ประชุมสภา พิจารณาร่างงบประมาณ 2568 วันที่ 2 เริ่มแล้ว “ลิณธิภรณ์” สส.เพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกเรื่องการศึกษา ชี้ เด็กไทยกว่า 1.8 ล้านคน เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ฝาก ศธ. เรียนฟรีต้องฟรีจริง ช่วยลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง หนุนรัฐบาลลงทุนกับอนาคตของชาติ
วันที่ 20 มิถุนายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวาระแรก จำนวน 3,752,700 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยเป็นวันที่ 2 ของการประชุม เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมและคอยชี้แจงในข้อคำถามของสมาชิก ก่อนที่จะลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ในวันที่ 21 มิถุนายน 2567
ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา (19 มิถุนายน 2567) นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งพักการประชุมไปเมื่อเวลา 22.30 น. ภายหลัง น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยวันนี้เมื่อ นายพิเชษฐ์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดประชุม เข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ในวันที่ 2 พร้อมแจ้งเวลาที่คณะรัฐมนตรีใช้ไป 2 ชั่วโมง 40 นาที พรรคร่วมรัฐบาล 3 ชั่วโมง 58 นาที โดยฝ่ายรัฐบาลรวมเวลาเหลืออยู่ 13 ชั่วโมง 21 นาที พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้ไป 6 ชั่วโมง 3 นาที เหลือ 13 ชั่วโมง 57 นาที ส่วนประธานใช้ไป 11 นาที เหลือ 49 นาที รวมเวลาที่ใช้ไปทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง 53 นาที เหลือเวลา 28 ชั่วโมง 6 นาที
...
โดยเมื่อเวลา 09.47 น. เริ่มต้นการอภิปรายด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการศึกษา ว่า การศึกษาคือการสร้างโอกาสให้ชีวิต เพราะความจนไม่ใช่กรรมพันธุ์ ระบบการศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสในชีวิต รัฐบาลจึงมีหน้าที่โอบรับให้เด็กและเยาวชนไทยไม่ร่วงหล่นจากระบบการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมา มีเด็กไทยกว่า 1.8 ล้านคนมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา ปัญหาต่อมาคือสุขภาพจิตของเด็กไทยและคนไทย มีสภาวะซึมเศร้าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี มีอัตราการฆ่าตัวตายของเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15-19 ปี จากสถติคือทุกๆ 447 คน จะมี 1 คนพยายามฆ่าตัวตาย อีกทั้งอาชญากรรมในเยาวชนก็ไม่ลดลงเลย
รัฐบาลที่นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตระหนักดีว่าการเพิ่มทุนและการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งที่สำคัญ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณปี 2568 เพื่อให้ความสำคัญด้านการศึกษาตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อ 11 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา จะปฏิรูปการศึกษาและมุ่งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียน สร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายการศึกษาให้ผู้เรียนทุกช่วงวัย ใช้เทคโนโลยีทีทันสมัย ดังนั้นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 จึงเป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลจะใช้ดำเนินนโยบายและเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ประเทศและประชาชน
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อไปว่า แม้รัฐบาลจะให้ความสำคัญการศึกษามากขึ้น แต่ตนยังกังวลและฝากกระทรวงศึกษาธิการ ให้ช่วยดำเนินการ ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองด้านการศึกษา เรียนฟรีต้องฟรีจริง ไม่ใช่แค่วาทกรรมเพ้อฝัน รวมถึงขอให้มีการเปิดเสรีทรงผมและการแต่งกาย ปลดความกังวลและความเครียดของนักเรียน สร้างความมั่นใจและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ช่วยผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย
“ทักษะความรู้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่สุด ไม่มีใครพรากไปจากเราและลูกหลานของเราได้ ทุกลมหายใจของคนรุ่นใหม่ที่รัฐบาลลงทุนปลูกฝังไปนี้ จะสามารถเปลี่ยนชีวิตครอบครัว สังคม และโลกใบนี้ ดังนั้น ใบเบิกทางร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ จะขับเคลื่อนให้เด็กไทยทุกคนเป็นทรัพยากรมนุษย์อันทรงคุณค่าสำหรับอนาคตของประเทศชาติเราต่อไป” โดยจบการอภิปรายในเวลา 09.57 น. จากนั้นต่อด้วยการอภิปรายของ นายปารมี ไวจงเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล.
(อ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 โดยสังเขป)