั้งผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ร่วมมือร่วมใจกันอย่างเข้มแข็งในการสนับสนุน ผลักดัน พัฒนาทักษะและเสริมสร้างขีดความสามารถเชิงกีฬาของทัพนักกีฬาทีมชาติไทยให้เป็นอีกก้าวหนึ่งของประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกีฬาระดับโลก พร้อมขอส่งแรงใจแรงเชียร์ และขอเป็นพลังใจให้นักกีฬาทุกคนใช้ความสามารถให้เต็มที่ในทุกๆ แมตช์การแข่งขัน ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพในกฎกติกามารยาท ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ระลึกเสมอว่าการแข่งขันกีฬาเป็นการสร้างมิตรภาพและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างนักกีฬานานาชาติ อันจะส่งเสริมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศ และขออวยพรให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จในการแข่งขัน คว้าเหรียญโอลิมปิกมาครอง เพื่อเป็นเหรียญแห่งประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่สร้างชื่อเสียงความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง พี่น้องประชาชนชาวไทย และเพิ่มพูนเกียรติภูมิของประเทศไทยในเวทีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 33 อีกครั้ง ขอให้ทุกคนเดินทางไป-กลับโดยสวัสดิภาพ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีร่วมถ่ายภาพ พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง และยังได้วัดส่วนสูงกับ นายบัลลังก์ ทับทิมแดง หรือ หยู นักกีฬาเทควันโดทีมชาติที่มีส่วนสูงถึง 193 เซนติเมตร และพูดคุยกับเด็กหญิงวารีรยา สุขเกษม หรือ น้องเอสที นักกีฬาสเกตบอร์ดทีมชาติไทย ซึ่งเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยที่อายุน้อยที่สุดในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ด้วย
ต่อมาเวลา 10.20 น. นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีความห่วงใยในเรื่องที่พักของนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งไม่มีแอร์ ว่า ตนได้สอบถามตั้งแต่แรกเลยว่ามีแอร์หรือเปล่า เพราะหน้าร้อนในยุโรปบางทีร้อนกว่าหน้าร้อนเมืองไทย เราก็มีความกังวลอยู่เหมือนกัน เพราะเรื่องการนอนเป็นเรื่องสำคัญ และได้ยินข่าวว่าทัพจากอเมริกาจะขนแอร์ไปเอง เราบอกว่าอย่างน้อยก็ต้องมีพัดลมให้ จึงได้กำชับไปทางผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้ไปดูแลตรงนี้ด้วย
สำหรับการแข่งขัน Olympics Paris 2024 ครั้งที่ 33 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม 2567 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ประเทศไทยมีจำนวนนักกีฬามากที่สุดในอาเซียน โดยมีนักกีฬาไทยที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 51 คน ใน 17 ชนิดกีฬา ดังนี้
1. เทควันโด จำนวน 3 คน
2. จักรยาน จำนวน 4 คน
3. ยิงปืน จำนวน 3 คน
4. ขี่ม้า จำนวน 1 คน
5. แบดมินตัน จำนวน 9 คน
6. ยกน้ำหนัก จำนวน 4 คน
7. ปัญจกีฬาสมัยใหม่ จำนวน 1 คน
8. เรือพาย จำนวน 1 คน
9. มวยสากลสมัครเล่น จำนวน 8 คน
10. กอล์ฟ จำนวน 4 คน
11. เรือใบ จำนวน 2 คน
12. ไคท์บอร์ด จำนวน 2 คน
13. เทเบิลเทนนิส จำนวน 3 คน
14. เอ็กซ์ตรีม จำนวน 1 คน
15. ว่ายน้ำ จำนวน 2 คน
16. ยูโด จำนวน 1 คน
17. กรีฑา จำนวน 2 คน
สำหรับรางวัลที่นักกีฬาจะได้รับจากภาครัฐจำแนกได้ 2 แบบ
1. จ่ายทีเดียว แบ่งเป็น เหรียญทองได้รับ 10 ล้านบาท เหรียญเงินได้รับ 6 ล้านบาท และเหรียญทองแดงได้รับ 4 ล้านบาท
2. แบ่งจ่าย (เงินก้อน 50% ที่เหลืออีก 50% แบ่งจ่ายรายเดือน 4 ปี) เหรียญทองได้รับ 12 ล้านบาท เหรียญเงินได้รับ 7.2 ล้านบาท และเหรียญทองแดงได้รับ 4.8 ล้านบาท