“สุทธิพงษ์” ปลัดมหาดไทย ร่วมแถลงข่าวและเสวนาการเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 เมื่อเวลา 15.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงข่าวและเสวนาสื่อ งานพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ช่วง “ธารน้ำพระทัยแห่งสายน้ำ” และ “พระเมตตาในหลวงเพื่อพสกนิกรอยู่ดี กินดี” โดยมี นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นาวาเอก ปฏิรูป อยู่พรหม รองผู้อำนวยการกองบริการกำลังพลสำนักบริการและสิทธิกำลัง กรมกำลังทหารเรือ พลตรีวิทัย ลายถมยา ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมงาน ณ ห้องประชุม 1-2 ชั้น 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ 10 โครงการสำคัญ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย 1 ใน 10 โครงการ คือ โครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข ซึ่งกระทรวงมหาดไทยดำเนินการภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ผ่านการจัดโครงการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำคูคลองทั่วประเทศกว่า 1,000 สาย เพราะน้ำคือชีวิต ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
...
สำหรับโครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนมีสุข เฉลิมพระเกียรติฯ รัฐบาลได้พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ 10 คลองเป้าหมาย ดังนี้
1. คลองรอบกรุง คลองโอ่งอ่าง และคลองบางลำพู มีเป้าหมายในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย มีความปลอดภัย ผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ
2. ลำน้ำโจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีเป้าหมายพัฒนาให้เกิดความสวยงามมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ต่อยอดไปสู่เป็นการเป็นแหล่งท่องเที่ยว
3. คลองแม่สุก จังหวัดพะเยา มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจของจังหวัด โดยนำเอาการพัฒนาของแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่มาเป็นต้นแบบ
4. คลองแม่รำพัน จังหวัดสุโขทัย มีเป้าหมายในการพัฒนาทำให้เป็นลำน้ำแห่งชีวิตบนวิถีแห่งความพอเพียง ตลอดจนทำให้เป็นที่ออกกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจของพี่น้องประชาชน
5. คลองบางพระ จังหวัดตราด เป็นคลองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ปัจจุบันมีการพัฒนาให้สวยงาม อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญคือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต
6. คลองลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันชาวโคราชช่วยกันทำให้คลองไหลสะดวก และมีจุดพักชมธรรมชาติ
7. ห้วยพระคือ จังหวัดขอนแก่น มีเป้าหมายในการพัฒนาโดยปรับปรุงแหล่งน้ำ บำบัดน้ำเสียตามศาสตร์พระราชา กำจัดผักตบชวา และยกระดับการจัดการขยะสังคม
8. คลองปากบาง จังหวัดภูเก็ต ปรับปรุงให้สวยงาม เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
9. คลองหาดส้มแป้น จังหวัดระนอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและประเพณีของจังหวัด
10. คลองลัดพลี จังหวัดราชบุรี เป็นคลองสายสำคัญของพื้นที่ โดยจะพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำสะอาดสวยงาม
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในปีมหามงคลนี้ ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันคิดช่วยกันทำเพื่อปฏิบัติบูชา ทำสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ ให้ก่อเกิดขึ้นกับพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการดูแลความสุขของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะเรื่องน้ำดื่ม น้ำอุปโภคของเด็กนักเรียนในโรงเรียน จึงได้จัดโครงการหลอมรวมใจ มอบน้ำใสสะอาดให้โรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนในทุกสถานศึกษาทั่วประเทศมีน้ำสะอาดดื่มฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย มีน้ำอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่ Kick off โครงการ ณ โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 โดยมีการประปานครหลวงเป็นผู้ดำเนินโครงการ
ทั้งนี้ ในระยะที่ 1 จะมีน้ำประปาที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มีตู้กดน้ำที่มีมาตรฐาน รวมโรงเรียนทั้งสิ้น 3,219 แห่ง และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญเราก็มีความสุข โดยเฉพาะเหล่าบุคลากรของการประปานครหลวง (กปน.) ที่ร่วมแรงร่วมใจบูรณาการทุกภาคส่วนในการที่จะช่วยสนองแนวพระราชปณิธาน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่มีใจอยากช่วยเหลือและสนับสนุน แจ้งความประสงค์ได้ทางสายด่วน 1567 ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกับการประปาเมืองนครหลวง และพี่น้องชาวมหาดไทยทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งที่ดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อีกประการสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยมีความภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่แทนคนไทยทุกคน ในการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ รวม 108 แห่งทั่วประเทศ โดยได้รับพระเมตตาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงกำหนดฤกษ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำไปประกอบพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งประกอบด้วย 7 พิธี
1. พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด
2. พิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ พระอุโบสถวัดของจังหวัด
3. พิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ พระอุโบสถวัดของจังหวัด
4. การเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาเก็บรักษาที่กระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เชิญคนโทน้ำ
5. พิธีเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์
6. พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์
7. พิธีเดินขบวนเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
“ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยทุกคนในทุกจังหวัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสวมใส่ผ้าไทยสีเหลือง หรือสวมใส่เสื้อสีเหลือง หรือชุดสีขาว ร่วมพิธีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย อันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตในฐานะพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งมีโอกาสช่วยกันพัฒนาฟื้นฟูทำให้แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด เป็นหมุดหมายสำคัญของพี่น้องประชาชน ที่จะได้มีโอกาสไปเที่ยวชมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด เพื่อความภาคภูมิใจ และร่วมกันทำให้แหล่งน้ำเหล่านี้คงอยู่คู่กับพื้นที่จังหวัดและประเทศไทยอย่างยั่งยืน”