"สมศักดิ์" แจงสภาฯ งบฯ 68 สธ.ได้งบเพิ่ม รับอย่างไรก็ไม่พอ แต่เป็นหน้าที่รัฐบาลบริหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ชู นโยบายเร่งด่วน 5 ข้อ ย้ำ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว
วันที่ 20 มิ.ย. ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.38 น.การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวาระแรก จำนวน 3,752,700 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยเป็นวันที่ 2 ของการประชุม
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. กล่าว ตอบคำถามงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขว่า ต้องขอบคุณสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้าน และ สส.ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ได้วิพากษ์งบประมาณปี 2568 ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งส่วนใหญ่ก็พูดเป็นประเด็นเดียวกันว่า งบประมาณน้อยเกินไป ยืนยันว่า รัฐบาลเร่งผลักดันงบฯ ปี 68 ให้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็คงไม่เพียงพอ แต่ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะจัดการบริหารอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
...
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เท่าที่ผมทำหน้าที่งานของกระทรวงสาธารณสุขมา 1 เดือนเศษ เรื่องคณะกรรมการการแก้ไขการตั้งครรภ์ ตอนนี้หญิงคนไทยเฉลี่ยแล้วมีบุตร 1.2 คน ซึ่งน้อยเกินไป คนไทยควรมีบุตร 2.1 คน เป็นตัวเลขท้าทาย สส.หลายท่านที่อภิปรายในสภาฯ แห่งนี้ บอกกระทรวง สธ.ได้งบประมาณน้อย ข้อเท็จจริง คือ ไม่ใช่งบฯ ของกรมอนามัยอย่างเดียว แต่มีอยู่ในหน่วยงานอื่นด้วย กระทรวงมหาดไทยเป็นต้น
วันนี้ประเทศไทยเด็กเกิดปีละ 4.5 แสนคน แต่มาใช้บริการตรวจคุณแม่ มีเพียง 1.8 แสนคน จำนวนนี้ก็จะรู้ว่าเด็กในครรภ์มีความสมบูรณ์หรือไม่ อย่างไร ยืนยันในส่วนกระทรวง สธ.จะดำเนินการแบบบูรณาการอย่างดีที่สุด
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องยาเสพติด ตั้งแต่ผมมารับหน้าที่ รมว.สธ.ได้มีประกาศ มียาเสพติด 1 เม็ด เป็นผู้เสพ แต่ก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวนให้รู้ว่า เป็นผู้เสพจริงหรือไม่ ผู้ค้ามาจากไหนด้วย โดยคนที่ชี้เบาะแสให้ผู้ค้ายาถูกยึดทรัพย์จะได้ 5% ส่วนเจ้าหน้าที่จับกุมได้ส่วนแบ่ง 25%
รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า เรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เราเตรียมแผนไว้แล้ว อย่างแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ประเมินอีก 10 ปี หรือในปี 2577 ต้องมีจำนวนเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
"เข้าใจทุกท่านเป็นห่วงปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ผมให้นโยบายไปแล้วเอากระทรวงสาธารณสุขออกจากระบบ ซึ่งต้องออกกฎหมาย ทำได้ไม่ง่าย และยังต้องพึ่งสภาฯ เป็นผู้ดำเนินการ และรวมถึง อสม.ก็อยากทำ เพื่อให้มีที่ยืนอย่างมั่นคง
ส่วนเรื่องนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ตอนนี้เราเชื่อมโยงไปหมดทั่วประเทศแล้ว แต่ก็ต้องทดลองเพื่อไม่ให้ระบบมันล่ม อยากให้ทุกท่านได้ดูภาพรวมในการบริการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป้าหมาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงบริการของกระทรวงสาธารณสุขได้ทั่วถึง
อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายเร่งรัด 5 ด้าน
1. ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพิ่มเหมาจ่ายรายหัว จากคนละ 3,472 บาท เป็นคนละ 3,844 บาท เพิ่มบริการสาธารณสุข คัดกรองมะเร็ง
2. การแก้ปัญหาสุขภาพจิต และยาเสพติดอย่างบูรณาการ
3. การพัฒนาแพทย์ปฐมภูมิ และ อสม.
4. "เศรษฐกิจสุขภาพ" เนื่องจากการประกาศนโยบาย "IGNITE THAILAND" ของท่านนายกฯ เศรษฐา เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ เป็นศูนยกลางการแพทย์ครบวงจร พร้อมสโลแกน "เจ็บป่วยคราใด ติดถึงยาไทย ในการรักษา"
และ 5. การเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ยกระดับการใช้เทคโนโลยี การศึกษาวิจัย