"อ.ปริญญา" อัด เลือก สว. มีปัญหาเพราะกฎหมาย หวั่น ได้ "สว.จับสลาก" ซ้ำรอย สส.ปัดเศษ จากบัตรเลือกใบเดียว ด้าน อ.พิชาย เชื่อ "70 สว.ตัวจริง อยู่ฝั่งประชาธิปไตย "ที่เหลือเป็นกลุ่มอำนาจ "ตระกูลชินฯ-บ้านใหญ่"
วันที่ 11 มิ.ย. 2567 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ งานเสวนา ติดตามผลปัญหาการเลือก สว. ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการเลือก สว.ครั้งนี้ว่า นี่คือการเลือกผู้แทนของประชาชนชาวไทย แต่เป็นระบบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน มีปัญหาหนักขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่จากรัฐธรรมนูญที่บอกให้เลือกกันเอง มาต่อที่ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ก็ยิ่งทำให้ยากเข้าไปอีกใน 20 กลุ่ม ซึ่งสลับกลุ่มอาชีพได้ และเรื่องยิ่งหนักขึ้นไปอีกจากระเบียบแนะนำตัวของ กกต. ที่ทำให้เกิดความยุ่งยากแม้ว่าจะปรับแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่
อ.ปริญญา ย้อนกลับไปถึงปี 2540 ที่การเลือกตั้งอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ถูกมองว่าเป็นระบบราชการ ทำงานช้า จึงมีการใฝ่ฝันว่าสักวันจะมี กกต. ที่มาทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อมีจริง กกต. ก็ไม่ได้เป็นแบบที่หวังไว้ กลับเป็นเครื่องมือให้บางหน่วยในการทำงาน พร้อมกล่าวต่อว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ซึ่งการรับสมัครคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ถือเป็นหนึ่งในสิทธิที่เราจะได้รับ การที่ กกต. ตัดสิทธิ หรือให้ผู้ที่สมัครที่มีเพียงกลุ่มเดียวไม่ผ่านรอบคัดเลือกไป ถือเป็นการทำให้ไม่ถูกต้อง ควรให้ผู้สมัครชนะผ่านไปในด่านต่อไป ไม่ใช่แพ้ผ่านกลับ โดยย้ำว่า กกต. ควรคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้มากกว่านี้
ในขณะที่การมีส่วนร่วมของผู้สังเกตการณ์ ตนเข้าใจว่ามีการเลือกมากกว่า 928 อำเภอ จึงทำให้การติดตั้งกล้องวงจรปิดอาจจะประสบปัญหา ในส่วนที่มีการติดตั้งก็เกิดปัญหาเสียงที่ไม่ชัด ภาพหาย แต่ในการเลือกระดับจังหวัดนี้มีเพียงแค่ 77 จังหวัด จึงหวังว่าไม่ควรพลาดในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการสังเกตการณ์
อ.ปริญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา และมี สส.ปัดเศษจากบัตรใบเดียว ซึ่งครั้งนี้ก็คงจะเป็น สว. ที่จับสลาก แต่คิดว่าไม่ควรที่จะเป็นเช่นนั้น ควรจะเพิ่มเติมความโปร่งใสให้มากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าระบบจะมีปัญหา
...
ด้าน รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต จาก NIDA เชื่อว่าการเลือก สว. ครั้งนี้ จะได้ สว. ที่ดีกว่าครั้ง คสช.มาแต่งตั้ง แม้ว่ากระบวนการที่ได้มาจะมีปัญหาอยู่บ้าง และมีโอกาสที่บางกลุ่มบางก้อนอาจจะมีเครือข่ายจัดตั้ง ซึ่งหนีไม่พ้น เพราะประเทศไทยก็อยู่ด้วยระบบอุปถัมภ์มาอย่างยาวนาน ซึ่งตนเห็นภาพสะท้อนความเป็นจริง ว่าการเลือกครั้งนี้เป็นวิธีที่ทำให้กลุ่มพลังในสังคมเข้าไปแข่งขันและช่วงชิงเพื่อที่จะเข้ามายืนอยู่ในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ซึ่งภาพ สว. ที่ตนเห็นตอนนี้ คือเครือข่ายขนาดใหญ่ตระกูลชินฯ มีการวางแผนไว้ เมื่อถามว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ เพราะว่าจะใช้ สว. เป็นฐานเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งในปีนี้ยังจะมีการเลือกกรรมการองค์กรอิสระหลายองค์กร และหากกุมสภาพของวุฒิสภาได้ก็สามารถเลือกคนที่ไม่เป็นปรปักษ์กับตนเองในองค์กรอิสระได้ ส่วนเครือข่ายอีกกลุ่มหนึ่งเป็นเครือข่ายของนักการเมืองบ้านใหญ่ เพียงแต่อยากให้มีการขยายฐานการเมือง เพื่ออาจจะเสริมอำนาจและฐานะทางการเมืองของตนเองเวลาที่มีปัญหา
อีกเครือข่ายหนึ่งคือข้าราชการ รวมทั้งหน่วยงาน กอ.รมน. ที่เข้าไปเพื่อสกัดเครือข่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสามารถส่งได้หลายกลุ่ม
อีกกลุ่มธุรกิจเครือข่ายหนึ่งคือกลุ่มธุรกิจกลุ่มทุน ที่อยากมีตัวแทนเข้าไปนั่งในอำนาจวุฒิสภาเพื่อปกป้องธุรกิจ หากมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับพลังงาน ต่อมาอาจจะมีกลุ่มที่เป็นภาพประชาชน อย่างเช่นกลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มประชาชน หรือกลุ่มภาคประชาสังคม ซึ่งผู้ที่เข้าไปในรอบนี้ยังไม่รู้ว่าจะผ่านรอบจังหวัดหรือไม่
อ.พิชาย กล่าวแบบเข้าข้างตัวเองว่า ฝ่ายที่มีจิตใจสนับสนุนประชาธิปไตยจะได้เข้าเป็น สว. เกิน 70 คน เพื่อที่จะช่วยกันขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนที่เหลือก็จะมีประมาณ 100 กว่าคน ก็จะเป็นกลุ่มอำนาจที่เหลือ จะมีอำนาจในการคุมสภาพของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
เมื่อพูดถึงการที่จะจัดการให้การฮั้วจัดตั้งอ่อนกำลังลง ในการเลือกครั้งหน้า คงจะทำได้เพียงการตรวจสอบในการเร่งให้มากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอ บันทึกเสียง หรือหากเป็นไปได้ กกต. อาจกำหนดนโยบายหลังเสร็จการเลือกในรอบแรก และจัดให้มีการเลือกการแนะนำตัว เพื่อที่จะได้รู้ถึงอุดมการณ์มากขึ้น