"อนุสรณ์" สส.เพื่อไทย ยัน พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องกับ "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" ปม "ทำบัตรสภา-ขายใบปริญญา" พร้อมมองการตั้งเลขาฯ กมธ.เลือกคนมีความสามารถ และต้องมาทำงานจริงจัง
วันที่ 5 ก.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถูกนำไปแอบอ้างการออกบัตรผ่านเข้าออกทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายสมคิดได้มีการไปแจ้งความไว้แล้ว เพื่อเป็นช่องทางในการแสวงหาข้อเท็จจริง ส่วนกระบวนการจะมีใครไปร่วมด้วยหรือไม่นั้น คงต้องมีการสอบสวนกันต่อ ส่วนใครที่อยู่ในกระบวนการและให้ประโยชน์กับใคร ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินคดีไป
สำหรับใครที่เป็นผู้เสียหายก็สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ ส่วนการแอบอ้างในการทำบัตรของรัฐสภาและการซื้อขายตำแหน่งในกรรมาธิการนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นความเข้าใจผิด ระหว่างผู้ที่อ้างว่า เป็นผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงตัวกลาง หรือนายหน้า
ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น คุณสมบัติของตำแหน่งเลขานุการ คณะกรรมาธิการ มีวัตถุประสงค์ตามรัฐธรรมนูญ ในการแต่งตั้งคนให้มาทำงาน และต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถในเรื่องนั้นๆ และการแต่งตั้งนั้นก็ต้องมาทำงานจริงๆ โดยรัฐธรรมนูญก็สามารถให้มีการแต่งตั้งคนนอกได้ ส่วนใครจะเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์หรือเรียกรับจนเป็นคดีความ ก็เป็นหน้าที่ของกระบวนการในชั้นศาลต่อไป และเชื่อว่า ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าใครกันแน่ที่มีการแอบอ้าง รวมถึงผู้ที่อยู่ในขบวนการทั้งหมด
ส่วนประเด็นสงสัยว่า นางสาว ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง มีความเกี่ยวข้องอะไรกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายอนุสรณ์ รับเพียงว่า ไม่ทราบ โดยทราบจาก นายสมคิด ที่ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า บุคคลดังกล่าวมาในรูปแบบคนที่ทำงานภาคประชาชน ที่มีการให้ความเห็นทางด้านสังคมและการเมือง มีการจัดรายการผ่านเพจเฟซบุ๊ก รวมถึงช่องทางอื่นๆ ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าหาบุคคลดังกล่าว
...
"แต่ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลนี้ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับพรรคใด เมื่อเรื่องเข้าสู่ชั้นศาลความจริงก็จะปรากฏ ส่วนการแอบอ้างในลักษณะนี้เคยมีหรือไม่นั้น ส่วนตัวยืนยันว่า ตั้งแต่อยู่ในพรรคเพื่อไทยมาไม่เคยมีกรณีแบบนี้ ซึ่งการแอบอ้างตำแหน่งเพื่อไปขายนั้นเป็นความเข้าใจผิดรวมถึงความไม่เข้าใจ ซึ่งจะเรียกว่า เป็นการหลอกลวงหรือเข้าใจผิดต่อกันก็ได้
สำหรับกรณีที่มีการซื้อขายวุฒิการศึกษา และมีการอ้างถึงสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เห็นว่าสถาบันการศึกษาก็ได้มีการแถลงข่าวไปแล้ว ซึ่งการแสวงหาข้อเท็จจริงนั้นเป็นไปได้ไม่ยาก และขณะนี้ก็ได้มีการเปิดกว้างให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายออกมาชี้แจงแล้ว" นายอนุสรณ์ กล่าว