เลขาฯ กกต. ยัน "ไม่มีเหตุเกินยับยั้ง" ย้ำ ไม่เลื่อน เลือก สว. 67 ลั่น "ไม่ตัดสิทธิ 1 คน 1 กลุ่ม" มาใช้สิทธิปกติ หากไม่พอใจไปร้องศาล โว มีโพย-ข้อมูลฮั้วกว่าร้อยเท่าคนพูด-ไฟเขียว สังเกตการณ์ระดับอำเภอ
วันที่ 7 มิ.ย. 2567 สำนักงาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต. มีมติไม่เลื่อนการเลือก สว. ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนนี้ ตามที่มีกลุ่มผู้สมัครขอให้พิจารณา ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย 4 มาตราของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีการเลือก สว. ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ว่าอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ซึ่ง กกต. ได้นำคำแถลงของศาลรัฐธรรมนูญมาวิเคราะห์แล้ว ว่ายังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากต่อการแก้ไขเยียวยาในภายหลัง / อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญ ม.132 ได้กำหนดให้ พ.ร.ป.ดังกล่าว ผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว หากกรณีข้างหน้าถ้ามีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ตนเชื่อว่า กกต. คงได้ใช้หน้าที่และอำนาจที่มีเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
...
พร้อมกล่าวเพิ่มเติมในหลายประเด็นที่มีการตั้งคำถามจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากผู้สมัคร ในเรื่อง 1 อำเภอ 1 กลุ่มผู้สมัคร / ไม่ว่าจะมาจากการสมัคร 1 คนตั้งแต่แรก หรือถูกตัดสิทธิจนเหลือ 1 คน (จากยอดไม่ผ่านคุณสมบัติ 2,020 คน) ซึ่ง กกต. ยืนยันว่าในรอบแรกของการเลือก กกต. ไม่ได้ตัดสิทธิ จะจัดให้มีการเลือกเหมือนเดิม เมื่อผู้สมัครผ่านไปในรอบไขว้ แต่ไม่มีคะแนนก็ถือว่าต้องตกไปตามที่กฎหมายกำหนดโดยปริยาย กกต. ย้ำว่า หน่วยงานพยายามจะช่วยเหลือ แต่กฎหมายบังคับให้เดินได้เพียงเท่านี้ จึงอยากให้ผู้สมัครที่คิดว่าตนเสียหายจากกระบวนการเหล่านี้ ใช้สิทธิผู้เสียหายไปร้องศาลฎีกา เพื่อที่จะให้ได้สิทธิกลับคืนมา หากเห็นว่ากฎหมายออกมาไม่เป็นธรรม
ส่วนประเด็นของการฮั้ว การจัดตั้งหรือจ้างลงสมัคร เปิดเผยว่า สำนักงานมีข้อมูลมากกว่าคนพูดเป็น 100 เท่า หลายโพยที่มีออกมาตามสื่อ กกต. ก็มี แต่ต้องดูตามความสัมพันธ์ ไม่สามารถไปฟ้องใครได้ตามความคิดเห็นทั่วไป แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ / ส่วนการทำบัตรใหม่ก็ยังยืนยันว่าเป็นการแก้ไข เพื่อรักษาสิทธิของผู้สมัคร หากเกิดบัตรเสีย ก็จะไม่เสียทั้งหมดตามที่กฎหมายได้กำหนดลักษณะของบัตรเสียเอาไว้
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครเอกสารประกอบ นายแสวง ระบุว่า ยังมีความเข้าใจผิดหลายเรื่อง โดยระบุว่า ผู้อำนวยการที่รับสมัครก็จะตรวจสอบลักษณะต้องห้ามอยู่แล้ว แต่ส่วนหนึ่งผู้สมัครต้องรับรองตนเอง ซึ่งการลงกลุ่มต่างๆ ทั้ง 20 กลุ่ม ไม่นับว่าเป็นเรื่องของคุณสมบัติ เพราะไม่สามารถวินิจฉัยได้ทันทีว่าอยู่กลุ่มไหนและมีข้อเท็จจริงอย่างไร จึงทำได้เพียงแค่การคัดกรองเท่านั้น
ขณะที่การเรียกร้องของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ และหน่วยงานอิสระ ไม่ว่าจะเป็น iLaw We wacth นายแสวง เปิดเผยว่า กกต. ก็ได้อนุญาตให้เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ ส่วนในต่างจังหวัด หลายอำเภอก็ได้จัดพื้นที่ในการเลือกแบ่งไว้เพื่อให้ผู้สังเกตการณ์ได้เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการการเลือก