การเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญการปกครองเขียนเอาไว้ให้อำนาจ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะ การเลือกตั้งถือว่าเป็นก้าวแรกของระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ได้ ตัวแทนของประชาชน เข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร อันเป็นเสาหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน

ถ้า การเลือกตั้ง เข้ามาเป็นตัวแทน นักการเมือง พรรคการเมือง บ้านใหญ่ ผู้มีอิทธิพล หรือ เป็นเครื่องมือการชิงอำนาจ ของ การเมือง ในการเข้ามาแสวงหาประโยชน์และอำนาจโดยไม่ชอบ ด้วยวิธีใช้เงินและอำนาจในการซื้อเสียงเพื่อให้ได้มาซึ่ง ตัวแทนประชาชน ประเทศไทยก็จะไม่ได้ตัวแทนประชาชนที่แท้จริง และ ระบอบประชาธิปไตย ของประเทศก็จะล้มลุกคลุกคลานดังเช่นจากปี 2475 มาจนถึงปีปัจจุบัน

การเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี เป็นหนังตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ไม่ว่า ชาญ พวงเพ็ชร์ จะชนะการเลือกตั้งมาแบบเฉียดฉิว โดยมี พรรคเพื่อไทย ที่เป็นรัฐบาล หรือบ้านใหญ่ ผู้มีอิทธิพลใน จ.ปทุมธานี ให้การสนับสนุน สุดท้ายแล้วจะได้ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากมีคดีทุจริตอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล หรือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง จะแพ้การเลือกตั้ง เพราะไม่มีเสียงสนับสนุนจาก ภูมิใจไทยและก้าวไกล ไม่มาตามนัด หรือเพราะเป็นเพราะ บิ๊กแจ๊ส ไปประกาศลาออกก่อนครบวาระ ทำให้ด้อมส้มไม่พอใจ หรือ คนปทุม ไม่ชอบผู้สมัครทั้งสองคน ก็เลยไม่มาลงคะแนน ทำให้ จำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนกว่า 9 แสนคน มาใช้สิทธิเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น จากเดิมคิดว่าจะมาใช้สิทธิถึงร้อยละ 70 และเป็นเหตุให้บิ๊กแจ๊สแพ้บ้านใหญ่

ที่ต้องตั้งข้อสังเกตก็คือ มีผู้ที่ใช้สิทธิจำนวนมากกว่า 3 หมื่นคน ที่ไปกาในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน อาจเพราะไม่มีผู้สมัครที่ถูกใจหรือเป็นเพราะฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ข้อมูลทั้งหมดจึงถูกนำมาประเมินว่า การที่ผู้สมัครของเพื่อไทยชนะไปแค่ 1,900 คะแนน ไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นความพ่ายแพ้ เพราะคะแนน สส.ของเพื่อไทยปทุมธานีที่มีอยู่ 1 คน ได้คะแนนมากกว่า คะแนนที่ผู้สมัครนายก อบจ.ของเพื่อไทยได้รับในครั้งนี้

...

ในกรณีเลือกตั้ง สส. จะต้องถูกคู่แข่งที่มีคะแนนใกล้เคียงกันอย่าง พรรคภูมิใจไทย หรือมีคะแนนนำอย่าง ก้าวไกล ส่งเข้าประกวดจะไปเหลืออะไร ระหว่างนายใหญ่จะเสื่อมมนต์ขลังหรือไม่ หรือเสื้อแดงปทุมสลายขั้วกันหมดแล้วหรือยัง ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญต่อการเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่น หรือระดับประเทศอีกต่อไป

แต่ขึ้นอยู่กับ กระแส ที่มีอิทธิพลมากกว่า กระสุน และ คุณภาพ ของตัวผู้สมัคร หมดสมัยส่งเสาไฟฟ้าลงสมัครแล้ว คุณภาพคนต้องดี คุณภาพพรรคต้องใช้ได้ จะไปสร้างภาพ เดินสาย ทำอาหาร อุ้มเด็ก ผูกผ้าขาวม้าจนเต็มเอวหรือพวงมาลัยจนล้นคอ ล้วนแต่เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ใช่ปัจจัยที่จะช่วยทำให้ได้คะแนนจากประชาชน

ต้องขึ้นอยู่กับผลงาน ฝีมือ วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ ในการบริหารงาน โดยเฉพาะการเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนในยุคนี้ ต้องเป็นคนที่ประชาชนเลือก ไม่ใช่พรรคการเมืองหรือผู้มีอำนาจชี้นิ้วได้ บางสถานการณ์เงินก็ซื้ออะไรไม่ได้ และการใช้เงินซื้อจะทำให้ การเมืองพังทั้งระบบ หมดทั้งเงิน สิ้นทั้งอิสรภาพ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม