ในที่สุดการยื้อยุดคดีที่เกี่ยวโยงกับ การฟอกเงินพนันออนไลน์ ระหว่าง ป.ป.ช. กับ สตช. มีข้อสรุปจากประธาน ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ คดี บิ๊กโจ๊ก ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเทคโนโลยีส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาเนื่องจากมีการกล่าวหานายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.ด้วยจึงถือว่าเป็นคดีต่อเนื่องที่ ป.ป.ช.มีอำนาจดำเนินการ ไม่สามารถส่งเรื่องกลับไปให้ สตช.ได้ เรื่องนี้สะเทือนไปถึงคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ที่มีความเห็นจากกฤษฎีกาว่าจะต้องมีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯจึงจะสมบูรณ์ ทำให้เป็นช่องทาง ที่บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กลับเข้าสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือความขัดแย้งในองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระ รวมทั้งความโยงใยของอำนาจในระบบที่มองไม่เห็น

กระบวนการยุติธรรม จะสั่นคลอนแค่ไหนเป็นอีกเรื่อง แต่ความเห็นที่ขัดกันระหว่างองค์กร ได้สร้างความเสียหายให้กับระบบบริหารราชการแผ่นดินและการเมืองการปกครองโดยตรง กรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่อง การจัดการเลือกตั้ง สว. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่ เป็นประเด็นระหว่าง กกต. กับ ศาลรัฐธรรมนูญ ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา แต่การเลือก สว.รอบแรกได้กำหนดไว้แล้วคือในวันที่ 9 มิ.ย. เป็นการเลือกระดับอำเภอ กกต.จึงยืนยันวันเลือกตั้งเดิมไม่มีการเลื่อนวันเลือกตั้งเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพราะจะกระทบกับการประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.ค. และเพื่อให้ได้ สว.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่สำคัญ (เห็นชอบ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย พ.ร.บ.ประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.รายจ่ายเพิ่มเติมในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เป็นต้น)

...

กกต. ให้เหตุผลว่า ในเมื่อ พ.ร.ป.ฉบับนี้ ผ่านความเห็นชอบของ ศาลฎีกา และ สว. ในสภาแล้ว ก็ต้องถือว่าข้อบังคับทุกมาตรา ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายหลัก สมมติว่าเลือกรอบแรกไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า ขั้นตอนการเลือก สว.ขัดกับรัฐธรรมนูญ การเลือก สว. ก็เป็นโมฆะต้องเลือกกันใหม่อยู่ดี (ภายใต้กรอบงบประมาณกว่า 2 พันล้านบาท)

ในอดีต สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีปัญหาในการเลือกตั้งที่ถูกผู้ชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าเป็นการอารยะขัดขืน ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นมีปัญหา ไม่สามารถเลือกตั้งได้ทุกหน่วย ซึ่งมีการเสนอให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปแต่ กกต.ยังให้มีการจัดการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ เหตุเพราะไม่มีการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

เรื่องการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ถูกมองว่าเป็นแบบเหมาเข่ง จะมีสภาพเช่นเดียวกับนิรโทษกรรมสุดซอยเป็นเหตุของการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 หรือไม่ เพราะมีการกำหนดเหมารวมไปถึงคดีการเมืองตั้งแต่ปี 2548 และมีการเปิดช่องให้มีการนิรโทษกรรมคดี ม.112 เอาไว้ด้วยเลยถูกนำไปโยงกับบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อไทย และก้าวไกล

ที่พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน ประชาธิปัตย์พูดเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ผ่าน ว้าวุ่นเลย.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม