“นายกฯ นิด” เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง พร้อมกับต้มไข่ในบ่อน้ำพุร้อน เผย ลงพื้นที่ 3 วันเปิดเมืองน่าเที่ยว รัฐบาลพร้อมยกระดับ-แก้ปัญหา คิกออฟไตรมาส 4 ที่เชียงใหม่ ปูพรมการท่องเที่ยวไทยใหญ่สุดปี 68
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนของหมู่บ้านแจ้ซ้อน ณ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง โดย น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้ทักทายและถ่ายภาพกับประชาชนที่รอให้การต้อนรับ รวมถึงถ่ายภาพบริเวณลานน้ำพุแจ้ซ้อน จากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้ต้มไข่ที่บ่อน้ำร้อนโดยการจุ่มชะลอมแขวนลงบ่อ พร้อมทั้งได้เดินเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์สินค้าโอท็อป อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มน้ำมอญแจ้ซ้อน ผ้าปักด้วยมือแจ้ซ้อน ผลิตภัณฑ์กาแฟ กลุ่มกาแฟตั๋วกะหมี สมุนไพรแจ้ซ้อน Herb ข้าวทิพย์ กลุ่มข้าวสายน้ำแร่ เป็นต้น
สำหรับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีพื้นที่ 786 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 4 อำเภอ คือ อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว และมีอากาศเย็นสบายในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
...
ทั้งนี้ ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีสถานที่น่าสนใจ เช่น น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนทางธรณีวิทยา จำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ น้ำพุร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ และมีไอน้ำลอยปกคลุมรอบบริเวณ เป็นที่นิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามาแช่ ส่วนน้ำตกแจ้ซ้อน เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และมีแอ่งน้ำรองรับเป็นชั้นๆ อยู่ 6 ชั้น มีทางเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตก
ส่วนน้ำตกแม่มอญ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลแรงจากหน้าผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ ขณะที่ถ้ำผางาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือ 8 กิโลเมตร อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ที่แจ้ซ้อน 3 (ผางาม) หน่วยนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 60 กิโลเมตร มีถ้ำที่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟ้างาม ถ้ำน้ำ และถ้ำหม้อ รวมทั้งการชมดอกเสี้ยวบาน ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี ที่ดอกเสี้ยวจะบานเต็มผืนป่า นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมได้ตามเส้นทางแจ้ซ้อน-บ้านป่าเหมี้ยง ตลอดระยะทาง 18 กิโลเมตร
ต่อมา เวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2567 ว่า สรุปการลงพื้นที่ในช่วง 3 วัน เป็นการเปิดเมืองที่น่าท่องเที่ยว ถือเป็นจุดสำคัญของเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย โดยเรามาเปิดตัวที่จังหวัดเชียงใหม่ รัฐบาลพร้อมยกระดับตั้งแต่ต้นน้ำและปลายน้ำ ทุกพื้นที่เราจะมีข้อแก้ไข ไม่ใช่แค่มาโปรโมตเฉยๆ อย่าง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน การไปมาหาสู่อาจจะลำบาก แต่เชื่อว่าถ้ามาแล้วจะคุ้มค่า
ส่วนถนนที่จะตัดไปจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างทางมีความกว้างน้อยมาก ได้ให้ทางพื้นที่ไปดูว่าจะสามารถขยายถนนได้หรือไม่ ให้ประชาชนจากจังหวัดเชียงใหม่ มาจังหวัดลำปาง สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตนเชื่อว่ามาครั้งนี้ได้เนื้องานครบ อย่างการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ได้ไปดูในเชิงลึกว่าจะทำอย่างไรที่จะปรับปรุงด้านสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีศิลปินแห่งชาติอาศัยอยู่เยอะมาก เมื่อดูจากแววตาและน้ำเสียงที่เขานำเสนอ เขาต้องการที่จะพัฒนาจังหวัดลำพูนจริงๆ เพื่อให้ยกระดับไปอีกชั้นหนึ่ง ทำให้มีคนเข้ามาท่องเที่ยวอีกมากมาย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า อย่างที่บอกว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ใหญ่ที่สุดของการท่องเที่ยวประเทศไทย เราจะคิกออฟไตรมาส 4 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีการจัดอีเวนต์ทุกสัปดาห์ ซึ่งจังหวัดข้างเคียงก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าควรจะต้องมีกิจกรรมเสริมทุกจังหวัด เพื่อที่คนจะมาท่องเที่ยวจะได้อยู่นานๆ มาจับจ่ายใช้สอย และกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพรวมทุกจังหวัดมีศักยภาพ แต่ขาดการโปรโมตและการเชื่อมโยงกับจังหวัดใหญ่ๆ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบว่า “ใช่ครับ เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถนนที่แคบเกินไป จะเดินทางมาก็ลำบาก เราก็ต้องมาสนับสนุนตรงนี้”