"สมศักดิ์" เปิดกระทรวง สธ.ฟังความเห็นปมกัญชา 2 ฝ่าย ยันเดินหน้าดึงกลับยาเสพติด เพื่อควบคุมการใช้ เหตุไม่มีเวลาพอทำกฎหมาย ย้ำฟังความเห็นทุกฝ่าย แย้มประกาศกฎกระทรวงจะมี 3 เรื่อง ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านชิ่งเดินออกห้องประชุม หลังความเห็นไม่ตรงกัน

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.67 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการธุรกิจกัญชา ทั้งชาวไทย ต่างชาติ และกลุ่มคัดค้านการนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้มีกลุ่มทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กับการนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งตนขอยืนยันว่าอยากฟังความชัดเจนจากทุกฝ่าย เพราะขณะนี้เราเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องประกาศกฎกระทรวงไปแล้วว่า ให้กัญชาบางส่วนเป็นยาเสพติด โดยเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาล ที่ประกาศไว้ให้ใช้ทางการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ส่วนจะมีข้อห้ามอะไรบ้างก็เป็นไปตามข้อห้ามยาเสพติด แต่จะเปิดโอกาสให้ทำได้ ด้วยการขออนุญาต เช่น สถานบำบัด แต่ต้องมีแพทย์ หรือ แพทย์แผนไทยควบคุม จากนี้เราก็จะออกกฎกระทรวงตามมาอีก เพราะตอนนี้ ดำเนินการ 1 ใน 3 ซึ่งต้องมีทั้งหมด 3 เรื่อง 1.ประกาศเป็นยาเสพติด 2.กฎกระทรวงวิธีใช้ และ 3.การอนุญาต โดยตนขอยืนยันว่าเข้าใจธุรกิจ แต่อะไรที่ปล่อยเสียหาย เช่น เด็ก ก็จะปล่อยเสียไม่ได้ เราต้องเข้มงวดเรื่องเหล่านี้ ซึ่งต้องห้ามสันทนาการ โดยให้ใช้ทางการแพทย์

ขณะที่ ผู้ประกอบการต่างชาติ กล่าวว่า เห็นด้วยกับทิศทางส่งเสริมทางการแพทย์ เพราะร้ายขายกัญชา ควรมีแพทย์หรือแพทย์แผนไทยช่วยแนะนำ ซึ่งผู้ประกอบการไม่เห็นด้วยที่จะให้สูบกัญชาเสรี เพราะควรอยู่ในการควบคุมอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้รัฐบาล ออกกฎกติกาให้ชัดเจน โดยพร้อมที่จะปฎิบัติตาม

...

ด้านผู้คัดค้านการนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด กล่าวว่า วันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาจากทำเนียบรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้อง 2 ประการ 1.อยากให้คุมกัญชาโดย พ.ร.บ.กัญชา 2.ตั้งกรรมการร่วม เพราะท่ามกลางความขัดแย้ง ต้องตั้งกรรมการร่วม ซึ่งขอว่าอย่าตั้งธงก่อนว่า จะคุมกัญชาด้วยอะไร ซึ่งถ้าเอากัญชากลับยาเสพติด ตนมองว่าก็จะดึงกลับใต้ดิน ไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้ โดยทุกคนเห็นตรงกันว่ากัญชาต้องคุม แต่แบบไหนจะสามารถควบคุมได้ดีกว่ากัน เราก็มองว่า พ.ร.บ. แต่รัฐบาลมองว่าดึงกลับยาเสพติด จึงควรตั้งกรรมการร่วมศึกษาวิจัย คาดว่า 1-2 เดือน จะได้ความชัดเจน ถ้าผลศึกษาพบว่ากัญชาร้ายจะคุมด้วยกฎหมายยาเสพติด ตนไม่ติดเลย

นายสมศักดิ์ ได้ชี้แจงว่า กลุ่มคัดค้านอยากใช้กัญชาเป็นยา ซึ่งตนขอยืนยันว่าแม้จะเป็นประกาศกระทรวง ก็สามารถทำได้ไม่ได้ห้าม เป็นน้ำมันทางการแพทย์ได้เลย แต่ต้องมีการควบคุม ส่วนประเด็นกฎหมายภาคประชาชนเสนอ ก็เป็นช่องทาง แต่ตนทำกฎหมายไม่ได้ เนื่องจากมีเวลาน้อย เพราะประมวลกฎหมายยาเสพติด ต้องทำกฎหมายอื่นให้เสร็จภายใน 2 ปี แต่ขณะนี้เลยมาแล้ว ต้องขอสภาฯต่ออีก 2 ปี ซึ่งจะครบ พ.ย.นี้ โดยในนามกระทรวงเราก็ต้องทำไม่ให้เกิดความวุ่นวายเสียหาย ซึ่งตนทำเร็วสุด คือ ประกาศกฎกระทรวง เป็นแนวทางยาเสพติดแบบอ่อนๆ และเขียนใช้ทางการแพทย์ โดยตนไม่ได้ตัดสิทธิประชาชนทำกฎหมาย ซึ่งถ้าทำจบ ประกาศกระทรวงก็ตกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการรับฟังความเห็น นายสมศักดิ์ ได้พยายามอธิบายแนวทางการแก้ปัญหา แต่กลุ่มคัดค้านเห็นต่าง จึงพร้อมใจกันเดินออกจากห้องประชุมทันที

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า ประกาศกฎกระทรวงต้องประกาศอยู่แล้ว โดยความคิดเห็นก็ต้องรับฟัง ถ้าด้วยเหตุและผลก็สามารถไปได้

เมื่อถามว่า กลุ่มคัดค้านเดินออกจากห้องประชุม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดกันจนจบแล้ว และได้แสดงจุดยืนจนครบ โดยตนก็พยายามอธิบายเรื่องกฎหมายให้ทราบ

เมื่อถามว่า กลุ่มคัดค้าน จะรวม 1 หมื่นรายชื่อกดดัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการกดดันถูกต้องที่ไหน เรื่องที่ถูกต้องคือเหตุผล ซึ่งถ้าดูจากการรับฟังความคิดเห็นขณะนี้ ฝ่ายไม่เห็นด้วยที่จะนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดมากกว่าด้วยซ้ำ แต่การรับฟังความเห็นเพิ่งเริ่ม จะครบวันที่ 25 มิ.ย.นี้

เมื่อถามว่า หากประกาศกฎกระทรวง ประชาชนที่ปลูกกัญชาต้องถูกจับเลยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยัง เพราะหากเร็วสุดก็จะมีผล 1 ม.ค.2568 ดังนั้น ต้นกัญชาที่ปลูกก็จะตายไปหมดแล้ว เนื่องจากมีอายุ 90-100 วัน ส่วนแผนรับมือผู้ชุมนุม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าด้วยเหตุผลก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่มีเหตุผลก็ไม่รู้จะทำอย่างไร