นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปราย งบฯ ปี 68 กระทรวง ศธ.มีปัญหา 3 ข้อ เสนอ ผลักดัน 3 ตัวเปลี่ยนเกม แบ่งงบฯ 10% จากดิจิทัลวอลเล็ต ยกระดับทักษะคนไทย 

วันที่ 20 มิ.ย. ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.12 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วาระแรก วันที่สอง ถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ว่า การยกระดับทักษะมีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ World Economic Forum ของ McKinsey ชี้ว่า 50% ของพนักงานทั่วโลกต้องการการฝึกอบรมใหม่ภายในปี 2025 ในประเทศไทยเอง การสำรวจของกระทรวงแรงงานไทยระบุว่า 60% ของแรงงานไทยยังขาดทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล การยกระดับทักษะไม่เพียงช่วยลดอัตราการว่างงานเท่านั้น แต่ยังเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน
 
“ข้อความทั้งหมดที่อภิปรายเมื่อครู่นี้ผมไม่ได้เขียนเอง แต่ ChatGPT เขียนให้ผมภายในเวลาแค่ 10 นาทีของเช้าวันนี้ ก่อนผมมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะตกงาน แต่สะท้อนความจำเป็นของเราทุกคนในการใช้ทักษะใหม่ๆ” พริษฐ์กล่าว

...

งบประมาณปี 68 พบการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาการเรียนรู้ และการยกระดับทักษะ อยู่ที่ประมาณ 5.1 แสนล้านบาท กระจายอยู่ใน 175 หน่วยรับงบประมาณ ใน 14 กระทรวง แต่ไม่ว่าจะเป็นงบเด็กเล็ก งบการศึกษา งบยกระดับทักษะแรงงาน งบการเรียนรู้ผู้สูงอายุ ล้วนมีปัญหาอยู่ 3 ปัญหา คือ

1. เป็นการลงทุนงบเรียนรู้ที่ไม่เน้นเรียนรู้ เช่น โครงการพลิกโฉมผลิตภัณฑ์แรงงานไทยของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ได้รับงบประมาณสูงสุดในปีนี้ จำนวน 381 ล้านบาท พบว่าเกือบ 20% ไม่ได้ใช้ไปกับการพลิกโฉมแรงงาน แต่ถูกใช้ไปกับการพลิกโฉมอาคาร

2. เป็นการลงทุนแบบต่างคนต่างทำให้มีโครงการซ้ำซ้อนกันของหน่วยงานต่างๆ

และ 3. การลงทุนที่ผู้เรียนไม่ได้เลือก ผู้เลือกไม่ได้เรียน หากจะตัดเสื้อให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนที่มีความถนัดไม่เหมือนกัน จะทำไม่ได้ตราบใดที่สถานศึกษา

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า แต่ละหน่วยงานมีจุดชี้วัด คือ ทำเสร็จมากกว่าสำเร็จหรือไม่ บางโครงการที่เปิดอบรมฟรี แต่คนเข้าอบรมไม่เป็นไปตามตัวชี้วัด ดังนั้นในข้อเสนอของพรรคก้าวไกล ต่อการจัดงบเพื่อการเรียนรู้ และยกระดับทักษะตลอดชีวิต ต้องผลักดัน 3 ตัวเปลี่ยนเกม คือ

ตัวเปลี่ยนเกมที่ 1  อัดฉีดงบให้ท้องถิ่นดูแลเด็กเล็กใน 1,000 วันแรก

ตัวเปลี่ยนเกมที่ 2 ระเบิดงบการศึกษาขั้นพื้นฐานกระจายให้โรงเรียน ครู นักเรียน ทั่วประเทศ 

และ ตัวเปลี่ยนเกมที่ 3 ลงทุนในเมกะโปรเจ็กต์เพิ่มทักษะ โดยการเพิ่มจากปัจจุบันเป็น 5 หมื่นล้านบาท โดยจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการลงทุนจากเบี้ยหัวแตกเป็นการลงทุนแบบบาซูก้า รวมทรัพยากรอดักฉีด และดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำงานด้วยกัน และจากที่รัฐคิดแทนตลาดอุดหนุนให้ผู้เรียนเป็นผู้เรียนสามารถเลือกเองได้

ฉะนั้น ยืนยันว่า รัฐสามารถทำได้ และถ้าท่านกังวลว่า เราจะหางบบประมาณมาจากไหน ตนได้ยินว่าปีนี้มีโครงการที่น่าจะใช้งบประมาณมากกว่าที่ตนพูดถึง 10 เท่า ด้วยเหตุผลที่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ตนหวังว่าถ้าจะขอใช้งบประมาณ 10% ของมูลค่าโครงการนั้น เพื่อมาใช้ในการยกระดับทักษะของคนทุกช่วงวัย หวังว่าจะไม่เป็นการขอที่มากจนเกินไป

นายพริษฐ กล่าวต่อว่า คิดว่างบปี 68 สะท้อนเห็นชัดว่ารัฐบาลเศรษฐา ยังคงเลือกที่จะลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน อาคาร ในขณะที่มีสิ่งที่เพิ่มในปีนี้แปลกปลอมจากปีก่อนๆ คือ การลงทุนแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต แต่ปัญหาเหมือนเดิมคือการลงทุนในการยกระดับทักษะของคนในประเทศ

นายพริษฐ ยังอธิบายถึงแพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติที่ทำหน้าที่แบบ 3 in 1 คือ ต้องเป็นทั้ง Netflix คือ รวบรวมคอร์สที่มีอยู่แล้วในตลาดทั้งออนไลน์และสถานที่ พร้อมมีรีวิวจากผู้เรียนอื่นๆ และคัดกรองคอร์สที่มีคุณภาพ, Garmin คือ เทรนเนอร์ส่วนตัว ทำความเข้าใจผู้เรียน วัดความคืบหน้า และบันทึกผลการเรียน ด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถแนะนำผู้เรียนได้ตรงจุด, Tinder คือตลาดจับคู่หางานระหว่างผู้เรียนที่กำลังหางานที่ชอบกับผู้ประกอบการที่กำลังหาคนที่ใช่

"ถ้าเปรียบเป็นภาพเหมือนกับเรากำลังซ่อมเรือ เพื่อเร่งส่งคนออกไปตกปลา ปีนี้อาจจะมีการแถมปลา แจกปลา ให้เขามีติดไม้ติดมือ แต่สิ่งที่เราไม่เคยให้เขาเลยคือเบ็ดตกปลาที่มีประสิทธิภาพในการตกปลาที่ทันยุคทันสมัย ทันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมฝากไปถึงรัฐบาลของการลงทุนในเบ็ดที่มีชื่อว่างบบูรณาการเรียนรู้การยกระดับทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต" นายพริษฐ์ อภิปราย